กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมอำนาจในชุดเครื่องแบบ•ตอนที่ 5

รอยร้าวในระบบเก่า

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
คมดาบเหล็กกล้าเย็นเยียบเฉียดผ่านเส้นผมสีดำสนิทของนางไปเพียงเสี้ยวธุลี เสียงแหวกอากาศหวีดหวิวบาดแก้วหู ก่อนที่ปลายดาบเล่มนั้นจะปักลึกลงไปในเนื้อไม้ของเสาเรือนจนเกิดเสียงดังสนั่น ลี่เหมยมิได้แม้แต่จะกะพริบตา แววตาคู่คมกริบของนางฉายแววเยือกเย็นราวกับผิวน้ำในเหมันตฤดู มือเรียวบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้แขนเสื้อผ้าไหมปักลายเมฆาลู่ลมยังคงถือพู่กันขนสัตว์ไว้นิ่งสนิท ราวกับเหตุการณ์เบื้องหน้าเป็นเพียงฉากงิ้วฉากหนึ่งที่นางหาได้ใส่ใจไม่ "ฝีมือตกไปมากนะ... ท่านแม่ทัพ" เสียงหวานใสแต่ทุ้มต่ำกังวานก้องไปทั่วห้องหนังสืออันเงียบสงบ ลี่เหมยเอ่ยขึ้นโดยไม่หันไปมองร่างสูงใหญ่ที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลัง บานหน้าต่างไม้แกะสลักที่ถูกลมพัดกระโชกเมื่อครู่ บัดนี้เผยให้เห็นร่างของบุรุษในชุดเครื่องแบบทหารระดับสูงสีเข้มสนิท ขอบปกคอเสื้อปักดิ้นทองลายพยัคฆ์เหยียบเมฆาบ่งบอกถึงยศถาบรรดาศักดิ์อันสูงส่ง ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกความมืดสลัวของยามวิกาลกลืนกิน ทว่าดวงตาคู่นคมดุจเหยี่ยวคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยประกายแห่งความขบขันและระแวดระวังในเวลาเดียวกัน หลี่จวินหรงดึงดาบออกจากเสาเรือนอย่างไม่รีบร้อน เสียงโลหะเสียดสีกับเนื้อไม้ดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่เขาจะสะบัดข้อมือเก็บดาบเข้าฝักข้างกายอย่างคล่องแคล่ว ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาใกล้โดยไร้ซึ่งซุ่มเสียง ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นอายคาวเลือดและสนิมเหล็กจากสนามรบโชยปะทะนาสิกของหญิงสาว นางขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อยด้วยความไม่สบอารมณ์กับกลิ่นอายดิบเถื่อนที่รุกรานพื้นที่ส่วนตัวของตน "เจ้าไม่กลัวตายเลยหรือ... ลี่เหมย" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงเจือความเยียบเย็นที่หากเป็นสตรีทั่วไปคงเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นแล้ว ทว่าลี่เหมยกลับค่อยๆ วางพู่กันลงบนแท่นหินฝนหมึกอย่างเชื่องช้า นางหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองแทบจะแนบชิด จนลมหายใจของทั้งคู่แทบจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ดวงตาสีหมึกของท่านอ๋องผู้กุมอำนาจกองทัพกวาดมองสตรีตรงหน้าอย่างพิจารณา วันนี้ลี่เหมยสวมอาภรณ์ผ้าต่วนสีเทาอ่อนปักลายกิ่งเหมยสีขาวบริสุทธิ์ ขอบเสื้อกั๊กด้านนอกกุ๊นด้วยดิ้นเงินประณีตตามแบบฉบับสตรีชนชั้นสูงผู้เคร่งครัดในธรรมเนียม ทว่าท่าทีของนางกลับมิได้มีความอ่อนข้อให้แก่บุรุษผู้มีอำนาจล้นฟ้าเช่นเขาแม้แต่น้อย "หากหม่อมฉันตายด้วยคมดาบของท่านอ๋องจริง แคว้นต้าเหลียงคงต้องสูญเสียเสบียงกรังล็อตใหญ่ที่กำลังจะถูกขนย้ายในอีกสามวันข้างหน้า... ท่านคิดว่าคุ้มกันหรือพ่ะย่ะค่ะ?" ลี่เหมยแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยเลศนัยและสติปัญญาเหนือล้ำ ทำให้หลี่จวินหรงแค่นหัวเราะในลำคออย่างนึกขัน "เจ้าช่างกล้าต่อรองกับข้าถึงเพียงนี้เชียวรึ เจ้ากำลังเล่นอยู่บนปากเหวแห่งความตายรู้ตัวหรือไม่" หลี่จวินหรงยื่นมือหนาออกไปหมายจะเชยคางมนขึ้นมาพินิจ ทว่าลี่เหมยกลับเบี่ยงหน้าหลบอย่างนิ่มนวลพร้อมกับก้าวถอยหลังเว้นระยะห่างทันที "หม่อมฉันมิได้เล่นสนุก แต่กำลังช่วยท่านแก้ปัญหาต่างหาก" นางเดินไปหยิบม้วนกระดาษแผนที่แคว้นที่กางไว้บนโต๊ะทำงานขึ้นมา เผยให้เห็นตัวเลขและเส้นทางการขนส่งเสบียงที่ถูกขีดเขียนด้วยหมึกสีชาดอย่างเป็นระเบียบ "ระบบการกระจายเสบียงในยุคเปลี่ยนผ่านเช่นนี้ เต็มไปด้วยรอยรั่วที่พวกขุนนางกังฉินใช้สูบเลือดเนื้อราษฎร ท่านคิดว่าเสบียงห Mนื่นหินที่ถูกส่งไปยังกองทัพชายแดน จะตกถึงมือทหารผู้ปฏิบัติหน้าที่จริงสักเท่าไหร่?" คำพูดของนางราวกับสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงกลางใจของหลี่จวินหรง แววตาที่เคยมีความเย่อหยิ่งดุดันพลเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นในทันที เขารู้ดีว่าปัญหาการทุจริตในกองทัพเป็นมะเร็งร้ายที่กัดกินแคว้นมานานนับปี แต่การที่สตรีตัวเล็กๆ เพียงคนเดียวสามารถมองทะลุปรุโปร่งถึงกลโกงในระบบการขนส่งที่ซับซ้อนเช่นนี้ได้ ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญ "เจ้าหมายความว่าอย่างไร" หลี่เหมยชี้ปลายพู่กันไปยังจุดตัดของเส้นทางขนส่งบนแผนที่ "ดูนี่สิเพพ่ะย่ะค่ะ... เส้นทางสายหลักผ่านมณฑลเจียงหนานถูกควบคุมโดยตระกูลสือ พวกเขาใช้ข้ออ้างเรื่องอุทกภัยทางภาคใต้เพื่อกักตุนเสบียงหลวง แล้วนำข้าวสารขึ้นรามาผสมครึ่งต่อครึ่งก่อนส่งให้กองทัพของท่าน หากปล่อยไว้เช่นนี้ อีกไม่ถึงเดือน ทหารในสังกัดของท่านอ๋องจะต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนเสบียง และอาจนำไปสู่การก่อกบฏภายในกองทัพได้อย่างง่ายดาย" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องหนังสือชั่วขณะ บรรยากาศตึงเครียดเสียจนแทบจะได้ยินเสียงหัวใจเต้น หลี่จวินหรงจ้องมองดวงตาดำขลับคู่นั้นอย่างลึกซึ้ง ในแววตาของนางไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงประกายแห่งความเด็ดเดี่ยวและอำนาจที่ไร้รูปร่างแต่น่าเกรงขามไม่แพ้เขา "แล้วเจ้ามีแผนการเช่นไร" น้ำเสียงของหลี่จวินหรงอ่อนลงเล็กน้อย เจือความทึ่งที่ปิดไม่มิด "เราต้องใช้แผน 'กลืนพิษด้วยพิษ'..." ลี่เหมยโน้มตัวเข้าไปใกล้กระซิบข้างหูของท่านอ๋อง กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกเหมยขาวในฤดูหนาวลอยเข้าจมูกของชายหนุ่ม ทำให้สติที่เคยเยือกเย็นของแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ถึงกับกระเจิงไปชั่วขณะ "เราจะปล่อยให้ตระกูลสืองาบเหยื่อล็อตนี้ไปก่อน แต่ในขณะเดียวกัน เราจะส่งหน่วยลับเข้าสับเปลี่ยนหีบเสบียงทั้งหมดในคืนก่อนวันตรวจรับ..." ในขณะที่แผนการอันแยบยลกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง ตามด้วยเสียงเคาะประตูรัวเร็วและเสียงรายงานด้วยความตื่นตระหนกขององครักษ์ประจำตัว "ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! มีราชโองการลับด่วนที่สุดจากเมืองหลวง ส่งตรงมาถึงมือท่านแม่ทัพโดยเฉพาะ!" หลี่จวินหรงขมวดคิ้วมุ่น เขารับราชโองการสีทองประทับตราหยกมังกรมาจากมือองครักษ์ เมื่อคลี่กระดาษแผ่นนั้นออกอ่าน ดวงตาคมกุบก็หรี่แคบลงจนเหลือเพียงเส้นเดียว รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงจนลี่เหมยยังต้องรู้สึกหนสันหลังวาบ "หึ... เสด็จพ่อทรงมีรับสั่งให้ข้า... กลับเมืองหลวงทันทีเพื่อสมรสกับองค์หญิงต่างเมือง และที่สำคัญ..." หลี่จวินหรงเงยหน้าขึ้นสบตากับลี่เหมย มุมปากหยักลึกยกยิ้มเยียบเย็น "พระองค์ทรงมีคำสั่งให้จับกุม 'กุนซือลี่' ผู้อยู่เบื้องหลังการปฏิรูปการค้าในเขตชายแดน ในข้อหากบฏต่อแผ่นดิน!" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางพลิกชะตากรรมไปกับตัวละครทุกท่านนะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมอำนาจในชุดเครื่องแบบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%