กลิ่นหมึกจีนชั้นดีผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณอายุนับสิบปี ลอยอบอวลอยู่ภายใต้ความมืดมิดของหอจดหมายเหตุหลวง ในยามที่ราตรีกาลเข้าปกคลุมทั่วทั้งเมืองหลวง ซูเหม่ยหลินซ่อนตัวอยู่หลังชั้นไม้มะฮอกกานีขนาดใหญ่ ปลายนิ้วเรียวภายใต้ถุงมือหนังสีดำสัมผัสลงบนสันแฟ้มกระดาษสาด้วยความระมัดระวังสูงสุด ทุกย่างก้าวของนางถูกคำนวณไว้อย่างแม่นยำรา과การเดินหมากบนกระกระดานที่พลาดเพียงตาเดียวหมายถึงความตาย
"เจ้าหาช้ากว่าที่ข้าประเมินไว้ถึงเค่อหนึ่งนะ แม่นางซู"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นจากมุมมืดของห้องโถง ปราศจากความตกใจ มีเพียงความสุขุมเยือกเย็นที่คุ้นเคย หลี่จวินหรงก้าวออกมาจากเงาของเสาไม้แกะสลัก อาภรณ์สีน้ำเงินเข้มของราชเลขาธิการกลมกลืนไปกับความมืด ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องมาที่นางด้วยประกายระยับที่อ่านไม่ออก ราวกับเสือดาวกำลังมองเหยื่อที่เดินเข้ากรงด้วยความสมัครใจ
ซูเหม่ยหลินชะงักไปชั่วลมหายใจ นางไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกให้เห็นแม้แต่น้อย ร่างระหงหมุนตัวกลับเผชิญหน้ากับเขา รอยยิ้มบางเบาถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างเยือกเย็น
"ใต้เท้าหลี่ช่างว่างงานเสียจริง ยามวิกาลเช่นนี้ไม่พักผ่อนฝันหวาน แต่กลับมาเดินตรวจตราในเขตหวงห้าม... หรือว่าท่านเองก็กำลังตามหา 'รายงานฉบับที่สาบสูญ' เล่มนั้นอยู่เหมือนกันเพคะ?" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงนัยยะท้าทาย
หลี่จวินหรงก้าวเข้าไปใกล้ทีละน้อย ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดลงจนเหลือเพียงก้าวเดียว กลิ่นอายบุรุษอันทรงอำนาจและกลิ่นจันทร์หอมจางๆ ปะทะเข้ากับนาสิกของนาง เขายื่นมือออกไป ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนชั้นหนังสือเหนือศีรษะของนาง เป็นการกักขังนางไว้ในอาณาเขตของเขาโดยปริยาย
"ข้าไม่ได้ตามหา... เพราะข้าเป็นคนเก็บมันไว้เองต่างหาก" เขากระซิบชิดริมหู เสียงนั้นต่ำพร่าและเต็มไปด้วยชั้นเชิง "สิ่งที่เจ้ากำลังควานหาในความมืดนี้ คือหลักฐานที่จะล้างมลทินให้ตระกูลซู หรือคือหลักฐานที่จะใช้มัดตัวข้ากันแน่ล่ะ ซูเหม่ยหลิน?"
หัวใจของซูเหม่ยหลินกระตุกวูบ แต่นางยังคงรักษาความนิ่งสงบทางสีหน้าไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ดวงตาดอกท้อคู่สวยสบประสานกับนัยน์ตาคมกริบของเขาอย่างไม่ยอมแพ้
"ใต้เท้าประเมินข้าสูงเกินไปแล้ว ข้าเป็นเพียงสตรีผู้ดูแลคลังข้อมูล หาได้มีเจตนาแอบแฝงอันใดไม่ เพียงแต่... รายงานการเบิกจ่ายงบประมาณกองทัพเมื่อสามปีก่อน มันดันหายไปอย่างไร้ร่องรอย และบังเอิญว่าลายมือสุดท้ายที่ลงนามอนุมัติ กลับเป็นตราประทับประจำตำแหน่งของราชเลขาธิการเช่นท่าน ท่านจะให้ข้าคิดว่าอย่างไรเล่าเพคะ?"
บทสนทนาเชือดเฉือนระຫວ่างคนทั้งสองดำเนินไปท่ามกลางความเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหายใจและจังหวะการเต้นของหัวใจที่ดังสะท้อนอยู่ในความรู้สึก หลี่จวินหรงไม่โกรธเคือง กลับกัน มุมปากหยักลึกของเขากลับยกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ แววตาคู่นั้นสะท้อนภาพเงาของหญิงสาวผู้ฉลาดล้ำและดื้อรั้นที่สุดเท่าที่เขาเคยพบเจอในชีวิตราชสำนัก
"เจ้าฉลาดนัก ซูเหม่ยหลิน..." หลี่จวินหรงเอ่ยเสียงแผ่วเบา สายตาเลื่อนลงมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตา "แต่เจ้ากลับมองข้ามสิ่งสำคัญที่สุดไป รายงานฉบับนั้นไม่ได้สาบสูญเพราะถูกขโมย... แต่มันถูกทำลายไปตั้งแต่คืนที่ตระกูลของเจ้าล่มสลายแล้วต่างหาก"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ซูเหม่ยหลินหน้าถอดสีไปเสี้ยววินาที ความทรงจำอันเจ็บปวดในคืนเพลิงผลาญไหลย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจ แต่นางยังคงกัดฟันแน่น ปฏิเสธที่จะแสดงความอ่อนแอต่อหน้าบุรุษผู้นี้
"ท่านโกหก..." นางเค้นเสียงลอดไรฟัน
"ข้าไม่เคยมีความจำเป็นต้องโกหกเจ้า" หลี่จวินหรงขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนหน้าผากของเขาสัมผัสกับหน้าผากของนางแผ่วเบา ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาส่งผ่านความสับสนระคนลึกล้ำเข้ามาในจิตวิญญาณ "หากเจ้าอยากรู้ความจริงทั้งหมด... จงมาเป็นเงาข้างกายข้า เลิกใช้ชีวิตอยู่บนเส้นด้ายที่พร้อมจะขาดผึ่งนี่เสีย"
ซูเหม่ยหลินนิ่งงัด สติปัญญาและอุดมการณ์กำลังตีกันอย่างรุนแรงในหัว นางรู้ดีว่าการร่วมมือกับหลี่จวินหรงเท่ากับการเดินเข้าสู่ถ้ำเสือ แต่มันก็เป็นหนทางเดียวที่จะเข้าถึงห้องลับสุดยอดของราชสำนักเช่นกัน
ทว่า ในขณะที่นางกำลังจะเอבปากปฏิเสธหรือตกลงนั้นเอง—
*แกร๊ก...*
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงเหล็กกระทบกันดังแว่วมาจากทางเดินด้านนอก หน้าต่างกระดาษสาด้านทิศตะวันตกถูกเงาร่างหนึ่งทาบทับด้วยความเร็วสูง พร้อมกับลูกธนูอาบยาพิษที่พุ่งแหวกอากาศทะลุกรอบหน้าต่างเข้ามาปักลงบนชั้นหนังสือห่างจากหัวของหลี่จวินหรงไปเพียงคืบเดียว!
หลี่จวินหรงคว้าเอวบางของซูเหม่ยหลินเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว หมุนตัวหลบวิถีกระสุนปืนลับที่ตามมาติดๆ ในความมืดมิดของหอจดหมายเหตุ พร้อมกับที่ประตูด้านหน้าถูกถีบพังทลายลงด้วยกำลังมหาศาล แสงไฟจากคบเพลิงสว่างจ้าขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของหน่วยองครักษ์เสื้อแพรนับสิบชีวิตที่กรูเข้ามาล้อมรอบพวกเขาทั้งสองไว้ในวงล้อม!
และที่น่าตกใจที่สุดคือ บุรุษผู้ก้าวเข้ามาในแถวหน้าสุด พร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก... คือเสนาบดีคลังผู้ทรงอำนาจ ผู้ที่ควรจะนอนหลับใหลอยู่จวนของตนในยามวิกาลนี้!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและลุ้นระทึกไปกับกลลวงครั้งนี้ด้วยกันนะคะ — หมอกเหมยปลายฤดู
หมากกระดานลวงกับขุนนางหน้าตาย•ตอนที่ 6
รายงานฉบับที่สาบสูญ
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานลวงกับขุนนางหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!