กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมอำนาจในชุดเครื่องแบบ•ตอนที่ 18

ท่านอ๋องยอมวางดาบ

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
เสียงสะท้อนของคมโลหะกระทบพื้นหินแกรนิตภายในห้องโถงบัญชาการดังขึ้นกังวาน ราวกับเสียงคำรามเตือนจากพญามัจจุราช หลี่จวินหรงมิได้มองดาบยาวประจำกายที่เพิ่งถูกปลดออกจากเอวและโยนลงแทบเท้าของลี่เหมย ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายคู่นั้นจ้องมองเพียงสตรีเบื้องหน้า สตรีผู้ยืนหยัดอยู่ท่ามกลางแรงกดดันระดับทำลายล้างด้วยแผ่นหลังที่เหยียดตรงดุจต้นไผ่ในเหมันตฤดู ปลายชายเสื้อคลุมผ้าไหมปักดิ้นเงินลายเมฆมงคลของเขาไหววูบตามจังหวะก้าวเดินอันหนักหน่วงที่คุกคามสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของมนุษย์ "เจ้ากล้าดียังไงถึงวางหมากตานี้" เสียงทุ้มต่ำราวกับก้อนน้ำแข็งบดขยี้ดังลอดไรฟัน หลี่จวินหรงโน้มกายเข้าหา ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารระดับสูงแผ่ไอสังหารเข้มข้นจนอากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลดลงวูบหนึ่ง "รู้หรือไม่ว่าเบี้ยที่เจ้าเพิ่งเดินบนกระดานการเมืองของมณฑลเหนือ... กำลังทำให้หัวของตระกูลลี่หลุดออกจากบ่าทั้งโคตร" ลี่เหมยไม่แม้แต่จะกะพริบตา นางเพียงยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่บางเบายิ่งกว่าไอหมอกยามเช้าบนผิวน้ำ กลิ่นหอมจางๆ ของชาเขียวไป๋ฮ่าวอิ้นเจินที่นางชงไว้คุกรุ่นอยู่ปลายจมูก ตัดกับกลิ่นอายเลือดและดินปืนจากกายของบุรุษตรงหน้าได้อย่างน่าประหลาด "ท่านอ๋องกังวลเรื่องหัวของตระกูลลี่ หรือกังวลว่าหมากตานี้จะไปขัดขวางผลประโยชน์ของกองทัพพิทักษ์ชายแดนกันแน่เพคะ" น้ำเสียงของนางราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดั่งใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่ในปลอกแพรไหม "การค้าผ้าทอและใบชาในยุคเปลี่ยนผ่านนี้ หากปราศจากมือที่มองไม่เห็นคอยถือหาง การผูกขาดของกลุ่มพ่อค้าคนกลางก็จะสูบเลือดเนื้อของราษฎรจนหมดสิ้น ท่านแม่ทัพ... ท่านผู้ทรงเกียรติยศแห่งค่ายทหารบูรพา ย่อมมองออกว่าเสบียงในคลังเวลานี้ไม่ได้พร่องเพราะภัยแล้ง แต่พร่องเพราะหนอนบ่อนไส้ในกองทัพของท่านเองต่างหาก" คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้าเป้าหมายราวกระสุนปืนไรเฟิลเจาะเกราะ หลี่จวินหรงชะงักไปชั่วพริบตา แววตาที่เคยมืดมนดุจหุบเหวไร้ก้นบึ้งเกิดระลอกคลื่นความประหลาดใจวูบไหว สตรีผู้นี้มิใช่เพียงบุตรีขุนนางตกอับที่ทะลุมิติมาอย่างไร้เดียงสา แต่นางคือปีศาจจำแลงที่มองทะลุโครงสร้างอำนาจอันเน่าเฟะของยุคสมัยได้อย่างทะลุปรุโปร่ง นางอ่านเกมขาด ยิ่งกว่าขุนนางเฒ่าในราชสำนักเสียอีก มือหนาใหญ่เอื้อมออกไปบีบคางมนของนางอย่างถือวิสาสะ นิ้วแกร่งกดเน้นลงบนผิวเนื้อนุ่มจนขึ้นรอยแดงจางๆ ทว่าลี่เหมยหาได้แสดงความหวาดกลัว นางเพียงเงยหน้าสบตาเขาตรงๆ แววตาดุดันของพยัคฆ์ร้ายประจันหน้ากับดวงตาดุจหยกเย็นที่ไร้ความหวั่นไหว "เจ้าท้าทายข้ามากเกินไปแล้ว ลี่เหมย" หลี่จวินหรงกระซิบชิดริมฝีปาก ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะแก้มเนียน "รู้ไหมว่าข้าสามารถสั่งขังเจ้าลืมในคุกทหารใต้ดินได้ภายในประโยคเดียว" "เชิญตามสบายเพคะ" ลี่เหมยตอบกลับด้วยน้ำเสียงไม่ยี่หั่น "แต่หากท่านทำเช่นนั้น เอกสารบัญชีลับของเครือข่ายลักลอบค้าอาวุธที่ชายแดนใต้ ซึ่งซ่อนอยู่ในรอยเย็บของพัดพับเล่มนี้ จะถูกส่งตรงถึงโต๊ะทำงานของเสนาบดีฝ่ายซ้ายภายในรุ่งสว่าง... ถึงเวลานั้น ท่านอ๋องผู้เกรียงไกร จะยังรักษาอำนาจในกำมือไว้ได้ครบถ้วนหรือไม่ เจ้าค่ะ?" ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องโถงชั่วขณะ นี่คือเกมวัดใจ บันทึกประวัติศาสตร์ส่วนตัวของยุคเปลี่ยนผ่านที่กำลังเดิมพันด้วยชีวิตและความตาย หลี่จวินหรงจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาดำขลับคู่นั้น เขาพบแต่ความเด็ดเดี่ยว มั่นคง และเป็นประกายระยิบระยับของความฉลาดเฉลียวที่หาได้ยากยิ่งในสตรีร่วมยุค สมองอันรวดเร็วดุจคอมพิวเตอร์ของนายทหารระดับสูงประเมินความเสี่ยงทั้งหมดในเสี้ยววินาที รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากของท่านอ๋องหนุ่ม ก่อนที่เขาจะปล่อยมือจากคางของนางอย่างช้าๆ พร้อมกับถอยหลังไปหนึ่งก้าว "ร้ายกาจ... เจ้ามันนางจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ตัวจริง" หลี่เหมยหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นเจือความรู้สึกบางอย่างที่ซับซ้อนเกินกว่าจะนิยาม "ดีลล่ะ ในเมื่อเจ้าต้องการกระดานนี้ ข้าก็จะจัดให้" ว่าแล้ว หลี่เหมยก็ก้มลงหยิบดาบยาวที่กองอยู่บนพื้นขึ้นมาด้วยมือข้างเดียว น้ำหนักของมันมากโข แต่นางกลับถือมันไว้อย่างมั่นคง ร่างสูงสง่าในชุดเครื่องแบบทหารก้าวเข้ามาประชิดตัวนางอีกครั้ง ก่อนจะปลดผ้าคลุมไหล่ขนจิ้งจอกสีดำสนิทของตนมาคลุมทับลงบนไหล่บอบบางของนาง ปลายนิ้วกว้างสัมผัสกับลำคอระหงแผ่วเบา ทว่าเปี่ยมด้วยความหมายอันหนักแน่น "นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป..." หลี่จวินหรงกระซิบด้วยน้ำเสียงประกาศิตที่สั่นสะท้อนในอก "ในเขตอิทธิพลของกองทัพพิทักษ์ชายแดน... ใครก็ตามที่กล้าแตะต้องเส้นผมของลี่เหมยแม้แต่เส้นเดียว มันผู้นั้นจะต้องถูกควักหัวใจออกมาเซ่นสังเวยดาบของข้า" ลี่เหมยชะงักไปเล็กน้อย หัวใจที่เคยเยือกเย็นมาตลอดนับตั้งแต่ข้ามภพข้ามชาติมา กลับเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งภายใต้ไออุ่นจากเสื้อคลุมของบุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุดในดินแดนแห่งนี้ ทว่า ก่อนที่ทั้งสองจะได้เอื้อMคำใดต่อ *ปัง!* เสียงทุบประตูด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหว ตามด้วยเสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์เงาที่พุ่งเข้ามาคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าของทหารหนุ่มซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด "เรียนท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" องครักษ์ละล่ำละลักรายงาน "กองกำลังตรวจสอบพิเศษจากเมืองหลวง... นำโดยขันทีสนิทขององค์รัชทายราชสำนัก มาถึงหน้าค่ายทหารแล้วพ่ะย่ะค่ะ! พวกเขามี... มีราชโองการลับฉบับด่วนที่สุด สั่งปลดท่านจากการควบคุมกองกำลังทั้งหมดทันที!" หลี่จวินหรงหรี่ตาลงคมกริบ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างทันที ทว่าลี่เหมยกลับหันไปมองออกไปนอกหน้าต่างบานแก้ว ท่ามกลางความมืดมิดยามวิกาล แสงไฟจากคบเพลิงของกองกำลังปริศนานับร้อยชีวิตกำลังส่องสว่างวาบเข้ามาใกล้ค่ายทหารทีละน้อย ราวกับฝูงหมาป่าที่รอจังหวะขย้ำเหยื่อในคืนเดือนมืด ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกัน ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมอำนาจในชุดเครื่องแบบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%