รอยแตกบนพื้นดินแห้งผากไม่ได้น่ากลัวเท่ารอยร้าวในศรัทธาของผู้คน
เสียงกระแทกของท่อนไม้ฟืนลงบนพื้นดินดังกังวานขึ้นท่ามกลางลานกว้างหน้าหมู่บ้าน สำเนียงหอบหายใจของชายฉกรรจ์หลายสิบชีวิตประสานกันเป็นเสียงเดียว ทว่าไม่มีความตื่นตระหนกเจือปนอยู่ในความเหนื่อยล้าเหล่านั้น มีเพียงประกายตาที่ลุกโชนดั่งถ่านไฟใต้เถ้าถ่าน
ลี่เหมยยืนนิ่งอยู่บนเนินดินเตี้ยๆ อาภรณ์ผ้าฝ้ายสีครามเข้มตัดกับลมหนาวปลายฤดู ร่างระหงตั้งตรงสง่างามไม่ต่างจากต้นไผ่หยัดสู้พายุ ปิ่นไม้เรียบง่ายเสียบมวยผมไว้อย่างประณีต ไม่มีเครื่องประดับทองคำล้ำค่า ทว่ากิริยาท่าทางกลับทรงพลังจนดึงดูดสายตาทุกคู่ให้หันมาจับจ้อง นางกวาดสายตามองฝูงชนที่เคยหวาดกลัวต่ออำนาจมืดของกลุ่มนายทุนท้องถิ่น บัดนี้พวกเขากลับยืนหยัดร่วมกันเป็นระเบียบ เป็นรูปเป็นร่างของ "พลัง" ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของกฎเกณฑ์เดิมๆ
"หากพวกท่านยังก้มหน้ายอมรับความอยุติธรรม ข้าวในนาปีนี้ก็จะไม่ตกเป็นของพวกท่านแม้แต่เมล็ดเดียว" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่ก้องกังวานของลี่เหมยหลุดลอดริมฝีปากบางเบา นางไม่ได้ตะโกน ทว่าทุกคำกลับชัดเจนราวกับสลักลงบนแผ่นศิลา "แต่หากพวกท่านลุกขึ้นถางทางร่วมกัน ต่อให้เบื้องบนส่งโองการลงมาอีกสักกี่ฉบับ พวกเราก็ยังมีแผ่นดินให้ยืนหยัด"
เสียงฮือฮาดังขึ้นครู่หนึ่ง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเงียบสงบอันทรงพลัง ผู้นำหมู่บ้านชราผู้หนึ่งก้าวออกมาก้มศีรษะลงต่ำอย่างนับถือ
"คุณหนูลี่... พวกเราฟังท่าน พวกเรายอมเสี่ยง"
ในมุมมืดใด้ร่มเงาของต้นสนโบราณห่างออกไปไม่ไกล รถจี๊ปทหารสีเขียวเข้มจอดสนิทอย่างไร้ซุ่มเสียง กระจกด้านหลังถูกลดลงครึ่งหนึ่งเผยให้เห็นนัยน์ตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยว หลี่จวินหรงนั่งไขว่ห้างในชุดเครื่องแบบทหารยศสูงประดับอินทรธนูยับยั้งความเยือกเย็นได้อย่างสมบูรณ์แบบ นิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ ลงบนพนักแขนเบาะหนัง เสียงนั้นสม่ำเสมอราวกับเสียงนาฬิกามรณะ
สายตาของท่านอ๋องกวาดมองสตรีผู้กำลังพลิกแผ่นดินใต้ปกครองด้วยมือเปล่า มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความระแวกระทึงและหลงใหลในคราเดียวกัน สตรีผู้นี้ช่างกล้าหาญและอันตรายยิ่งนัก นางกำลังรวบรวมรากฐานที่แข็งแกร่งที่สุดในยุคเปลี่ยนผ่านนี้ไว้ในกำมือ
"ท่านอ๋องครับ สายรายงานจากกองอำนวยการเขตแจ้งว่า ทางการเริ่มส่งกำลังสอดแนมเข้ามาในพื้นที่แล้วครับ" นายทหารคนสนิทกระซิบรายงานด้วยเสียงอันแผ่วเบา ขณะโน้มตัวลงต่ำภายในห้องโดยสาร
หลี่จวินหรงไม่แม้แต่จะชายตามองผู้รายงาน สายตาของเขายังคงตรึงอยู่ที่ร่างระหงของลี่เหมยที่กำลังแจกจ่ายแผนผังการจัดสรรแปลงเกษตรใหม่ให้แก่ชาวบ้านด้วยความเชี่ยวชาญราวกับแม่ทัพวางแผนสนามรบ
"ปล่อยให้พวกมันเข้ามา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ เจือความเยียบเย็นที่ทำให้อากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา "ข้าอยากรู้เหมือนกันว่า สุนัขรับใช้พวกนั้นจะกล้าแตะต้องดอกไม้ที่ข้าหมายตาไว้หรือไม่"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของม้าศึกจำนวนมากก็ควบทะยานเข้ามาทางปากทางเข้าหมู่บ้าน ฝุ่นตลบอบอวลพร้อมกับธงประจำกองกำลังตรวจ2การที่สะบัดไหวตามแรงลม ธงผืนนั้นประกาศชัดเจนว่าอำนาจจากส่วนกลางมาถึงแล้ว และเป้าหมายแรกของพวกมันคือการรวบตัว "ผู้นำกลุ่มกบฏ" นอกกฎหมาย
ชาวบ้านเริ่มแตกตื่น เสียงเด็กน้อยร้องไห้ระงม ทว่าลี่เหมยกลับไม่ขยับเขยื้อน นางเพียงแค่เงยหน้าขึ้นสบตากับกองทหารม้าที่กำลังพุ่งตรงเข้ามาด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก ราวกับนางรอคอยเวลานี้มานานแล้ว
ในจังหวะที่คมดาบเล่มแรกชักออกจากฝักเพื่อพุ่งเข้าประชิดตัวลี่เหมย ประตูรถจี๊ปทหารด้านหลังก็เปิดออกผาง เสียงรองเท้าคอมแบตกระทบพื้นดินดังสนั่น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทรงอำนาจที่ก้าวออกมายืนขวางกั้นระหว่างกองกำลังตรวจการและหญิงสาว ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน ท่านอ๋องหลี่จวินหรงยกมือขึ้นเพียงข้างเดียว ส่งสัญญาณให้ทหารนับร้อยนายปิดล้อมกองกำลังตรวจการทั้งหมดไว้ในพริบตาเดียวก่อนที่คมดาบจะทันได้แตะต้องปลายเส้นผมของลี่เหมยด้วยซ้ำ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกัน ณ ที่นี้นะครับ
กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมอำนาจในชุดเครื่องแบบ•ตอนที่ 17
ความหวังครั้งใหม่
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมอำนาจในชุดเครื่องแบบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!