หมากกระดานลวงกับขุนนางหน้าตาย•ตอนที่ 12

หมากที่เสียสละ

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
กลิ่นหมึกจีนชั้นดีผสมผสานกับกลิ่นอายความอับชื้นของกระดาษโบราณในห้องแฟ้มลับใต้ดิน โอบล้อมร่างของซูเหม่ยหลินไว้ในความเงียบงันที่เยียบเย็นจนแทบเชือดเฉือนผิวเนื้อ นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือผ้าไหมสีดำชะงักค้างอยู่เหนือสมุดบัญชีเล่มสุดท้าย ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงรอยนูนของตราประทับลับที่ถูกกรีดทิ้งด้วยความตั้งใจ—หลักฐานชิ้นสำคัญที่เชื่อมโยงการยักยอกเสบียงคลังหลวงเข้ากับตระกูลขุนนางใหญ่ฝ่ายบูรพา เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามาอย่างไม่รีเวลานั้นไม่ได้ทำให้หัวใจของนางตื่นตระหนก เพราะนางจำจังหวะการย่างก้าวนี้ได้แม่นยำยิ่งกว่าเสียงลมหายใจของตนเอง หลี่จวินหรงหยุดยืนอยู่หลังชั้นตำรา เงาของเขาคั่นกลางระหว่างแสงจากคบเพลิงผนังกับแผ่นหลังบางของนาง บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองอัดแน่นไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยาที่ไร้ซึ่งคำกล่าวทักทาย "ท่านประเมินความฉลาดของขันทีฝ่ายในต่ำไป, ซูเหม่ยหลิน" น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้น ทำลายความเงียบราวกับคมมีดที่กรีดผ่านอากาศ "ราชองครักษ์เสื้อแพรนำกำลังปิดล้อมทางขึ้นลงทั้งสามด้านแล้ว หากเจ้ายังดึงดันจะนำบัญชีเล่มนั้นออกไป... ต่อให้ข้ามีอำนาจล้นฟ้าในราชสำนัก ก็ไม่อาจหาข้ออ้างใดมาปกป้องคนตายได้" เหม่ยหลินค่อยๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาดอกท้อคู่คมกวาดมองสีหน้าสุขุมลุ่มลึกที่ยากจะอ่านออกของราชเลขาธิการหนุ่ม นางแค่นยิ้มหยันที่มุมปากเล็กน้อย แววตาสะท้อนความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ "ปกป้องหรือเพคะ? หรือท่านเพียงแต่กลัวว่าหากบัญชีเล่มนี้หลุดรอดไปถึงมือผู้ตรวจการแผ่นดิน ความลับเรื่องที่สำนักเลขาธิการของท่านมีส่วนรู้เห็นเป็นใจก็จะถูกขุดคุ้ยขึ้นมาด้วย?" นางย้อนถาม น้ำเสียงเจือความเย้ยหยันแต่แฝงไว้ด้วยชั้นเชิงการต่อรองที่คมกริบ "ข้าอุตส่าห์เสี่ยงชีวิตลงมาหาหลักฐานล้างมลทินให้ตระกูลซู ท่านคิดว่าข้าจะยอมเดินออกไปมือเปล่าเพราะคำขู่เรื่องราชองครักษ์เพียงแค่นั้นหรือ?" จวินหรงไม่สะทกสะท้านต่อวาจาเชือดเฉือนของนาง เขาก้าวประชิดเข้ามาทีละน้อย ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดลงจนเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นอายบุรุษเพศอันสุขุมเยือกเย็นผสมผสานกับกลิ่นชาอู่หลงจางๆ แผ่ซ่านเข้าสู่อุนาคาศของนาง จนเหม่ยหลินต้องแอบสูดลมหายใจลึกเพื่อตั้งสติ "เจ้าเข้าใจเจตนาของข้าผิดไปไกลนัก" จวินหรงทอดสายตามองนางด้วยแววตาที่ยากจะหยั่งถึง มีความห่วงใยที่ถูกเก็บกดไว้ลึกซึ้งซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากขุนนางผู้ไร้หัวใจ "ข้าไม่ได้กลัวความผิด แต่ข้ากำลังปกป้อง 'เหยื่อ' ที่โง่เขลาที่สุดคนหนึ่งต่างหาก... เจ้าคิดว่าการโค่นอำนาจเสนาบดีซ่งเป็นเรื่องง่ายดายปานนั้นหรือ? เจ้าเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ถือวิสาสะเดินข้ามตาโดยไม่ดูว่าเบื้องหลังตานั้นคือเหว" "หมากหรือ?" เหม่ยหลินทวนคำ รอยยิ้มบนเรียวปากงดงามยิ่งดูเยียบเย็น "ในสายตาของท่าน ซูเหม่ยหลินผู้นี้คงเป็นได้แค่หมากที่รอวันถูกเขี่ยทิ้งเมื่อหมดประโยชน์สินะคะ" "ถ้าข้าเห็นเจ้าเป็นแค่หมาก ข้าคงปล่อยให้เจ้าเดินขึ้นไปรับดาบขององครักษ์เสื้อแพรที่ด้านบนแล้ว" จวินหรงสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อยบ่งบอกถึงความอดทนที่เริ่มสั่นคลอน เขายื่นมือออกไปแย่งสมุดบัญชีในมือของนางอย่างรวดเร็ว "ท่านจะทำอะไร! คืนมานะเพคะ!" เหม่ยหลินตื่นตระหนก พยายามยื้อยุดสมุดบัญชีเล่มนั้นกลับมา ร่างกายแนบชิดกันโดยไม่ตั้งใจจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากแผงอกกว้างของเขา นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง จวินหรงกลับคว้าข้อมือนางไว้แน่นด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างซ่อนสมุดบัญชีไว้ในสาบเสื้อกว้างของตนเองอย่างแนบเนียน ก่อนที่เสียงฝีเท้าอันเร่งรีบและแสงคบเพลิงสว่างวาบจะสาดส่องเข้ามาถึงมุมอับของชั้นหนังสือ "ใต้เท้าหลี่! ใต้เท้าอยู่ที่นี่จริงด้วยพ่ะย่ะค่ะ!" หัวหน้าองครักษ์เสื้อแพรปรากฏกายขึ้นพร้อมทหารนับสิบชีวิต พวกเขาชะงักเมื่อเห็นราชเลขาธิการคนสำคัญยืนประจันหน้ากับสตรีชุดดำในมุมลับตา "พวกเราได้รับรายงานว่ามีผู้บุกรุกขโมยเอกสารสำคัญในคลังลับ ใต้เท้า... ทรงพบเห็นสิ่งใดบ้างหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?" เหม่ยหลินกลั้นหายใจ หัวใจเต้นระส่ำด้วยความตื่นตระหนก นางเตรียมใจรับมือกับการถูกจับกุมและข้อหากบฏไว้แล้ว แต่ทว่า... จวินหรงกลับยืนบังร่างของนางไว้ครึ่งหนึ่งอย่างแนบเนียน ใบหน้าหล่อเหลายังคงความเรียบเฉย ไร้ร่องรอยพิรุธแม้แต่น้อย เขากวาดสายตาคมกริบมองหัวหน้าองครักษ์ด้วยท่าทีเย่อหยิ่งตามวิสัยขุนนางใหญ่ "ข้าเป็นผู้สั่งให้เปิดคลังลับนี้เอง เพื่อตรวจสอบบัญชีเสบียงประจำไตรมาสตามราชโองการลับ พวกเจ้าส่งเสียงเอะอะโวยวายอะไรกัน คิดจะรบกวนการทำงานของราชสำนักหรืออย่างไร?" น้ำเสียงทรงอำนาจและเย็นชาของจวินหรงกดดันให้หัวหน้าองครักษ์ต้องรีบประสานมือก้มศีรษะลงขอขมา "ใต้เท้าโปรดอภัย ข้าพเจ้าเพียงแต่ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของเสนาบดีซ่ง..." "เสนาบดีซ่งมีอำนาจสั่งการเหนือสำนักเลขาธิการตั้งแต่เมื่อใด?" จวินหรงตัดบทเสียงกร้าว "ไสหัวไปให้พ้น! หากข้ายังได้ยินเสียงรบกวนการตรวจสอบบัญชีของข้าอีก แม้แต่หัวของเสนาบดีซ่งก็อาจจะรักษาไว้ไม่ได้!" ทหารและหัวหน้าองครักษ์หน้าถอดสี รีบถอยร่นออกไปจากห้องแฟ้มลับอย่างรวดเร็วด้วยความหวาดกลัวในอำนาจของราชเลขาธิการ ความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศกลับยิ่งอึดอัดและหนักหน่วงกว่าเดิม เหม่ยหลินผ่อนลมหายใจออกยาวเหยียด นางดึงข้อมือตนเองกลับจากการกุมกุมของเขา แววตาสลับซับซ้อนมองบุรุษตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก "ท่าน... ทำเช่นนี้ทำไม?" นางถามเสียงแผ่วเบา "ท่านเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องข้า... เท่ากับท่านประกาศเป็นศัตรูกับฝ่ายของเสนาบดีซ่งอย่างเปิดเผย ท่านรู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังเอาอนาคตและตำแหน่งของตนเองไปแขวนไว้บนเส้นด้าย!" จวินหรงก้าวเข้าไปใกล้เรื่อยๆ จนกระทั่งแผ่นหลังของนางชนเข้ากับชั้นตำราด้านหลัง ไม่มีทางให้ถอยหนีอีกต่อไป เขายื่นมือข้างที่ซ่อนสมุดบัญชีออกมา วางมันลงบนชั้นหนังสือข้างศีรษะของนาง กักขร่างของนางไว้ในอาณาเขตของตนเองอย่างเบ็ดเสร็จ ดวงตาดำขลับของเขาพินิจพิเคราะห์ใบหน้างดงามที่เจือความสับสนของนางอย่างลึกซึ้ง "ถ้าข้าไม่ทำเช่นนั้น หมากตัวนี้ก็คงถูกกระดานกลืนกินไปเสียก่อน" จวินหรงกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดราวนิดๆ จนเหม่ยหลินรู้สึกวูบวาบในอกอย่างประหลาด "จำไว้, ซูเหม่ยหลิน... เจ้าเป็นคนเดียวที่มีสิทธิ์แก้แค้นให้ตระกูลซู และข้า... ก็เป็นคนเดียวที่มีสิทธิ์จะควบคุมเกมนี้" ในจังหวะที่หัวใจของนางกำลังเต้นผิดจังหวะจากถ้อยคำและสัมผัสอันใกล้ชิดนั้นเอง สายตาก็เหลือบไปเห็นรอยประทับครึ่งหนึ่งที่หลุดลอกออกมาจากสมุดบัญชีที่เขาเพิ่งวางไว้ มันไม่ใช่รอยประทับของคลังหลวงอย่างที่นางเข้าใจมาตลอด... แต่มันคือตราประจำพระองค์ขององค์รัชทายาทผู้ล่วงลับ! ความจริงอันน่าตกใจนี้พุ่งเข้าชนโสตประสาทของเหม่ยหลินจนชาหนึบไปทั้งร่าง นางเงີยหน้าขึ้นมองหลี่จวินหรงทันทีด้วยดวงตาเบิกกว้าง "ท่าน..." นางยังไม่ทันเอ่ยคำถามใดออกไป เสียงฝีเท้าปริศนาดังขึ้นแว่วๆ จากทางบันไดลับด้านนอก พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนที่มีพัดเหล็กในมือ ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตู พร้อมกับเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะเยียบเย็นว่า — "ใต้เท้าหลี่ทรงซ่อนความลับไว้ดีถึงเพียงนี้เชียวหรือ? น่าเสียดายนัก... ที่ข้าดันบังเอิญมาเห็นฉากรักอันลึกซึ้งนี้เข้าพอดี" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปพร้อมกับตัวละครด้วยกันนะคะ "หมอกเหมยปลายฤดู"
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานลวงกับขุนนางหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%