"หากพวกมันก้าวล้ำเส้นเขตโรงงานเข้ามาแม้แต่ก้าวเดียว จงปล่อยให้สัญชาตญาณดิบเถื่อนทำงานได้ทันที ไม่ต้องรอคำสั่งซ้ำจากข้า"
น้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่ากดต่ำจนน่าขนลุกของหลี่จวินหรงดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของโกดังสินค้า หลอดไฟแรงดันต่ำดวงเดียวส่องแสงสีส้มสลัวกระทบเข้ากับเครื่องแบบทหารสีเขียวมะกอกเข้มที่ไร้รอยยับย่น ปลอกกระดุมโลหะขัดมันวาวสะท้อนแสงไฟวับวามราวกับดวงตาของพยัคฆ์ยามล่าเหยื่อ บนโต๊ะไม้เนื้อแข็งตัวยาวมีแปลนแผนผังโรงงานผลิตสินค้าขนาดเล็กกางอยู่ รอยปากกาหมึกซึมสีแดงขีดเขียนเส้นทางป้องกันอย่างรัดกุม ทว่าบรรยากาศรอบกายกลับอวลไปด้วยกลิ่นอายดินปืนและหยาดเหงื่อแห่งความตึงเครียด
ลี่เหมยยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้ากองกระสอบฝ้าย ร่างระหงในชุดเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีครามเข้มและกางเกงขายาวตามแบบสตรีสาธารณชนยุคแปดสิบ เรือนผมสีดำขลับถูกรวบเก็บไว้อย่างเรียบร้อยด้วยปิ่นไม้แกะสลักรูปดอกเหมย ใบหน้ารูปไข่ประณีตงดงามราวนางพญาจำศีล ดวงตาดำขลับคู่คมกริบไม่ได้สะท้อนความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับลุ่มลึกและเยือกเย็นราวกับผิวน้ำในบึงลึกฤดูเหมันต์
"ท่านอ๋องทรงกังวลเกินไปแล้วกระมังครับ" ลี่เหมยเอ่ยขึ้น รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเย้ยหยัน "นี่คือยุคสมัยใหม่ ใต้แสงตะวันย่อมมีกฎหมาย คณะกรรมาธิการเขตอุตสาหกรรมไม่กล้าส่งคนมาปล้นสะดมโรงงานอู่ทองกลางแสงอาทิตย์เช่นนี้หรอก"
หลี่จวินหรงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จ ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวนางในระยะประชิด กลิ่นอายบุรุษเพศอันดุดันผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่ชั้นดีและกลิ่นอายสนามรบพวยพุ่งเข้าปะทะนาสิก ลายพรางบนบ่ากว้างกดดันบรรยากาศรอบตัวให้หนักอึ้ง
"กฎหมายหรือ?" ดวงตาคมปลาบของท่านอ๋องในร่างนายทหารกวาดมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งชื่นชมและอยากจะจับมารัดตรึงไว้ในอ้อมกอดเพื่อซ่อนเร้นจากสายตาผู้คน "ในยุคเปลี่ยนผ่านนี้ อำนาจที่แท้จริงไม่เคยอยู่ในตัวบทกฎหมาย ลี่เหมย... เจ้าฉลาดเป็นกรด แต่มักมองโลกในแง่ดีเกินไป กลุ่มอิทธิพลท้องถิ่นที่เสียผลประโยชน์จากการผูกขาดสินค้าแปรรูปของเจ้า ย่อมไม่ยอมปล่อยให้โรงงานเล็กๆ แห่งนี้กลายเป็นศูนย์กลางการค้าเสรีเด็ดขาด พวกมันเตรียมแผนปล้นชิงและทำลายหลักฐานในคืนนี้แล้ว"
สิ้นคำพูดของเขา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบชีวิตก็ดังขึ้นที่บริเวณกำแพงด้านนอกโรงงาน ตามด้วยเสียงทุบกระจกหน้าต่างแตกกระจายเพล้ง!
ก้อนหินขนาดเท่ากำปั้นถูกโยกเข้ามาตกกระแทกพื้นคอนกรีตเสียงดังสนั่น เศษกระจกกระจัดกระจายเกลื่อนกลาด
ลี่เหมยไม่สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย นางเพียงปัดฝุ่นที่ไหล่ออกอย่างใจเย็น ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อมองเห็นเงาร่างคนนับสิบสวมหมวกไอ้โม่งปีนข้ามกำแพงอิฐเข้ามาพร้อมท่อนเหล็กและมีดพร้าในมือ แสงไฟฉายสาดส่องไปทั่วบริเวณอย่างอุกอาจ
"มือปืนสิบเอ็ดคน ลูกน้องของเฒ่าเฉินจากสมาคมการค้าลั่วหยาง" หลี่จวินหรงเอ่ยพึมพำด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับกำลังนับจำนวนมดปลวกที่เดินผ่านหน้า "กล้าดียังไงถึงเหยียบย่างเข้ามาในอาณาเขตที่ข้าคุ้มครอง"
กึก!
เสียงปลดล็อกซองพกหนังแท้ข้างเอวของหลี่จวินหรงดังขึ้นอย่างเฉียบคม นิ้วมือหนาแกร่งกุมด้ามปืนพกสั้นทหารอย่างมั่นคง แววตาดุดันฉายประกายสังหารวาบผ่าน ทว่าก่อนที่เขาจะได้ก้าวออกไปจัดการปัดกวาดพวกสวะเหล่านั้น ลี่เหมยกลับเอื้อมมือเรียวขาวดุจหยกมาแตะลงบนท่อนแขนแกร่งภายใต้เสื้อคลุมทหารเสียก่อน
"ท่านอ๋องโปรดช้าก่อน" นางเอ่ยเสียงเบา ทว่ากังวานหนักแน่นในที
หลี่จวินหรงชะงัก เลิกคิ้วเข้มขึ้นอย่างแปลกใจ หันมามองสตรีที่กล้าแตะต้องตัวเขายามคับขัน "เจ้าจะห้ามข้าหรือ?"
"ข้าไม่ได้ห้ามให้ท่านอยู่เฉยๆ" ลี่เหมยแย้มยิ้ม มุมปากหยักลึกด้วยเล่ห์กลอันแพรวิพากษ์ "เพียงแต่... การใช้กำลังทหารแก้ปัญหาในเขตพลเรือน ย่อมทิ้งร่องรอยและสร้างความยุ่งยากให้แก่เบื้องบนของท่านในภายหลัง สู้ให้พวกมันเข้ามาติดกับดักที่ข้าเตรียมไว้ต้อนรับตั้งแต่สามวันก่อนไม่ดีกว่าหรือครับ?"
รอยยิ้มของลี่เหมยในยามนี้ งดงามราวกับดอกไม้พิษที่บานสะพรั่งในยามราตรี เย้ายวนแต่แฝงไว้ด้วยพิษร้ายถึงชีวิต
ไม่ทันที่หลี่จวินหรงจะได้เอ่ยถามสิ่งใด เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดก็ดังระเบิดขึ้นจากนอกประตูโกดัง!
*ฉ่า... อ๊ากกก!*
กลุ่มชายฉกรรจ์ที่พังประตูเข้ามากลุ่มแรก ต่างเหยียบย่างเข้าสู่ "ลานหินปูนโรยเกลือกรด" และ "ผงพริกผสมพริกไทยเสฉวนบดละเอียด" ที่ลี่เหมยสั่งให้คนงานนำมาโรยไว้บางๆ ใต้ชั้นใบไม้แห้ง เมื่อฝีเท้าเหยียบย่ำลงไป ปฏิกิริยาเคมีและความแสบร้อนระดับรุนแรงก็เล่นงานผิวหนังและดวงตาจนพวกมันต้องทิ้งอาวุธ กุมหน้าดิ้นทุรนทุรายบนพื้นดินทันที
หลี่จวินหรงจ้องมองภาพเบื้องหน้าด้วยความทึ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างพึงพอใจ ดวงตาคมปลาบหันกลับมามองสตรีข้างกายด้วยความลุ่มหลงที่ยากจะควบคุม
"เจ้าช่าง... ร้ายกาจเสียจริง ลี่เหมย" เขากระซิบชิดริมหูของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับซอกคอขาวผ่อง "ใช้ปัญญาแทนกำลัง ใช้ความเงียบสยบความบ้าคลั่ง... เช่นนี้แล้ว จะไม่ให้ข้าหลงใหลเจ้าได้อย่างไรเล่า"
"ท่านอ๋องโปรดสำรวมด้วยครับ สถานการณ์ข้างนอกยังไม่สงบ" ลี่เหมยเอี้ยวตัวหลบเล็กน้อย แม้หัวใจจะเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะจากสัมผัสใกล้ชิดนั้น แต่นางยังคงรักษาท่าทีเยือกเย็นเอาไว้ได้สนิท
ทว่า... ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังอยู่ในกำมือของทั้งสอง ชายชุดดำคนสุดท้ายที่รอดพ้นจากกับดัก กลับพุ่งตัวทะลวงผ่านหน้าต่างบานที่แตกเข้ามาพร้อมกับปืนสั้นในมือ เป้าหมายของมันไม่ใช่ใครอื่น... แต่คือร่างระหงของลี่เหมยที่ยืนอยู่ริมโต๊ะแปลนงาน!
*ปัง!*
เสียงปืนดังสนั่นกึกก้องไปทั่วโกดัง ควันสีเทาลอยกรุ่นขึ้นกลางอากาศ
แต่ทว่า กระสุนลูกนั้นกลับไม่ได้เจาะทะลุร่างของลี่เหมย...
หลี่จวินหรงพุ่งตัวเข้าโอบกอดร่างของนางไว้ในเสี้ยววินาทีเป็นตายเท่ากัน แขนแกร่งรัดเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่น ร่างสูงใหญ่ใช้แผ่นหลังของตนเองเป็นโล่กำบังกระสุนปืนแทนสตรีในอ้อมกอด เลือดสีแดงเข้มซึมทะลุเนื้อผ้าเครื่องแบบทหารบริเวณหัวไหล่ขวา หยดลงกระทบพื้นคอนกรีตเสียงดังหยาดหยด
ดวงตาดุดันของท่านอ๋องเยือกเย็นลงในพริบตา เขายกปืนในมือข้างซ้ายขึ้นเล็งอย่างแม่นยำไร้ความลังเล และเหนี่ยวไกสวนกลับออกไปทันที
*เปรี้ยง!*
ร่างของมือลอบสังหารล้มฟาดลงกับพื้นแน่นิ่งอย่างไร้ลมหายใจ
โกดังสินค้ากลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง มีเพียงกลิ่นควันปืนและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง
ลี่เหมยเบิกตากว้าง ความสุขุมเยือกเย็นที่เคยมีมาตลอดพังทลายลงในชั่วพริบตา มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยยามสัมผัสลงบนรอยเลือดที่เปรอะเปื้อนเสื้อคลุมของชายหนุ่ม
"ท่าน... เจ็บมากหรือไม่?" น้ำเสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกเก็บซ้ำไว้ในก้นบึ้งของหัวใจทะลักล้นออกมา
หลี่จวินหรงก้มมองสตรีในอ้อมกอด รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นบนริมฝีปากที่ซีดเซียวเล็กน้อยจากพิษบาดแผล เขายื่นมือหนาขึ้นเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยของนางออกอย่างทะนุถนอม สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความลึกซึ้งมั่นคงดั่งหินผา
"เพื่อเจ้าแล้ว... ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต ข้าก็ไม่เคยเสียดาย"
เขากระซิบเสียงพร่า ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาหมายจะประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากอิ่มของนาง ทว่าในวินาทีที่ริมฝีปากทั้งสองกำลังจะแนบชิดกันนั้นเอง เสียงฝีเท้าม้าจำนวนมากก็ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากถนนใหญ่ด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนก้องด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจของแม่ทัพหลวงผู้มาเยือนยามวิกาล
"ใต้เท้าหลี่จวินหรง! ราชโองการด่วนจากเมืองหลวงมาถึงแล้ว! ท่านถูกปลดจากตำแหน่งผู้บัญชาการกองกำลังภาคเหนือ และต้องกลับไปรับโทษฐานขัดขวางนโยบายพรรคในทันที!"
ประโยคนั้นทำให้หลี่จวินหรงชะงักกึก ดวงตาคมปลาบหันขวับไปมองยังประตูทางเข้าที่ถูกถีบเปิดออกโดยกลุ่มทหารติดอาวุธชุดดำกลุ่มใหม่
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกัน ณ ที่นี้นะครับ
กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมอำนาจในชุดเครื่องแบบ•ตอนที่ 16
เพลงกระบี่ในคราบการป้องกัน
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมอำนาจในชุดเครื่องแบบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!