กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมอำนาจในชุดเครื่องแบบ•ตอนที่ 4

ปะทะคมปัญญา

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของหลี่จวินหรงดังขึ้น ราวกับเสียงก้อนน้ำแข็งกระทบกันในถ้วยกระเบื้องเคลือบสีมรกต นายทหารยศสูงในชุดเครื่องแบบสีเขียวเข้มคาดเข็มขัดหนังอย่างประณีต ย่างสามขุมเข้ามาใกล้ร่างบางที่ยังคงยืนนิ่งสงบดั่งรูปสลักหยกหิมะ กลิ่นอายคาวเลือดและไอร้อนจากสนามรบยังคงติดตรึงอยู่บนบ่ากว้างของเขา ทว่าสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่ายุทโธปกรณ์ใดๆ คือนัยน์ตาคมกริบดั่งพญาอินทรีที่จ้องมองทะลุทะลวงรากวิญญาณ "ศัตรูในชุดเครื่องแบบเช่นนั้นหรือ... ช่างเป็นวาทศิลป์ที่กล้าหาญยิ่งนัก ลี่เหมย" หลี่จวินหรงโน้มใบหน้าลงมาจนชิด ปลายจมูกของเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นจางๆ ของชาสมุนไพรไป๋ห่าวอินเจินที่นางใช้ประทินผิว ทว่าสตรีตรงหน้ามิได้ถอยหนีแม้แต่ปลายนิ้ว นางเพียงช้อนตาขึ้นสบประสาน นัยน์ตาดำขลับคู่นั้นลึกล้ำราวกับหุบเหวไร้ก้นบ่อ "หม่อมฉันมิได้กล่าวเกินจริงเลยสักนิดเพคะท่านอ๋อง" ลี่เหมยกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกคำชัดเจนกังวาน "ในยุคเปลี่ยนผ่านที่ข้าวสารหนึ่งถังมีค่ามากกว่าชีวิตคน การที่กองทัพของท่านขาดแคลนเสบียงกรัง มิได้เกิดจากภัยแล้งทางธรรมชาติ แต่เกิดจาก 'หนอนบ่อนไส้' ที่สวมชุดเครื่องแบบนายพลระดับสูง แอบลักลอบระบายโควตาแป้งสาลีและน้ำมันพืชออกนอกเขตควบคุม เพื่อแลกกับทองคำแท่งของพ่อค้าคนกลางในตลาดมืดฮ่องกง" เพล้ง! แก้วน้ำชาบนโต๊ะไม้จันทน์ข้างกายถูกปลายนิ้วแกร่งของหลี่จวินหรงปัดจนร่วงลงแตกกระจาย เศษกระเบื้องคมกริบกระเด็นบาดเฉียดชายกระโปรงผ้าป่านเนื้อละเอียดของนาง แต่นางหาได้กะพริบตาหรือแสดงอาการสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย "เจ้าเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าข้าจะเชื่อคำเพ้อเจ้อของสตรีที่เพิ่งฟื้นจากความตาย!" หลี่จวินหรงคำรามต่ำอย่างดุดัน มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อศอกเรียวของนางบีบแน่นจนขึ้นรอยแดง "รู้ตัวหรือไม่ว่าโทษฐานกล่าวหาทหารหาญระดับสูง มีโทษสถานใด? ปุนประหารเก้าชั่วโคตร!" ลี่เหมยแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยันอันงดงามราวกับดอกเหมยท่ามกลางพายุหิมะ นางไม่ดิ้นรน ขยับเพียงข้อมือเล็กน้อยเพื่อดึงแขนกลับอย่างนุ่มนวล ทว่าเด็ดเดี่ยว "ถ้าท่านอ๋องทรงมั่นใจว่าข้อกล่าวหานี้เป็นเพียงเรื่องเพ้อเจ้อ เหตุใดคลังเสบียงหมายเลขสามที่เขตปกครองพิเศษจึงมีตัวเลขบัญชีขาดหายไปถึงสามหมื่นชั่งติดต่อกันสามเดือนเล่าเพคะ?" ลี่เหมยรุกคืบด้วยข้อมูลเชิงประจักษ์ "อัตราเงินเฟ้อในตลาดมืดพุ่งสูงขึ้นสวนทางกับปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบธนาคารประชาชน หากท่านยังปล่อยให้มีการพิมพ์ตั๋วแลกเงินปลอมโดยกลุ่มนายทหารสายโลจิสติกส์ อีกไม่เกินสามสัปดาห์... กองทัพของท่านจะล่มสลายโดยไม่ต้องมีข้าศึกแม้แต่คนีย่างกรายมาถึงหน้าประตูค่าย!" คำพูดประโยคสุดท้ายของนางราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางห้องโถง หลี่จวินหรงชะงักงัน นัยน์ตาที่เคยดุดันและเต็มไปด้วยความระแวงแปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงชั่วขณะ ตัวเลขสามหมื่นชั่งและปัญหาเงินเฟ้อในระบบธนาคารประชาชน เป็นเอกสารลับสุดยอดที่เพิ่งถูกส่งตรงมาจากส่วนกลางเมื่อคืนนี้ แม้แต่รองแม่ทัพผู้ติดตามใกล้ชิดยังไม่มีสิทธิ์ล่วงรู้ แล้วเหตุใด... สตรีที่เติบโตมาในห้องหอและเพิ่งฟื้นจากการจมน้ำผู้นี้ ถึงได้ล่วงรู้กลไกทางเศรษฐศาสตร์ระดับมหภาคที่ซับซ้อนเช่นนี้ได้? "เจ้า... เป็นใครกันแน่?" หลี่จวินหรงถามเสียงลอดไรฟัน ความสงสัยใคร่รู้ระคนหวาดระแวงพวยพุ่งขึ้นในอก "หม่อมฉันก็คือลี่เหมย ภรรยาแต่งเข้าของท่านอย่างไรลเพคะท่านอ๋อง" นางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะน้อยๆ ก่อนจะก้าวถอยหลังเว้นระยะห่างอย่างสง่างาม มือเรียวจัดสาบเสื้อคลุมผ้าไหมปักลายเมฆมงคลให้เข้าที่ "แต่หากท่านยังทรงสงสัยในที่มาที่ไปของข้า เกรงว่าเวลาของท่านคงเหลือไม่มากพอที่จะมาสอบสวนข้าแล้วล่ะเพคะ" สิ้นเสียงของนาง ด้านนอกประตูห้องโถงก็มีเสียงฝีเท้าหนักหน่วงวิ่งเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูรัวเร็วและเสียงตะโกนรายงานด้วยความหวาดผีผูก "ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ! กองบัญชาการใหญ่ส่งโทรเลขด่วนที่สุด แจ้งว่า... แจ้งว่าหน่วยตรวจสอบพิเศษจากเมืองหลวงกำลังเดินทางมาตรวจบัญชีคลังเสบียง และ... และกำลังมุ่งหน้ามาที่ค่ายของเราในตอนนี้พ่ะย่ะค่ะ!" หลี่จวินหรงหันขวับไปมองบานประตูสลักลาย ก่อนจะหันกลับมาจ้องมองลี่เหมยที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า ใบหน้าหวานละมุนนั้นปรากฏรอยยิ้มรู้ทัน ทว่าดวงตากลับว่างเปล่าไร้ระลอกคลื่น มือแกร่งของท่านอ๋องผู้กุมอำนาจกองทัพกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขารู้ทันทีว่าเกมนี้... ตนเองตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่มเดินหมากเสียแล้ว และผู้ที่กุมกระดานทั้งหมดในเวลานี้ มิใช่กองบัญชาการจากเมืองหลวง... แต่นางสตรีผู้ยืนอยู่ตรงหน้าเขาต่างหาก ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด บานหน้าต่างไม้แกะสลักด้านหลังห้องก็ถูกลมกรรโชกแรงพัดเปิดออก พร้อมกับเงาร่างของบุรุษในชุดดำสนิทผู้หนึ่งที่พุ่งทะยานเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ประกายแสงวาววับของคมดาบในมือพุ่งตรงไปยังลำคอของลี่เหมยโดยปราศจากความลังเล! ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานด้วยดีเสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมอำนาจในชุดเครื่องแบบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%