คุณชายวิศวะกับยัยตัวแสบสถาปัตย์•ตอนที่ 35

น้ำตาของเดือนวิศวะ

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
"ถอยไป!" เสียงห้าวต่ำที่ตึงเครียดจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปนตวัดกร้าวขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของคีรินทร์ที่พุ่งเข้ากระชากคอเสื้อของบุคคลปริศนาที่บังอาจก้าวล้ำเข้ามาในเขตปลอดภัยของพิมพ์ใสอย่างไม่เกรงกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหม แรงปะทะรุนแรงจนโต๊ะเขียนแบบไม้เนื้อแข็งสั่นสะเทือน แต่อันที่จริงแล้ว... หัวใจของคนมองต่างหากที่กำลังสั่นสะท้านยิ่งกว่า พิมพ์ใสเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ใบหน้ารูปไข่ซีดเผือดลงถนัดตาเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น 'ธาม' รุ่นพี่ตัวแสบที่มักจะหาเรื่องเข้ามาปأسป่วนชีวิตเธอไม่เว้นแต่ละวัน ทว่าในวินาทีนี้ แววตาของธามไม่ได้มีความขี้เล่นกะล่อนหลงเหลืออยู่เลยสักนิด มีเพียงรอยยิ้มเยียบเย็นและแววตาสมเพชที่เคลือบไว้ด้วยความบิดเบี้ยว "ใจร้อนจังนะไอ้คีย์... สมกับที่เป็นเดือนวิศวะผู้หวงของเล่นชิ้นโปรดดีนี่วะ" ธามหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน แม้จะถูกมือหนาของคีย์กำรอบคอเสื้อจนแน่นจนแทบหายใจไม่ออก แต่เขากลับไม่มีทีท่าหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมขึ้นปัดป้องอย่างไม่ยี่ห้อ "หรือว่ากลัววะ? กลัวว่าความลับเน่าๆ ที่แกซุกซ่อนไว้มันจะหลุดออกมาจากปากเด็กสถาปัตย์คนนี้?" "หุบปาก!" คีย์คำรามลั่นในลำคอ นัยน์ตาคมกริบสีดำสนิทวาวโรจน์ดั่งซาตานร้ายที่พร้อมจะฉีกกระชากอีกฝ่ายออกเป็นชิ้นๆ ด้วยมือเปล่า บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายอันตรายแผ่ซ่านไปทั่วห้องสตูดิโอออกแบบที่เงียบสงัด รัศมีคุกคามจากผู้ชายสองคนที่ยืนเผชิญหน้ากันทำให้พิมพ์ใสต้องรีบก้าวเข้าไปหา "พอก่อนค่ะพี่คีย์! อย่าทำอะไรบ้าๆ แบบนี้นะคะ!" พิมพ์ใสพุ่งเข้าไปยื้อแขนแกร่งของคีย์ไว้ทันที ฝ่ามือเรียวบางออกแรงดึงรั้งร่างสูงที่กำลังสخรดด้วยโทสะให้ถอยห่างจากเหยื่อใต้กรงเล็บ แม้เธอจะเกลียดท่าทีเจ้าเล่ห์ของธามแค่ไหน แต่เธอรู้ดีว่าถ้าคีย์ใช้กำลังในตอนนี้ คนที่จะซวยที่สุดคือตัวคีย์เอง คีย์ชะงักกึก สัมผัสอุ่นร้อนจากมือของพิมพ์ใสที่แตะลงบนท่อนแขนทำให้ไฟโทสะที่กำลังแผดเผาอกซ้ายค่อยๆ สงบลงอย่างน่าประหลาด เขาก้มมองคนตัวเล็กที่ยืนหายใจหอบถี่ด้วยความกังวล แววตาดุดันแข็งกร้าวเมื่อครู่ไหวระริกวูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดลึกซึ้งที่ซ่อนไว้อย่างแนบเนียน "พิมพ์..." เสียงทุ้มแหบพร่าเอמהชื่อเธอเบาหวิว ราวกับคนหมดแรง "บอกให้ถอยไงคะ!" พิมพ์ใสสบตากับเขาด้วยความดื้อรั้น ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววตัดพ้อและห่วงใยในเวลาเดียวกัน "คิดจะทำอะไรไม่เข้าเรื่องอีกแล้วใช่ไหมคะ? พี่คิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงต้องคอยแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวตลอดเวลาเล่า!" ธามที่อาศัยจังหวะชุลมุนปัดมือของคีย์ออกจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เข้าที่ ยืนมองภาพคนทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มสมเพชแกมสมน้ำหน้า ก่อนจะหัวเราะหึๆ ในลำคอ "ซึ้งกินใจชะมัด... คู่รักวิศวะกับสถาปัตย์นี่รักกันปานจะกลืนกินดีแท้ แต่น่าเสียดายนะพิมพ์ใส เธอยังไม่รู้หรอกว่าไอ้ผู้ชายที่คุณชายคีรินทร์ปกป้องนักหนาน่ะ มันมีความลับสกปรกอะไรซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มหล่อๆ นั่นบ้าง" ธามลอยหน้าลอยตาพูดด้วยน้ำเสียงยั่วประสาท "ถามมันดูสิ... ว่าทำไมปีที่แล้ว ถึงมีเด็กปีหนึ่งต้องลาออกจากคณะเพราะมัน? แล้วทำไม..." "กูบอกให้มึงไสหัวไปไงไอ้ธาม!" คีย์ระเบิดอารมณ์ออกมาอีกครั้ง คราวนี้เขาพุ่งเข้าใส่ธามด้วยความเร็วที่เหนือกว่าจนพิมพ์ใสยื้อไว้ไม่ทัน หมัดหนักๆ ซัดเข้าที่โหนกแก้มของธามเต็มแรงจนร่างโปร่งเซถลาไปกระแทกกับชั้นวางอุปกรณ์สถาปัตย์ เสียงข้าวของร่วงหล่นกระจายเกลื่อนพื้นดังสนั่น "พี่คีย์!" พิมพ์ใสกรีดร้องด้วยความตกใจ รีบวิ่งเข้าไปขวางระหว่างกลาง เอาตัวบังธามที่กำลังยกมือขึ้นเช็ดเลือดมุมปากไว้ด้วยสายตาดุดو ดันอกแกร่งของคีย์ให้ออกห่าง "พอได้แล้วค่ะ! ถ้าพี่ยังไม่หยุด... พิมพ์จะโกรธจริงๆ ด้วยนะ!" คีย์หยุดชะงักทันที ดวงตาคมกริบมองร่างบางที่สั่นเทาเล็กน้อยด้วยความตกใจ ปล่อยหมัดที่กำแน่นค้างไว้กลางอากาศ ลมหายใจร้อนผ่าวหอบกระชั้น อกแกร่งกระกระเพื่่อมไหวขึ้นลงอย่างรุนแรงตามแรงอารมณ์ที่ตีรวนอยู่ในอก ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัว... กลัวว่าแววตาผิดหวังจากผู้หญิงตรงหน้าจะกลายเป็นจริง "พิมพ์..." คีย์พึมพำเสียงสั่น ปลายนิ้วที่เคยแข็งกร้าวสั่นเทาเล็กน้อยยามเอื้อมไปหมายจะแตะแก้มเนียน แต่กลับต้องชะงักค้างไว้กลางอากาศเมื่อพิมพ์ใสเบี่ยงหน้าหลบ ท่าทีนั้น... เจ็บปวดเสียยิ่งกว่าถูกหมัดนับร้อยซัดเข้าที่หน้าอก ธามหัวเราะเยาะในลำคออย่างผู้ชนะ ก่อนจะค่อยๆ พยุงร่างตัวเองลุกขึ้นยืน ใช้หลังมือปาดคราบเลือดที่มุมปากออกลวกๆ "หึ... โชคดีนะพิมพ์ใส ที่มีหมาเฝ้าบ้านคอยเหủaไล่คนอื่นแบบนี้ ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ วันนึงถ้าหมาตัวนี้มันแว้งกัดเธอขึ้นมา... อย่าหาว่าฉันไม่เตือน" พูดจบ ธามก็เดินกะโผลกกะเผลกหายลับไปจากประตูสตูดิโอ ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและบรรยากาศที่หนักอึ้งราวกับมีก้อนหินนับร้อยก้อนมากดทับอยู่กลางอก ห้องสตูดิโอสถาปัตย์กลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่ขาดห้วงของคนทั้งคู่ พิมพ์ใสยืนหันหลังให้คีย์ ไหล่บางห่อเข้าหากันเล็กน้อย ความรู้สึกสับสน ตกใจ และหวาดระแวงตีรวนอยู่ในอก คำพูดครึ่งๆ กลางๆ ของธามยังคงวนเวียนอยู่ในหัวเป็นคำถามตัวโตๆ ที่ต้องการคำตอบ เธออยากหันไปคาดคั้น อยากเอ่ยปากถามเขาตรงๆ ว่าเรื่องทั้งหมดมันคืออะไร แต่พอลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคีย์ผ่านหางตา... ความตั้งใจทั้งหมดก็พลันพังทลายลง คีย์ไม่ได้ยืนด้วยท่าทางหยิ่งผยอง ดุดัน หรือเย่อหยิ่งเหมือนทุกทีอีกต่อไป ร่างสูงใหญ่ที่ใครต่อใครต่างเกรงกลัวกำลังยืนห่อไหล่ ศีรษะก้มต่ำ เส้นผมสีเข้มยุ่งเหยิงเล็กน้อยเพราะแรงดึงทึ้งของตัวเอง มือหนาทั้งสองข้างกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน และที่สำคัญที่สุด... หยาดน้ำใสๆ กำลังเอ่อล้นคลอหน่วยดวงตาคู่นคมที่เคยแข็งกร้าวคู่นั้น ผู้ชายที่ปากร้ายที่สุด ดุที่สุด และเย่อหยิ่งที่สุดในคณะวิศวะ... กำลังจะร้องไห้ "พิมพ์..." เสียงทุ้มที่เคยทรงพลังและราบเรียบมาตลอด กลับสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ มันเต็มไปด้วยความเปราะบาง ความหวาดกลัว และความเจ็บปวดที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชามาเนิ่นนาน พิมพ์ใสใจกระตุกวูบ ความโกรธเคืองทั้งหมดที่มีเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ยามที่เห็นหยดน้ำตาเม็ดโตกลิ่นผ่านแพขนตาดกหนาหยดลงกระทบหลังมือของเขาเอง คีรินทร์... คนที่ต่อให้เจอเรื่องแย่แค่ไหนก็ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น คนที่ยืนหยัดค้ำฟ้าและพร้อมปกป้องคนรอบข้างเสมอ กำลังพังทลายลงต่อหน้าเธอ "พี่คีย์..." พิมพ์ใสเอ่ยเรียกชื่อเขาแผ่วเบา ความแข็งกระด้างในน้ำเสียงหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความกังวลใจที่ล้นปรี่ "อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นเลยนะพิมพ์..." คีย์เงยหน้าขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นดวงตาแดงก่ำที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตา มันเป็นภาพที่บาดลึกเข้ามาในขั้วหัวใจของคนมองจนแทบหายใจไม่ออก น้ำตาของผู้ชายที่แข็งกระด้างอย่างเขา มีอานุภาพทำลายล้างความตั้งใจทั้งหมดของพิมพ์ใสให้ราบคาบได้ในพริบตาเดียว "ขอร้องล่ะ... เกลียดฉันก็ได้ โกรธฉันก็ได้ แต่อย่าทำหน้าเหมือนจะเดินจากฉันไปแบบนี้เลย" คีย์ก้าวเข้าไปใกล้เธออย่างช้าๆ ราวกับกลัวว่าเธอจะแตกสลายคามือ ร่างสูงทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นตรงหน้าพิมพ์ใส ปลายนิ้วสั่นเทาเอื้อมขึ้นแตะชายเสื้อกาวน์สีขาวเปื้อนสีอะคริลิกของเธอเบาๆ ราวกับเผลอไปแตะต้องสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิต "ฉันมันเลวอย่างที่ไอ้ธามว่าจริงๆ นั่นแหละพิมพ์..." คีย์เอ่ยด้วยเสียงที่สั่นสะท้าน หยาดน้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนหลังมือของพิมพ์ใส ร้อนผ่าวราวกับเปลวไฟ "ฉันมีด้านที่น่ารังเกียจ มีเรื่องบ้าๆ ที่เคยทำผิดพลาดในอดีต... ฉันกลัวเหลือเกิน กลัวว่าถ้าวันนึงเธอรู้ความจริงทั้งหมด เธอจะรังเกียจฉัน... กลัวว่าเธอจะเดินหนีหายไปจากชีวิตฉันเหมือนกับคนอื่นๆ" พิมพ์ใสยืนนิ่งงัน หัวใจเต้นแรงระรัวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งสงสาร เจ็บปวด และอบอุ่นจนขอบตาร้อนผ่าว เธอย่อตัวลงนั่งคุกเข่าต่อหน้าเขา ปลายนิ้วเรียวบางเอื้อมขึ้นเกลี่ยหยดน้ำตาที่ข้างแก้มสากของคีย์อย่างแผ่วเบาและทะนุถนอมที่สุด "พี่คีย์คนบ้า..." พิมพ์ใสหลุดยิ้มทั้งน้ำตา น้ำเสียงสั่นเครือแต่หนักแน่น "ใครบอกว่าพิมพ์จะรังเกียจพี่ล่ะคะ? ใครบอกว่าพิมพ์จะเดินหนี?" คีย์เงยหน้าขึ้นสบตากลับด้วยความประหลาดใจ นัยน์ตาคู่นคมสะท้อนภาพใบหน้าหวานที่เปื้อนคราบน้ำตาไม่ต่างกัน "ฟังพิมพ์ให้นะคะ..." พิมพ์ใสขยับเข้าไปใกล้ขึ้น จนหน้าผากของเขากับเธอแนบชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินรดกันและกัน ท่ามกลางความเงียบงันของห้องสตูดิโอ "พิมพ์ไม่สนหรอกค่ะว่าในอดีตพี่คีย์จะเคยทำอะไรผิดพลาดมาบ้าง หรือใครจะพูดถึงพี่ว่ายังไง... สิ่งเดียวที่พิมพ์สนใจ และมีตัวตนอยู่จริงในตอนนี้ ก็คือผู้ชายที่ชื่อคีรินทร์คนนี้ คนที่ปากร้ายแต่ใจดี คนที่คอยปกป้องพิมพ์ และคนที่กำลังร้องไห้อยู่ตรงหน้าพิมพ์นี่ต่างหากล่ะคะ" คำพูดที่จริงใจและอ่อนโยนราวกับสายน้ำเย็นชโลมลงบนหัวใจที่แห้งผากของคีย์ ทำให้เขารู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่อีกครั้ง แขนแกร่งทั้งสองข้างพุ่งเข้ารวบร่างบางเข้ามาสวมกอดไว้แน่น ฝังใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของเธอ ซ่อนหยดน้ำตาแห่งความโล่งใจและความรักอันล้นปรี่ไว้กับลาดไหล่เล็ก "ขอบคุณนะพิมพ์..." คีย์กระซิบเสียงพร่าข้างใบหู อ้อมกอดที่โอบรัดแน่นขึ้นราวกับต้องการหลอมรวมเธอให้เป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย "ขอบคุณที่ยังอยู่ตรงนี้... ขอบคุณที่เชื่อใจผู้ชายเฮงซวยคนนี้" พิมพ์ใสยกมือขึ้นโอบกอดแผ่นหลังกว้างของเขาไว้ หลับตาลงซึมซับความอบอุ่นและกลิ่นกายคุ้นเคย พร้อมกับตบเบาๆ ที่ลาดไหล่เพื่อปลอบประโลม หัวใจเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างสอดคล้อง "ทีนี้... สัญญากับพิมพ์ได้ไหมคะว่าจะเลิกแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว?" พิมพ์ใสผละออกจากอ้อมกอดเล็กน้อย สบตาตรงๆ ด้วยแววตาดื้อรั้นแต่นุ่มนวล "มีอะไรต้องบอกพิมพ์... เราจะเผชิญหน้ามันไปด้วยกัน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม" คีย์มองรอยยิ้มบางเบาบนใบหน้าหวาน แววตาไหวระริกด้วยความซาบซึ้งใจอย่างหาที่สุดไม่ได้ เขายกมือขึ้นประคองแก้มเนียนทั้งสองข้างด้วยความทะนุถนอม ปลายนิ้วโป้งลูบไล้ร่องแก้มแผ่วเบา ก่อนจะโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ หนักแน่น และเต็มไปด้วยคำสาบานจากก้นบึ้งของหัวใจ "สัญญา... ต่อจากนี้ไป ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีวันทำร้ายเธอได้ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต ฉันก็จะปกป้องพิมพ์ด้วยตัวของฉันเอง..." คีย์ก้มลงประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากเนียนแผ่วเบาและยาวนาน ราวกับเป็นการประทับตราสัญญาทางใจที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย ทว่าในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวด้วยความหวานล้ำและอบอุ่นนั้นเอง... กริ๊ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของพิมพ์ใสก็ดังขึ้นทำลายความเงียบงัน พิมพ์ใสเหลือบมองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืด และเมื่อเห็นชื่อผู้ส่งที่ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ... ลมหายใจของเธอก็ต้องสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อไปในทันที! 'จาก: [เบอร์แปลก - ภาพถ่ายและเอกสารลับ]' พร้อมข้อความสั้นๆ ที่ส่งตรงเข้ามาขู่ขวัญ: *"อยากรู้ไหมล่ะว่าความลับของเดือนวิศวะที่แกปกป้องนักหนาน่ะ... มันคือการฆาตกรรมใครสักคนเมื่อปีที่แล้ว?"*
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายวิศวะกับยัยตัวแสบสถาปัตย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%