“ใต้เท้าหลี่... ดูเหมือนท่านจะขยันเกินหน้าที่ไปหน่อยนะ หวังว่าของในนั้นจะไม่มีอะไรที่ทำให้ข้าต้องเสียเวลาเก็บกวาดเพิ่มหรอกนะ”
ประโยคทิ้งท้ายจากตอนที่แล้วยังคงแขวนลอยอยู่ท่ามกลางความเงียบงันในห้องหนังสือลับใต้ดิน กลิ่นอายของกระดาษเก่าและน้ำหมึกราคาแพงคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นจางๆ ของชาอูหลงที่ยังอุ่นอยู่บนโต๊ะ
ซูเหม่ยหลินไม่ได้ขยับตัวหนี นางเพียงแต่หมุนตัวกลับมาช้าๆ แววตาดุจหยกเย็นชาใต้แสงตะเกียงน้ำมันก๊าดไม่ได้สะท้อนความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก—รอยยิ้มที่หลี่จวินหรงเรียนรู้ที่จะระแวดระวังทุกครั้งยามที่ได้เห็น
ราชเลขาธิการหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าถือความยุติธรรมดั่งชีวิต ลดพับฎีกาลับในมือลงช้าๆ สายตาคมกริบราวกับพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองเอกสารบนโต๊ะทำงานของนาง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่หีบไม้จันทน์แกะสลักสกุลซูที่ถูกเปิดค้างไว้ครึ่งหนึ่ง
“ของในนี้... จะทำให้เจ้าต้องเสียเวลาเก็บกวาด หรือจะทำให้ข้าต้องรื้อฟื้นคดีที่ตายไปแล้วสิบห้าปีกันแน่ล่ะ แม่นางซู”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างสุขุม ทว่ากลับทรงพลังกดดันจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา หลี่จวินหรงก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานอีกหนึ่งก้าว ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจ ความกดดันจากการเป็น "ผู้ล่า" และ "เหยื่อ" สลับขั้วกันไปมาในอากาศราวกับเกมกระดานที่ไม่มีใครยอมใคร
เหม่ยหลินแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นกลั้วไปด้วยความเย้ยหยันที่ไม่อาจปิดมิด
“ใต้เท้าหลี่ช่างมีความสามารถในการจินตนาการเป็นเลิศ คดีของตระกูลซู เป็นคดีกบฏที่ตัดสินโดยพระราชโองการเด็ดขาดไปนานแล้ว ข้าเป็นเพียงสตรีผู้ดูแลคลังเอกสาร จะไปหาญกล้ารื้อฟื้นอะไรได้” นางเอ่ยพลางเอื้อมมือไปปิดฝาหีบไม้จันทน์ด้วยท่าทีเยือกเย็น ทว่าปลายนิ้วที่เรียวยาวกลับสั่นน้อยๆ จนแทบสังเกตไม่เห็น—การสั่นที่ไม่ได้เกิดจากความกลัว แต่เป็นเปลวเพลิงแห่งความแค้นที่สุมอกมานานนับทศวรรษและกำลังถูกกระพือให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง
หลี่จวินหรงสังเกตเห็นอาการนั้น ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เขารู้จักสตรีตรงหน้าดี นางคือมันสมองอันตรายที่ฉลาดเป็นกรด นางไม่เคยแสดงจุดอ่อนให้ใครเห็น หากวันนี้นางแสดงรอยร้าวออกมา นั่นหมายความว่าเกราะป้องกันที่นางสวมใส่อยู่กำลังถูกความจริงกรัดจนแทบทนไม่ไหว
“สิบห้าปีที่แล้ว... ข้ายังเป็นเพียงเด็กหนุ่มที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ราชสำนัก” หลี่จวินหรงเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย ทว่ายังคงความลุ่มลึกและจริงจัง “ข้าจำได้ว่าวันนั้น ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงถูกย้อมเป็นสีเลือด ควันไฟจากคฤหาสน์สกุลซูโชนแสงสว่างไสวไปทั่วสารทิศ และข้าก็จำได้แม่นยำเช่นกันว่า... มีบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากลในสำนวนคดีนั้น”
หัวใจของเหม่ยหลินกระตุกวูบ สายตาที่เคยราบเรียบไหวระริกชั่วพริบตา ก่อนจะถูกกลบฝังลงไปภายใต้หน้ากากความเย็นชาอย่างรวดเร็ว นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ
“ใต้เท้าหลี่กำลังจะบอกว่า... ท่านสงสัยในพระราชวินิจฉัยขององค์ฮ่องเต้งั้นหรือ? ระวังคำพูดหน่อยเถอะเจ้าค่ะ โทษฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แม้แต่ท่านก็อาจรักษาคอไว้ไม่าก”
“ข้าไม่ได้สงสัยพระองค์” หลี่จวินหรงก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานจนเกือบจะชิดตัวนาง บังคับให้นางต้องเงยหน้าสบตากับเขา “แต่ข้าสงสัย ‘มือ’ ที่อยู่เบื้องหลังการชักใย สกุลซูจงรักภักดีต่อแผ่นดินมาหลายชั่วอายุคน ไม่มีเหตุผลอันใดที่เสนาบดีซูจะหันปลายดาบเข้าหาบัลลังก์... เว้นเสียแต่ว่า มีคนจงใจสร้างภาพลวงตาขึ้นมา เพื่อปิดปากคนที่รู้ความลับบางอย่าง”
คำพูดนั้นราวกับมีคมมีดกรีดลงกลางใจของเหม่ยหลิน ภาพความทรงจำในคืนวันนั้นย้อนกลับมาฉายชัดในหัวสมองราวกับภาพยนตร์โศกนาฏกรรมที่ไม่มีวันลบเลือน—กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง เสียงกรีดร้องของมารดา และร่างไร้ลมหายใจของบิดาที่นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นห้อง โดยมีตราประทับลับของกองทัพพายัพตกอยู่ข้างกาย ซึ่งเป็นหลักฐานมัดตัวที่บิดาของนางไม่มีวันได้แก้ต่าง
หยดน้ำตาแห่งความคับแค้นถูกกลืนกลับลงไปในลำคอ เหม่ยหลินกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ รสชาติเค็มปร่าของเลือดแล่นพล่าน นางแค่นยิ้มหยันให้กับโชคชะตา
“ท่านอยากรู้ความจริงงั้นหรือ... ใต้เท้าหลี่?” เสียงของนางแหบพร่าลงเล็กน้อย เจือไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความเยือกเย็นมาเนิ่นนาน “ท่านคิดว่าความจริงมันสวยงามนักหรือไง? ความจริงที่แลกมาด้วยชีวิตคนครึ่งค่อนตระกูล ความจริงที่ทำให้ข้าต้องกลายมาเป็นเงาหลบซ่อนอยู่ในความมืด คอยเก็บกวาดเศษซากความเน่าเฟะของพวกขุนนางหน้าเนื้อใจเสืออย่างพวกท่าน!”
หลี่จวินหรงนิ่งงังไปชั่วขณะ เขาสัมผัสได้ถึงคลื่นอารมณ์อันรุนแรงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีเย่อหยิ่งของนาง นี่คือมุมที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน—มุมของสตรีผู้แบกรับความอยุติธรรมของโลกทั้งใบไว้บนบ่าเพียงลำพัง
“ถ้าเจ้าแบกมันไว้คนเดียว มันจะทำให้เจ้าแหลกสลายเสียก่อนที่จะได้ล้างมลทิน” หลี่จวินหรงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ มือหนาเอื้อมออกไป หมายจะสัมผัสหลังมือที่กำแน่นของนางเพื่อคลายความเจ็บปวด
“อย่ามาแตะต้องตัวข้า!” เหม่ยหลินสะบัดมือหนีอย่างรวดเร็ว ราวกับถูกไฟลวก สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความระแวงและเย้ยหยัน “ความเห็นอกเห็นใจจากขุนนางผู้สูงส่งอย่างท่าน ข้าไม่ต้องการ! ท่านกับพวกมันก็ไม่ต่างกันหรอก... ใช้กฎหมายและความชอบธรรมมาเป็นเครื่องมือเหยียบย่ามผู้อื่น!”
บรรยากาศระหว่างทั้งสองตึงเครียดถึงขีดสุด ความอึดอัดและแรงดึงดูดประหลาดแผ่ซ่านไปทั่วห้องหนังสือลับ ไม่มีใครยอมลดละสายตาจากกัน ความรู้สึกผิดบาป ความแค้น และความอาลัยอาวรณ์ปะปนกันอยู่ในห้วงอารมณ์ของคนทั้งคู่ ราวกับไฟกับน้ำแข็งที่กำลังหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างบ้าคลั่ง
แต่ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำใดออกมาทำลายความเงียบ...
*แกร๊ก...*
เสียงฝีเท้าเบาหวิวดังแว่วมาจากทางบันไดลับด้านนอก ราวกับมีใครบางคนกำลังย่างกรายเข้ามาใกล้ห้องนี้อย่างเงียบเชียบที่สุด!
หลี่จวินหรงชะงัก ร่างกายตื่นตัวในสัญชาตญาณนักรบ มือข้างหนึ่งเอื้อมไปแตะด้ามกระบี่ที่ข้างเอวอย่างรวดเร็ว ส่วนเหม่ยหลินเบิกตากว้าง สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดถึงขีดสุดในพริบตา
ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีบุคคลที่สามล่วงรู้ทางเข้าห้องลับนี้... และยิ่งไม่มีทางรู้เลยว่า แขกยามวิกาลผู้นี้คือนักฆ่าที่ถูกส่งมาปิดปาก หรือเป็นหนอนกระบื่อที่แฝงตัวอยู่ในเงาของราชสำนักกันแน่!
เหม่ยหลินหันขวับไปคว้าหีบไม้จันทน์เพื่อจะซ่อนมัน ทว่าแสงจากตะเกียงกลับสะท้อนกระดาษแผ่นหนึ่งที่ร่วงหล่นออกมาจากซอกหีบ—กระดาษแผ่นเก่าที่มีลายมือคุ้นตา และรายชื่อขุนนางระดับสูงกว่าสิบคน พร้อมตราประทับลับของแคว้นศัตรูที่ระบุชัดเจนว่า... คดีกบฏเมื่อสิบห้าปีที่แล้ว แท้จริงแล้วคือแผนการสมคบคิดของคนในราชสำนักเอง!
หลี่จวินหรงก้มลงมองกระดาษแผ่นนั้น ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนขมขื่น เมื่อชื่อแรกที่ปรากฏอยู่บนยอดสุดของเอกสารลับฉบับนั้น... คือชื่อของบุคคลที่เขานับถือดั่งบิดาบังเกิดเกล้า
***
ติดตามตอนต่อไป: "เงาอำมหิตหลังม่านมุ้ง" | ขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้กันเสมอมานะคะ
*หมอกเหมยปลายฤดู*
หมากกระดานลวงกับขุนนางหน้าตาย•ตอนที่ 20
ความแค้นในอดีต
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานลวงกับขุนนางหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!