กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมอำนาจในชุดเครื่องแบบ•ตอนที่ 7

แผนการลับใต้แสงตะเกียง

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
กาน้ำชาเนื้อกระเบื้องเคลือบสีฟ้าครามส่งไอร้อนกรุ่นระคนกลิ่นหอมล้ำลึกของใบชาเผิงไล่ชั้นดี ทว่าบรรยากาศภายในห้องหนังสือลับกลับหนתเหน็บราวกֵบถูกแช่ด้วยน้ำแข็งจากยอดเขาหิมะ "ราชโองการไม่ได้สั่งให้จับกุมเจ้าในฐานะกบฏ..." หลี่จวินหรงแค่นยิ้มเยียบเย็น ดวงตาดุดันมองตรงมาที่นางราวกับจะกลืนกิน "แต่มันสั่งให้ประหารชีวิตกุนซือลี่... ภายในคืนนี้ ก่อนที่ข้าจะทันได้แต่งตั้งเจ้าเป็นพระชายา!" กระดาษม้วนสีเหลืองทองประทับตราหยกมังกรถูกโยนลงบนโต๊ะไม้จันทน์เสียงดังทึบ มันกางออกเผยให้เห็นตัวอักษรหมึกดำที่เขียนด้วยลายพระหัตถ์อันเฉียบขาด ทว่าในยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนผ่านที่อำนาจทหารและกลไกพรรคคอมมิวนิตส์ทับซ้อนกันเช่นนี้ ราชโองการฉบับนี้กลับถูกส่งผ่านมาทางสายลับลับเฉพาะของกองทัพ มากกว่าจะเป็นพิธีการในราชสำนักโบราณ ลี่เหมยมิได้สะดุ้งสะเทือน นางเพียงปรายตามองตัวอักษรเหล่านั้นด้วยแววตานิ่งสงบราวผิวน้ำในบึงลึก อาภรณ์ผ้าฝ้ายเนื้อหยาบสีเทาเข้มแบบสตรี working woman ยุค 80 ที่นางสวมทับด้วยเสื้อคลุมผ้าไหมปักลายเมฆมงคลตามธรรมเนียมเก่า ถูกจัดระเบียบให้อย่างเรียบร้อยโดยไม่รีบร้อน "ฝ่าบาททรงรอบคอบยิ่งนัก" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงความเฉียบคมที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ทรงทราบดีว่าหากข้าตายในฐานะกบฏ ทรัพย์สินและเครือข่ายเสบียงทั้งหมดที่ข้าสะสมไว้จะตกเป็นของหลวง แต่หากข้าตายในฐานะ 'ว่าที่พระชายา' ที่ถูกลอบสังหารโดยโจรป่า ความแค้นนี้จะกลายเป็นข้ออ้างให้ท่านอ๋องกวาดล้างหัวเมืองฝ่ายใต้ได้อย่างชอบธรรม... ช่างเป็นหมากที่เดินได้เลือดเย็นสมเป็นท่านผู้กุมอำนาจจริงๆ ครับ เอ๊ย... ค่ะ... ไม่ใช่ส" ลี่เหมยกลืนคำพูดที่เผลอตัวเกือบหลุดปาก นางเหลือบมองบุรุษตรงหน้าที่มีใบหน้าคมคายดั่งสลักจากหินหยก แต่แววตานั้นกลับร้อนรุ่มและอันตรายยิ่งกว่าเปลวไฟ หลี่จวินหรงก้าวเข้ามาประชิด ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวมะกอกคาดเข็มขัดหนังสีน้ำตาลเข้ม ส่งกลิ่นอายบุรุษเพศและกลิ่นดินปืนจางๆ เขาใช้ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการจับดาบและบังเหียน เชยคางนางขึ้นบังคับให้สบตา ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน "เจ้าคิดว่าข้าจะยอมให้มันเกิดขึ้นหรือ?" เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาอย่างดุดัน "ข้ามิได้พาเจ้าข้ามผ่านมิติแห่งกาลเวลาและความตายมา เพื่อให้มาตายด้วยกระดาษแผ่นเดียวของฮ่องเต้หุ่นเชิดพวกนั้น ลี่เหมย... เจ้าประเมินความคลั่งไคล้ของข้าต่ำไป" "หม่อมฉันมิได้ประเมินต่ำไปเพคะ... เอ๊ย ข้าเพียงแต่มองตามความเป็นจริง" ลี่เหมยปัดมือเขาออกอย่างไม่เกรงกลัว นางหมุนตัวเดินไปยังชั้นหนังสือไม้เก่าคร่ำคร่า ก่อนจะกดกลไลับที่ซ่อนอยู่หลังตำราพิชัยสงคราม ผนังห้องลับเคลื่อนตัวออก เผยให้เห็นห้องใต้ดินที่อัดแน่นไปด้วยหีบไม้สนและสมุดบัญชีลับจำนวนนับไม่ถ้วน นี่คือหัวใจสำคัญของปฏิบัติการในค่ำคืนนี้—การซุ่มทำการค้าขายส่วนเกินอย่างเงียบเชียบ ในยุคที่นโยบายเศรษฐกิจเพิ่งเริ่มผ่อนปรน การควบคุมโควต้าข้าวสารและยารักษาโรคยังคงเข้มงวดดั่งไข่ในหิน การค้าขายเสรีคือกบฏทางเศรษฐกิจ แต่สำหรับลี่เหมยผู้มองขาดทะลุถึงอนาคต นี่คือโอกาสทองในการสร้างขุมกำลังทางการเงินที่แม้แต่กองทัพก็ต้องสยบ "ท่านอ๋องโปรดดูนี่" ลี่เหมยหยิบสมุดบัญชีเล่มหนึ่งส่งให้เขา "ในขณะที่ราชสำนักกำลังหวาดระแวงเรื่องกบฏ และพวกเขากลังพยายามปิดตายเส้นทางลำเลียงอาหาร ข้าได้แอบกระจายเครือข่ายสหกรณ์การเกษตรใต้ดิน ผ่านพ่อค้าคนกลางในตลาดมืด คืนนี้ ข้าวสารสิบตันและยาสมุนไพรตะวันตกสัญชาติโซเวียตล็อตใหญ่ จะถูกลำเลียงออกจากคลังสินค้าท่าเรือโดยไม่มีใครล่วงรู้" หลี่จวินหรงรับสมุดบัญชีมาเปิดดู ดวงตาคมกริบกวาดตามองตัวเลขและชื่อรหัสที่ถูกบันทึกไว้อย่างเป็นระเบียบ ลายมือของนางงดงามดั่งตัวอักษรตวัดพู่กันจีนโบราณ แต่ระบบการจัดการกลับทันสมัยล้ำยุคยิ่งกว่านักบริหารการเงินในปักกิ่งเสียอีก "เจ้ากล้าหาญเกินไปแล้ว" หลี่จวินหรงพึมพำ น้ำเสียงที่เคยเกรี้ยวกราดเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความทึ่งระคนห่วงใย "การขน ย้ายสินค้าล็อตนี้ หากถูกทหารตรวจพบ เจ้าจะถูกยิงเป้าในข้อหาทำลายเสถียรภาพพรรคทันที" "ถ้าไม่เสี่ยง แล้วเราจะเอาเงินที่ไหนมาซื้อความจงรักภักดีของแม่ทัพ 3 มณฑลที่กำลังลังเลใจเล่าเพคะ?" ลี่เหมยยิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มนั้นงดงามหยาดเยิ้มทว่าทรงพลังอำนาจ "อำนาจที่แท้จริงไม่ได้มาจากกระดาษราชโองการ แต่มันมาจากกระสุนปืน และข้าวสารในท้องของทหาร... ท่านมีกองกำลัง ข้ามีมันสมองและทุนรอน ถ้าเราสองคนร่วมมือกัน แผ่นดินยุคเปลี่ยนผ่านนี้ย่อมอยู่ในกำมือ" บรรยากาศในห้องใต้ดินเงียบงันลงชั่วขณะ เสียงหยดน้ำจากผนังหินดังติ๋งๆ สะท้อนความตึงเครียด หลี่จวินหรงมองสตรีตรงหน้าเนิ่นนาน แววตาดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความลุ่มหลงลึกซึ้ง เขายื่นมือออกไปโอบเอวบางของนางเข้าหาตัวอย่างถือสิทธิ์ ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ใกล้ขมับหอมกรุ่น "เจ้ามันปีศาจจิ้งจอกจำแลงชัดๆ ลี่เหมย" เขากระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มพร่าสั่นระริกด้วยอารมณ์ "ทำให้ข้าหลงใหลจนแทบจะพลิกแผ่นดินคว่ำเพื่อเจ้าได้จริงๆ" "ถ้าเช่นนั้น ท่านอ๋องก็โปรดช่วยเป็น 'ยาม' เฝ้าประตูให้ข้าด้วย เพราะอีกสิบนาทีข้างหน้า รถบรรทุกสินค้าคันแรกจะเคลื่อนตัวออกจากโกดังแล้ว" ลี่เหมยดันแผงอกกว้างออกเบาๆ นางหยิบหมวกแก๊ปสีเขียวขี้ม้ามาสวมทับเรือนผมสลวย เตรียมพร้อมรับมือกับภารกิจเดิมพันด้วยชีวิต ทว่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังก้าวเท้าออกจากห้องใต้ดิน เสียงเคาะประตูดังปังๆ จากด้านนอกก็ทำลายความเงียบขึ้นอย่างกะทันหัน ตามด้วยเสียงตะโกนแหบพร่าของพ่อบ้านถังที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา "นายท่าน! กุนซือลี่!แย่แล้วขอรับ!" พ่อบ้านถังหอบหายใจโยน โยนวิทยุสื่อสารรุ่นเก่าที่ส่งเสียงซ่าๆ ลงบนโต๊ะ "หน่วยตรวจสอบพิเศษจากส่วนกลาง... พวกเขามาถึงหน้าคฤหาสน์แล้วขอรับ! และคนที่นำกำลังมา... คือสารวัตรทหารผู้เหี้ยมโหดที่ขึ้นตรงต่อท่านผู้นำสูงสุด!" หลี่จวินหรงชะงักฝีเท้า ดวงตาดุดันหรี่แคบลงทันที รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมาจากร่าง สูงใหญ่จนอากาศรอบตัวแทบแข็งตัว ประตูกลางคฤหาสน์ถูกถีบพังโครมลง พร้อมกับร่างในชุดเครื่องแบบเนี๊ยบกริบของนายทหารยศสูงผู้หนึ่งก้าวเข้ามา พร้อมปืนพกสเตอริงในมือที่ยกเล็งตรงมาที่พวกเขาโดยไม่กล่าวคำทักทาย "ท่านอ๋องหลี่จวินหรง... และคุณลี่เหมย" นายทหารผู้นั้นแย้มยิ้มเย็นเยียบ ยื่นหมายค้นฉบับจริงให้ "ท่านถูกกล่าวหาว่าสมคบคิดกับต่างชาติและกักตุนเสบียงผิดกฎหมาย... จงยอมจำนนเสียแต่ดีๆ!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เฉินเว่ยสายลุย" ด้วยดีเสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมอำนาจในชุดเครื่องแบบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%