กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมอำนาจในชุดเครื่องแบบ•ตอนที่ 3

รัศมีแห่งผู้กุมอำนาจ

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
กลิ่นอายจางๆ ของชาผู่เอ่อร์หมักบ่มปีลึก ลอยอวลปะปนกับกลิ่นหอมเย็นของสนซีดาร์ที่ถูกจุดขึ้นในกระถางทองเหลืองทรงกลีบบัว เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ย่างกรายเข้ามาบนพื้นไม้เก่าคร่ำคร่าในห้องโถงรับรองของหมู่บ้าน ไม่ได้สร้างความตื่นตระหนกแก่สตรีที่นั่งอยู่เบื้องหลังม่านมุกแม้แต่น้อย "ท่านผู้ตรวจการ... หมากตาแรกบนกระดานนี้ ถูกเดินโดยศัตรูของท่านแล้ว... ท่านจะยอมให้พวกมันกินขุน หรือจะให้ข้าสอนวิธีพลิกกระดานตานี้ให้ท่านดูดีล่ะเพคะ?" เสียงหวานใสแต่กังวานราวกับหยกกระทบกันเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ หลี่เหมยในอาภรณ์ผ้าฝ้ายสีครามเข้มปักลายใบท้อด้วยด้ายสีเงินยวดยอด ประณีตงดงามตามแบบฉบับสตรีชนชั้นสูงที่ถูกลดสถานะ นางนั่งหลังตรงสง่างาม มือเรียวบางกำลังบรรจงใช้พู่กันขนกระต่ายแตะหมึกจีนอย่างใจเย็น ราวกับรอบตัวนางไม่มีสิ่งใดควรค่าแก่การใส่ใจ ทว่า ในวินาทีต่อมา ประตูไม้สักหนาหนักก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความปรานี! ลมหนาวจากภายนอกพัดกระโชกเข้ามาจนเปลวเทียนวูบไหว ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวมะกอกเข้มประดับอินทรธนูทองคำของนายทหารระดับสูงก้าวล้ำเข้ามา ความกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับพายุหิมะกลางฤดูร้อน หลี่จวินหรง ก้าวเข้ามาหยุดยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าม่านมุก สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวภูเขา กวาดมองไปทั่วห้องก่อนจะมาหยุดนิ่งที่ร่างบอบบางหลังม่านโปร่ง ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ไม่มีผู้ใดกล้าหายใจแรง ทหารองครักษ์ในชุดเครื่องแบบเดียวกันยืนเรียงแถวตรึงกำลังอยู่รอบอาคาร ปิดตายทุกเส้นทางเข้าออกอย่างแน่นหนา "บังญชาการทัพใหญ่ในคราบกุนซือตกอับ... เจ้าช่างกล้านักนะ ลี่เหมย" เสียงทุ้มต่ำราวกับก้อนน้ำแข็งกระทบกันดังขึ้น หลี่จวินหรงแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเยียบเย็น ดุดัน และประกายความระแวงสงสัยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบ เขาไม่ได้ใช้กำลังพังม่านมุกเข้าไป แต่กลับก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว เสียงรองเท้าบูทหนังกระทบพื้นดัง ก้อง กังวาน ราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย ลี่เหมยมิได้สะดุ้งสะเทือน นางค่อยๆ วางพู่กันในมือลงอย่างเชื่องช้า เงยหน้าขึ้นสบตาCับบุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุดในเขตปฏิรูปยุคเปลี่ยนผ่านนี้ ดวงตาดอกท้อของนางฉายแววท้าทายระคนขบขัน รัศมีอันเยือกเย็นและสูงส่งที่แผ่ออกมาจากตัวนาง ทำให้ทหารกล้าอย่างหลี่จวินหรงถึงกับต้องหรี่ตาลงพิจารณาอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก "ท่านอ๋อง... อภัยให้หม่อมฉันที่มิได้ออกไปต้อนรับถึงหน้าประตู" ลี่เหมยกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเย้ายวน "แต่คนระดับท่าน หากจะมาเยือนเรือนพักโทรมๆ เช่นนี้ ไฉนจึงไม่ส่งเทียบเชิญล่วงหน้าเล่าเพคะ? หรือเกรงว่าหากช้าไปเพียงก้าวเดียว หมากกระดานนี้จะเปลี่ยนมือเสียก่อน?" หลี่จวินหรงหยุดยืนอยู่หน้าม่านมุก มือหนาเอื้อมออกไปจับริมม่านแล้วปัดมันออกอย่างไม่แยแส เผยให้เห็นใบหน้างดงามล่มเมืองที่ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขาก้มมองสตรีตรงหน้า ระยะห่างระหว่างทั้งสองสั้นลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ "เจ้ากำลังเล่นกับไฟ ลี่เหมย" หลี่จวินหรงโน้มตัวลงกระซิบต่ำ เสียงของเขาแหบพร่าแต่น่าเกรงขาม "เอกสารลับทางราชการที่หายไปจากคลังกองทัพ... เหตุใดจึงไปปรากฏอยู่ใต้ถุนเรือนของตระกูลลี่? เจ้าคิดจะขายชาติให้แก่ฝ่ายตรงข้าม หรือคิดจะใช้ข้าเป็นหมากสะพานให้ตระกูลของเจ้ากลับสู่อำนาจกันแน่?" คำกล่าวหาที่เดิมพันด้วยชีวิตและตระกูลถูกโยนใส่หน้าอย่างไม่ปรานี แต่ลี่เหมยหาได้แสดงอาการตื่นตระหนก นางกลับแย้มสรุปยิ้มกว้างขึ้น รัศมีแห่งความฉลาดเฉลียวพวยพุ่งออกมาจากแววตาคู่นั้น นางลุกขึ้นยืนช้าๆ ประชิดตัวเข้าหาชายหนุ่มจนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นอายบุรุษเพศอันตรายผสมกับกลิ่นไอฝุ่นควันสนามรบปะทะเข้ากับจมูก แต่นางกลับไม่ถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว "ท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่... ท่านมองเห็นเอกสารที่ซ่อนอยู่ใต้ถุนเรือน แต่กลับมองไม่เห็น 'หนอนบ่อนไส้' ที่ยืนอยู่เบื้องหลังท่านกระนั้นหรือเพคะ?" ลี่เหมยเอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ริมหูของเขา ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอแกร่ง ทำให้ร่างสูงชะงักไปเล็กน้อย "หมากตานี้ หากท่านเดินผิดเพียงตาเดียว หัวบนบ่าของท่าน... อาจจะไม่ใช่ของท่านอีกต่อไปในรุ่งอรุณวันพรุ่งนี้" หลี่จวินหรงจ้องมองดวงตากลมโตที่สะท้อนเงาของเขาอยู่ภายในนั้น หัวใจที่ด้านชามานานนับปีจากการฆ่าฟันในสนามรบ กลับกระตุกวูบอย่างหาสาเหตุไม่ได้ สตรีผู้นี้ช่างอันตราย... นางรู้ความลับมากเกินไป รู้จักจุดอ่อนของกองทัพ และที่สำคัญที่สุด นางกล้าต่อรองกับพญายมอย่างเขาอย่างไม่เกรงกลัวความตาย ทว่า ก่อนที่หลี่จวินหรงจะได้เอ่ยคำใดโต้แย้ง เสียงฝีเท้าเร่งรีบของนายทหารคนสนิทก็ดังขึ้นจากนอกประตูก่อนจะเคาะรัวๆ ด้วยความตื่นตระหนก "ท่านผู้ตรวจการ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! คลังเสบียงสำรองประจำเขตเหนือ... ถูกเพลิงไหม้ปริศนาเมื่อครู่ ข้าวสารและยุทธปัจจัยทั้งหมดกลายเป็นจุลไปแล้ว!" หลี่จวินหรงหันขวับไปทางประตูทันที สีหน้าของนายทหารหนุ่มเปลี่ยนเป็นดุดันและมืดมนถึงขีดสุดในพริบตาเดียว เขากวาดตามองกลับมาที่ลี่เหมย ซึ่งขณะนี้กำลังยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างใจเย็น ราวกับนางล่วงรู้เหตุการณ์นี้อยู่ก่อนแล้ว ดวงตาคมกริบของท่านอ๋องหรี่แคบลงอย่างอันตราย มือหนาเอื้อมไปคว้าคางสطرีตรงหน้าไว้มั่นด้วยแรงอารมณ์ที่คุกกรุ่น "นี่คือฝีมือเจ้า... หรือว่านี่คือหมากตาที่สองที่พวกมันกำลังเล่นกับข้ากันแน่ ลี่เหมย?" ลี่เหมยไม่สะทกสะท้าน นางปล่อยให้เขาจับคางไว้ ปลายลิ้นแตะชิมรสชาขมปร่าก่อนจะเงยหน้าสบตาเขาตรงๆ รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ไม่ใช่ฝีมือหม่อมฉันหรอกเพคะท่านอ๋อง..." ลี่เหมยกล่าวด้วยน้ำเสียงกระซิบที่เยือกเย็นดั่งน้ำค้างแข็ง "แต่ถ้าท่านยังมัวแต่สงสัยข้า เกรงว่า... ศัตรูที่แท้จริง... คงจะกำลังสวมชุดเครื่องแบบเดียวกับท่าน และเดินเข้ามาถึงห้องนอนของท่านในอีกไม่ช้านี้แล้วล่ะเพคะ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของเฉินเว่ยสายลุยด้วยดีเสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมอำนาจในชุดเครื่องแบบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%