คุณชายวิศวะกับยัยตัวแสบสถาปัตย์•ตอนที่ 37

พิสูจน์รักแท้

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
กลิ่นหอมกรุ่นของชาสมุนไพรจีนราคาแพงลอยอบอวลอยู่ทั่วห้องรับแขกสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ของบ้านตระกูล ‘ศิริวัฒนานนท์’ แต่บรรยากาศรอบตัวกลับเยียบเย็นจนแทบจะจับตัวเป็นน้ำแข็ง พิมพ์ใสกำสายสะพายกระเป๋าหนังใบเก่งของตัวเองแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แม้ภายนอกเธอจะเชิดหน้าขึ้น เลี่ยงการหลบสายตา และรักษาฟอร์มของเด็กสถาปัตย์ปีสองผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครไว้ได้อย่างแนบเนียน แต่ลึกๆ แล้ว หัวใจดวงน้อยกลับเต้นรัวราวกับกำลังยืนอยู่บนปากเหว ตรงหน้าเธอคือ ‘คุณหญิงกัลยา’ หรือคุณแม่ผู้สูงศักดิ์ของคีรินทร์ สตรีผู้เพียบพร้อมไปด้วยความเนี๊ยบเฉียบขาดทุกกระเบียดนิ้ว สายตาคู่คมที่มองลอดแว่นกรอบทองคู่นั้นกวาดสำรวจพิมพ์ใสตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความประเมินค่า ไม่ใช่แค่ความเหมาะสมในฐานะสะใภ้ แต่รวมถึงทัศนคติที่ผู้ใหญ่ฝ่ายชายพยายามขุดคุ้ยเพื่อหาข้อบกพร่อง “เธอบอกว่าตัวเองมีความสามารถพอที่จะยืนเคียงข้างตาคีย์... แต่เท่าที่ฉันเห็น มีแต่เด็กสาวดื้อรั้นที่เอาแต่ใจตัวเองจนสร้างเรื่องวุ่นวายไม่เว้นแต่ละวัน” น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราคมมีดกรีดลงกลางใจคนฟังโดยไม่ต้องพยายาม “วงการสถาปนิกกับวิศวกรรมมันต้องอาศัยความรับผิดชอบที่มากกว่าแค่การวาดฝันไปวันๆ นะคะคุณพิมพ์ใส” พิมพ์ใสสูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกความสตรองทั้งหมดที่มีกลับคืนมา ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยวอย่างไม่มีวันยอมแพ้ เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อร้องขอความเห็นใจ แต่มาเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าความรักที่เธอกับคีย์มีให้กันมันมีน้ำหนักมากพอที่จะก้าวข้ามทุกอคติ “พิมพ์เข้าใจค่ะว่าคุณแม่กังวลเรื่องอะไร ภาพลักษณ์ของพี่คีย์ หรือแม้แต่ชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลมันคือสิ่งที่ผู้ใหญ่ให้ความสำคัญที่สุด...” พิมพ์ใสเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ไพเราะแต่หนักแน่นทุกคำ “แต่สิ่งที่พิมพ์อยากให้คุณแม่เห็นวันนี้ ไม่ใช่แค่เกรดเฉลี่ยหรือนามสกุลที่คู่ควรหรอกนะคะ แต่คือ ‘ผลงาน’ และความจริงใจที่พิมพ์มีต่อวิชาชีพนี้... และต่อตัวพี่คีย์เองค่ะ” ว่าแล้ว พิมพ์ใสก็หยิบแท็บเล็ตไอแพดรุ่นล่าสุดออกจากกระเป๋า เปิดหน้าจอแสดงโปรเจกต์รีโนเวทตึกเก่าคณะสถาปัตย์ที่เธอกำลังรับผิดชอบร่วมกับทีมออกมาวางลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้า “โปรเจกต์นี้พิมพ์ไม่ได้ทำเล่นๆ เพื่อเอาใจใครค่ะ แต่มันคือโปรเจกต์ที่ต้องประสานงานกับโครงสร้างทางวิศวกรรมอย่างละเอียด ซึ่งคนที่คอยตรวจเช็คความปลอดภัยและคำนวณโครงสร้างให้พิมพ์ทุกขั้นตอน... ก็คือพี่คีย์ ลูกชายของคุณแม่เอง” คุณหญิงกัลยาชะงักไปเล็กน้อย สายตาคมกริบเลื่อนจากหน้าจอไอแพดขึ้นมามองใบหน้าเนียนใสที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของเด็กสาว พิมพ์ใสไม่มีท่าทีลนลานแม้แต่น้อย เธอกวาดนิ้วอธิบายรายละเอียดโครงสร้าง การคำนวณรับน้ำหนัก และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยทักษะความเป็นมืออาชีพที่เกินวัย ทุกถ้อยคำฉะฉานและเต็มไปด้วยแพสชันอันแรงกล้า จนคนเป็นแม่ถึงกับต้องหรี่ตามองด้วยความทึ่งแกมประหลาดใจ ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องรับแขกก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างสูงโปรดของคีรินทร์ที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ดวงตาคมดุคู่นั้นกราดมองมารดาและคนรักสลับกันไปมาด้วยความร้อนใจ “แม่ครับ! ผมบอกแล้วไงว่าอย่ามาพูดอะไรกดดันพิมพ์เขา...” คีย์พุ่งเข้ามาประชิดตัวพิมพ์ใสโดยอัตโนมัติ มือหนาเอื้อมไปคว้ามือบางที่เย็นเฉียบของเธอขึ้นมาบีบไว้แน่นราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและความปกป้อง “ถ้าแม่จะไม่ชอบใจอะไร ไปลงที่ผมคนเดียวก็พอ อย่ามาลงที่พิมพ์!” “ตาคีย์! เสียมารยาทใหญ่แล้วนะ แกเข้าข้างผู้หญิงคนนี้จนไม่ลืมหูลืมตาเลยหรือไง” คุณหญิงกัลยาปรายตามองลูกชายตัวดีที่แสดงอาการหวงออกนอกหน้าเสียจนน่าหมั่นไส้ “ฉันยังไม่ได้ทำอะไรยายหนูนี่เลยสักนิด แค่ทดสอบดูว่ามีความอดทนพอที่จะอยู่กับคนปากร้ายอย่างแกไหม... ดูท่าทางแล้ว ยัยหนู่นี่คงต้องเหนื่อยหน่อยล่ะมั้ง” พิมพ์ใสกับคีย์ชะงักไปพร้อมกัน ทั้งคู่หันมามองหน้ากันด้วยความงุนงงกับคำพูดที่เปลี่ยนท่าทีไปในพริบตาของผู้เป็นแม่ “คุณแม่... หมายความว่ายังไงครับ?” คีย์ขมวดคิ้วมุ่น คุณหญิงกัลยาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นจิบด้วยท่าทีผ่อนคลายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สายตาที่มองพิมพ์ใสในตอนนี้ไม่ได้มีความรังเกียจเดียดฉันท์หลงเหลืออยู่อีกแล้ว มีเพียงความยอมรับและแววตาเอ็นดูที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดขรึม “ฉันไม่ได้ใจร้ายใจดำขนาดที่จะพรากความสุขของลูกหรอกนะคีย์ อีกอย่าง... ผลงานการรีโนเวต์ตึกที่ยายหนูพิมพ์เอามาให้ดูเมื่อกี้ ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเด็กคนนี้มีความรับผิดชอบมากพอที่จะดึงสติลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของฉันไม่ให้เอาแต่บ้างานจนไม่หลับไม่นอน” คุณหญิงปรายตามองพิมพ์ใสด้วยรอยยิ้มจางๆ “ผ่านค่ะ... ยอมรับก็ได้ว่าเธอเก่งสมกับที่ตาคีย์มันคอยอวดให้ฟังไม่เว้นแต่ละวัน” หัวใจที่เคยตึงเครียดของพิมพ์ใสคลายตัวลงในเสี้ยววินาที รอยยิ้มกว้างผุดขึ้นบนใบหน้าสวยจนดวงตาสองข้างเป็นประกายระยิบระยับ ความกดดันทั้งหมดมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความโล่งอกและตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก “ขอบคุณค่ะคุณแม่ ขอบคุณมากๆ เลยนะคะที่ให้โอกาสพิมพ์” พิมพ์ใสโค้งศีรษะให้อย่างนอบน้อม คีย์ลอบถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก มือหนายังคงกุมมือบางของพิมพ์ใสไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ราวกับกลัวว่าทุกอย่างจะเป็นความฝัน แต่ความสุขมักจะอยู่กับพวกเขาได้ไม่นานนัก เมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกาวน์ของคีย์สั่นครืดคราดขึ้นมาทำลายความเงียบ คีย์ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความรำคาญก่อนจะหยิบขึ้นมาดูหน้าจอ แต่เพียงแค่กวาดสายตาผ่านข้อความแจ้งเตือนสั้นๆ ร่างสูงก็ชะงักกึก สีหน้าที่เคยผ่อนคลายกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมและเย็นชาขึ้นมาทันทีจนพิมพ์ใสสัมผัสได้ “มีอะไรหรือเปล่าพี่คีย์ หน้าตาเครียดเชียว” พิมพ์ใสเอ่ยถามด้วยความสังเกต คีย์เงยหน้าขึ้นสบตากับพิมพ์ใส ชั่วขณะนั้นมีความลังเลและความลับบางอย่างฉายชัดอยู่ในแววตาคู่คม ก่อนที่เขาจะตัดสินใจยื่นหน้าจอแท็บเล็ตอีกเครื่องหนึ่งให้เธอดู พร้อมกับประโยคที่ทำให้ลมหายใจของพิมพ์ใสสะดุดกึก “ไม่ต้องหันไปมองหาสัตวแพทย์ที่ไหนหรอกครับ... เพราะความลับที่แท้จริงของ 'การตาย' เมื่อปีก่อนน่ะ มันเพิ่งเริ่มต้นต่างหากล่ะ” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "เกียร์เปื้อนกาวใจ" มาจนถึงตอนนี้ ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายวิศวะกับยัยตัวแสบสถาปัตย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%