หมากกระดานลวงกับขุนนางหน้าตาย•ตอนที่ 11

เมื่อข่าวลือกลายเป็นหอก

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
"ข่าวลือในราชสำนัก... บางครั้งคมกริบเสียยิ่งกว่าคมดาบที่อาบยาพิษเสียอีกนะคะใต้เท้าหลี่" น้ำเสียงของซูเหม่ยหลินราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงใหญ่ที่ปราศจากระลอกคลื่น ทว่าแววตาคู่คมกลับสะท้อนเปลวเพลิงแห่งความกรุ่นโกรธที่ถูกควบคุมไว้ภายใต้กรอบของกิริยามารยาทอัน ณ โถงอักษรส่วนในของตำหนักราชเลขาธิการ กลิ่นอายของหมึกจีนชั้นดีและกระดาษเสวียนจื่อราคาแพงอบอวลคละคลุ้ง ทว่าบรรยากาศกลับอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก แผ่นกระดาษแผ่นหนึ่งถูกวางไว้ตรงกลางโต๊ะไม้แกะสลักสลักลวดลายวิจิตร มันคือรายงานลับที่คัดลอกมาจากสำนักตรวจสอบราชสำนัก เนื้อหาภายในระบุชัดเจนด้วยถ้อยคำอันเจ็บแสบ ว่าด้วยความสัมพันธ์อันไม่ควรเปิดเผยระหว่าง ‘ยอดกุนซือหญิงแห่งคลังข้อมูลลับ’ และ ‘ราชเลขาธิการผู้ทรงคุณธรรม’ หลี่จวินหรงมิได้ก้มลงมองกระดาษแผ่นนั้น แม้แต่หางตาก็ยังไม่เหลือบแล ร่างสูงสง่าในชุดขุนนางสีม่วงเข้มยังคงยืนนิ่งสงบ มือข้างหนึ่งไขว้หลัง อีกข้างถือพู่กันขนหมาป่าปลายแหลมคมจรดลงบนฏีกาถวายรายงานด้วยความมั่นคง ท่วงท่าของเขาสุขุมและเย็นชาจนน่ากลัว ราวกับสิ่งที่ซูเหม่ยหลินกำลังร้อนรนนั้นเป็นเพียงเรื่องลมฟ้าอากาศที่พัดผ่านหน้าต่างไปเท่านั้น "เจ้ากังวลเรื่องคำนินทาของพวกสุนัขรับใช้ในท้องพระโรงตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แม่นางซู" หลี่จวินหรงเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มนุ่มต่ำแต่น่าเกรงขาม เขาวางพู่กันลงอย่างประณีตก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับนาง ดวงตาคมปลาบของเขาอ่านยากเย็นเช่นเคย มีเพียงรอยย่นจางๆ ระหว่างคิ้วที่บ่งบอกว่าเขากำลังใช้ความคิดขั้นสูงสุด "ข้าไม่ได้กังวลเรื่องคำนินทาของพวกมันค่ะใต้เท้า แต่ข้ากำลังกังวลว่า... ใครเป็นผู้หยิบยื่นกระบี่เล่มนี้ให้พวกมันต่างหาก" ซูเหม่ยหลินก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอีกหนึ่งก้าว ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและแรงกดดันทางจิตวิทยาที่ต่างฝ่ายต่างแผ่ซ้ำเติมกันและกัน "การที่ข่าวลือเรื่องที่เราแอบลักลอบส่งมอบแผนผังคลังหลวงแพร่สะพัดไปถึงหูของเสนาบดีฮั่วได้ภายในเวลาไม่ถึงชั่วยาม หมายความว่าหนูสกปรกตัวนั้นไม่ได้ซ่อนอยู่ไกล... มันอยู่ในสำนักราชเลขาธิการแห่งนี้" หลี่จวินหรงแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นแหבריสและเยียบเย็น "เจ้าคิดว่าข้าเลินเล่อจนปล่อยให้หนูสกปรกไต่เข้ามาถึงห้องทำงานส่วนตัวอย่างนั้นหรือ" "ข้าไม่ได้หมายความว่าท่านเลินเล่อค่ะใต้เท้าหลี่... แต่ท่านกำลังประเมิน ‘ความริษยา’ ของมนุษย์ต่ำเกินไป" นางโน้มตัวลงเล็กน้อย มือเรียวบางกดลงบนขอบโต๊ะ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของเขา "ในสายตาของขุนนางเก่าแก่เหล่านั้น การที่ข้าซึ่งเป็นเพียงสตรีที่มีมลทินติดตัวสามารถก้าวขึ้นมาถือครองอำนาจตรวจสอบข้อมูลได้ ย่อมขัดหูขัดตาพวกมันอยู่แล้ว แต่หากข้าสามารถชักจูง ‘ราชเลขาธิการผู้ยึดมั่นในกฎหมาย’ ให้ทำผิดทำนองคลองธรรมเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนได้ด้วย... นั่นไม่ใช่แค่การทำลายตัวข้า แต่มันคือการถอนรากถอนโคนความน่าเชื่อถือของท่านต่างหาก" คำพูดของนางเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนเนื้อสด หลี่จวินหรงนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมหรี่ลงเล็กน้อย เขารู้ดีว่าสิ่งที่หญิงสาวตรงหน้ากล่าวมานั้นคือความจริงอันโหดร้าย ราชสำนักในยามนี้เปรียบเสมือนกระดานหมากรุกที่เต็มไปด้วยหมอกพิษ ทุกย่างก้าวมีความหมายถึงความเป็นความตาย และในตอนนี้... ศัตรูในเงามืดกำลังพยายามใช้ "ข่าวลือเรื่องชู้สาวและความลับราชการ" มาบีบให้พวกเขาต้องตัดขาดจากกัน เพื่อทำลายพันธมิตรที่แข็งแกร่งที่สุดในยามที่บ้านเมืองกำลังสั่นคลอน "แล้วเจ้าจะทำอย่างไร" หลี่จวินหรงถามเสียงเรียบ ทว่าแววตาไหววูบไปชั่วขณะ "ในเมื่อพวกมันต้องการบีบให้เราถอย เจ้าจะเลือกถอยตามเกม หรือจะเดินหน้าเข้าหาคมดาบ" ซูเหม่ยหลินยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่ปราศจากความอบอุ่น แต่งดงามบาดตาและเปี่ยมด้วยพิษสง "ถอยหรือคะ? ท่านก็รู้ว่าคำว่า ‘ยอมแพ้’ ไม่เคยมีอยู่ในตำราของซูเหม่ยหลิน ในเมื่อพวกมันอยากให้ข่าวลือนี้เป็นหอกที่แทงทะลุหัวใจเรานัก... เราก็แค่ต้องเปลี่ยนหอกเล่มนั้น ให้กลายเป็นอาวุธที่ย้อนกลับไปปลิดชีพพวกมันเองก็พอ" นางหยิบแผ่นกระดาษรายงานฉบับนั้นขึ้นมา พลิกดูรอยประทับตราลับที่มุมกระดาษ รอยยิ้มบนเรียวปากบางยิ่งแย้มกว้างขึ้น "ตราประทับนี้... เป็นของกองคลังเสบียงไม่ใช่หรือคะใต้เท้า? คนที่สามารถเข้าถึงตราประทับระดับนี้ได้ โดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบจากท่าน มีอยู่เพียงผู้เดียวในกรมพิธีการ... จ Mยลโฉมใต้เท้าฮั่วซานผู้รักความยุติธรรมเสียจริง" หลี่จวินหรงมองกิริยาของนางด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ความฉลาดเป็นกรดและความเด็ดเดี่ยวที่ไม่เกรงกลัวผู้ใดของซูเหม่ยหลิน มักจะทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกทึ่งและหวาดหวั่นไปพร้อมๆ กัน นางเป็นสตรีที่อันตรายที่สุดเท่าที่เขาเคยพบเจอในชีวิตราชการ แต่ในขณะเดียวกัน... นางก็เป็นเพียงคนเดียวในแผ่นดินนี้ ที่ก้าวตามความคิดของเขาได้ทันทุกย่างก้าว "เจ้ามั่นใจแค่ไหน" หลี่จวินหรงถามเสียงพร่า มือหนายื่นออกไปสัมผัสปลายนิ้วของนางที่กำลังถือแผ่นกระดาษ ไออุ่นจากมือของเขาส่งผ่านความเย็นเยียบของห้องทำงาน ทำให้หัวใจของซูเหม่ยหลินกระตุกวูบไปชั่วขณะ แต่นางก็มิได้ดึงมือกลับ "ไม่ถึงเจ็ดส่วน... แต่มากพอที่จะทำให้เสนาบดีฮั่วต้องนอนไม่หลับไปอีกหลายคืนค่ะ" นางตอบเสียงกระซิบ แววตาสื่อความหมายลึกซึ้งที่คนนอกไม่มีวันเข้าใจ "คืนนี้ ข้าจะไปเยือนจวนของใต้เท้าฮั่วอย่างเงียบๆ เพื่อ ‘ทวงคืน’ ความยุติธรรมให้กับข่าวลือที่พวกเขากุขึ้นมา" "ไม่ได้" หลี่จวินหรงปฏิเสธทันควัน น้ำเสียงเข้มงวดขึ้นจนกลายเป็นคำสั่ง "มันอันตรายเกินไป จวนของฮั่วซานในยามนี้ถูกคุ้มกันด้วยองครักษ์เงาไม่ต่ำกว่าสามสิบคน เจ้าไปคนเดียวเท่ากับรุกล้ำเข้าสู่ปากเสือ" "ถ้าเช่นนั้น..." ซูเหม่ยหลินเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้ง รอยยิ้มเย้ายวนแต่แฝงด้วยเลศนัยปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ใต้เท้าหลี่ผู้ทรงคุณธรรม... สนใจจะเดินทางไป ‘ตรวจราชการนอกสถานที่’ กับข้าในยามวิกาลสักครั้งไหมคะ? เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเราสองคนต่อหน้าเสนาบดีฮั่วอย่างไรล่ะคะ" บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่ประสานกันอย่างแนบเนิด หลี่จวินหรงจ้องมองดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความท้าทายนั้น ก่อนที่มุมปากหยักลึกของเขาจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง "หากเป็นรับสั่งจากกุนซือซู... ข้าคงไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธอยู่แล้วกระมัง" เขาเอ่ยเสียงนุ่ม ทว่าในวินาทีที่ทั้งคู่กำลังจะตกลงแผนการขั้นเด็ดขาด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นอย่างกระชั้นชิดที่เบื้องนอกประตูห้องทำงาน เสียงเคาะประตูสามครั้งดังสนั่นตามมาด้วยเสียงตะโกนด้วยความร้อนรนของมหาเล็กเว่ย "ใต้เท้าหลี่! แย่แล้วขอรับ! มีราชโองการด่วนจากฮ่องเต้... ให้ควบคุมตัวกุนซือซูไปสอบสวนที่คุกหลวงทันข้อหา ‘สมคบคิดกับขุนนางกังฉินเพื่อรั่วไหลความลับแผ่นดิน’ พ่ะย่ะค่ะ!" ซูเหม่ยหลินชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะ หลี่จวินหรงหรี่ตาลงคมกริบ รังสีสังหารแผ่ซ่านออกจากร่างสูงสง่าทันที ความเร็วนรกเช่นนี้หมายความว่า... แผนการของฝ่ายตรงข้ามไม่ได้มีแค่การปล่อยข่าวลือเพื่อทำลายชื่อเสียง แต่มันคือการ "ซ้อนกล" เพื่อจับพวกเขาคาหนังคาเขาในเวลาที่พวกเขากำลังเตรียมตัวโต้กลับต่างหาก! "ดูท่า..." ซูเหม่ยหลินหันมามองหน้าหลี่จวินหรง น้ำเสียงของนางยังคงเยือกเย็น แต่นัยน์ตากลับไหววูบด้วยความตระหนักรู้ "เราโดนตัดหน้าเข้าให้แล้วค่ะใต้เท้า... และดูเหมือนว่า ประตูคุกหลวงในคืนนี้ จะเปิดต้อนรับเราเร็วกว่าที่คิด" *** (ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินหมากอันดุเดือดนี้ไปพร้อมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ — หมอกเหมยปลายฤดู)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานลวงกับขุนนางหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%