หมึกสีชาดบนกระดาษซวนจื่อยังไม่ทันแห้งสนิทดี รอยพู่กันที่สะบัดอย่างเฉียบคมก็ถูกปลายนิเรียวเรียวดั่งหยกของซูเหม่ยหลินพับทบเข้าหากันอย่างรวดเร็วราวกับกําลังซ่อนร่องรอยแห่งอาชญากรรม
เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามาหยุดนิ่งอยู่เบื้องหลังม่านโปร่งบางปักลายกระเรียนนั้นไม่ได้ทำให้หญิงสาวสะดุ้งสะเทือน นางเพียงชะองพู่กันในมือเล็กน้อย ก่อนจะวางมันลงบนแท่นหินอย่างมั่นคง
“ยามวิกาลปานนี้แล้ว ใต้เท้าหลี่มิพักต้องกลับจวนไปพักผ่อน หรือว่าห้องหนังสือหลวงแห่งนี้มีสิ่งใดดึงดูดใจท่านเป็นพิเศษมากกว่าฎีกาว่าด้วยเรื่องงบประมาณขุดลอกคูคลองกันแน่คะ”
น้ำเสียงของซูเหม่ยหลินราบเรียบ เจือความเย้าแหย่เล็กน้อยแต่มั่นคงไร้รอยสั่นพร่า นางไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองผู้มาเยือน ดวงตาสงบนิ่งทอดมองเปลวโคมไฟสีส้มที่ไหววูบตามสายลมที่ลอดผ่านหน้าต่างแกะสลัก
หลี่จวินหรงไม่ตอบในทันที ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมขุนนางสีเข้มก้าวผ่านม่านโปร่งเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ราวกับพยัคฆ์ย่างกรายเข้าสู่เขตล่าสัตว์ กลิ่นอายความกดดันอันเป็นเอกลักษณ์ของราชเลขาธิการผู้คุมกฎแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วห้องหนังสืออับทึบ เขายืนซ้อนอยู่ด้านหลังนางในระยะที่ใกล้จนเกินพอดี ใกล้เสียจนซูเหม่ยหลินสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบของไอร้อนจากร่างกายอีกฝ่ายที่สะท้อนผ่านเนื้อผ้า
“ข้าเพียงแต่สงสัย...” เสียงทุ้มต่ำของจวินหรงเอ่ยขึ้นช้าๆ ราวกับกำลังพิจารณาคดีความในศาลหลวง สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองร่องรอยบนโต๊ะทำงานของนาง “เหตุใดกุนซือฝึกหัดผู้ดูแลคลังข้อมูลชั้นนอกเช่นเจ้า ถึงมีสิทธิ์เข้าถึง ‘บันทึกบัญชีลับของกรมคลัง’ ฉบับที่ถูกเผาทำลายไปเมื่อสามปีก่อนได้เล่า ซูเหม่ยหลิน”
บรรยากาศภายในห้องพลันดิ่งวูบลง อุณหติลดต่ำลงจนแทบหายใจไม่ออก
ซูเหม่ยหลินหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่กลั้วด้วยความขบขัน แต่นัยน์ตากลับไร้รอยยิ้มโดยสิ้นเชิง นางค่อยๆ หมุนตัวกลับเผชิญหน้ากับเขา ใบหน้างดงามที่มักประดับด้วยรอยยิ้มเยعยวนใจบัดนี้เรียบเฉยราวน้ำแข็งพันปี
“ใต้เท้าหลี่ทรงสายตาแหลมคมสมคำร่ำลือจริงๆ ค่ะ... แต่การกล่าวหาว่าข้าแตะต้องเอกสารหลวงที่สูญหายไปแล้วเช่นนั้น หากไม่มีหลักฐาน เกรงว่าต่อให้ท่านมีอำนาจล้นฟ้า ก็อาจจะกลายเป็นผู้ใส่ร้ายขุนนางสุจริตเสียเองนะคะ”
“หลักฐานหรือ?” จวินหรงก้าวเข้าไปอีกก้าวหนึ่ง บังคับให้นางต้องถอยหลังจนสะโพกแนบชิดกับขอบโต๊ะไม้จันทน์ มือหนายื่นออกไปปัดปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนของนางออกอย่างถือวิสาสะ ปลายนิ้วของเขาเฉียดผ่านผิวแก้มเย็นเยียบ ทำให้หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบไปชั่วขณะ แต่นางยังคงฝืนสติไม่ยอมหลบสายตา “รอยหมึกบนนิ้วชี้ข้างขวาของเจ้า... คือหมึกชนิดพิเศษที่ใช้เฉพาะในกองบัญชาการคลังหลวงยุคอดีต และกลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยร้อยปีที่ติดอยู่บนตัวเจ้า ก็เป็นกลิ่นเดียวกับที่โชว์หึ่งอยู่บนกองเอกสารคดีตระกูลซูเมื่อยามรุ่งสว่าง”
สายตาของหลี่จวินหรงคมกริบราวกับจะทะลวงเข้าไปถึงก้นบึ้งจิตใจ นางฉลาด... นางฉลาดเกินไป ร่องรอยทุกอย่างถูกทำลายอย่างไร้ร่องรอย แต่ทว่า ‘สัญชาตญาณ’ ของราชเลขาธิการผู้ผ่านความเป็นความตายมานับไม่ถ้วนบอกเขาว่า สตรีตรงหน้าผู้นี้มีความลับที่เกี่ยวพันถึงความเป็นความตายของราชสำนักซ่อนอยู่ และความลับนั้นอาจสั่นคลอนบัลลังก์มังกรได้ทั้งบัลลังก์
ซูเหม่ยหลินจ้องลึกลงไปในนัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้น หัวใจเต้นรำด้วยจังหวะอันตื่นเต้นแต่นิ่งสงบยิ่ง นางรู้ดีว่าคนผู้นี้ไม่ใช่คนที่จะหลอกลวงได้ด้วยคารมคมคายเพียงผิวเผิน เคมีที่ดึงดูดกันและกันอย่างประหลาดท่ามกลางสงครามประสาทนี้ ทำให้ทั้งสองต่างตระหนักว่า... ต่างฝ่ายต่างเป็นเหยื่อและผู้ล่าในเกมกระดานเดียวกัน
“ท่านสงสัยข้า...” ซูเหม่ยหลินเอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบa ริมฝีปากบางเฉียบคลี่ยิ้มเย้ายวนแต่ทว่าอันตรายยิ่ง “หรือว่า... ท่านกำลังสนใจตัวตนที่แท้จริงของข้ากันแน่คะ ใต้เท้าหลี่”
จวินหรงชะงักไปเล็กน้อยกับความกล้าหาญที่เกินหญิงของนาง แทนที่จะหวาดกลัว กลับท้าทายเขาอย่างไม่เกรงกลัวอาญาแผ่นดิน รอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดาปรากฏขึ้นที่มุมปากของราชเลขาธิการหนุ่ม เขาก้มหน้าลงกระซิบข้างใบหูของนาง จนลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านต้นคอระหง
“เจ้ามันอันตราย ซูเหม่ยหลิน... และข้าเกลียดความเสี่ยง” เขากล่าวเสียงพร่า “แต่บางครั้ง... การเล่นหมากรุกกับคนที่เดินหมากเก่งเท่ากัน ก็ชวนให้ลืมหายใจเสียจริง”
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองกำลังตึงเครียดและอัดแน่นไปด้วยแรงดึงดูดอันดำมืดนั้นเอง...
*กริ๊ก...*
เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ดังขึ้นจากมุมมืดหลังชั้นตำราหลวงที่ควรจะว่างเปล่า!
จวินหรงแววตาเปลี่ยนเป็นเฉียบคมในเสี้ยววินาที ร่างสูงพุ่งตัวคว้าดาบประจำกายพร้อมตวัดสายตาไปยังความมืดมิดทันที ส่วนซูเหม่ยหลินพลันหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นเงาดำสายหนึ่งพุ่งวาบผ่านแสงจันทร์ที่ส่องลอดหน้าต่าง พร้อมกับวัตถุบางอย่างที่กลิ้งหล่นลงมาแทบเท้าของนาง—
มันคือ 'ป้ายหยกประจำตัว' ของขันทีคนสนิทแห่งตำหนักใน... ผู้ซึ่งควรจะเสียชีวิตไปแล้วในเหตุการณ์เพลิงไหม้เมื่อเจ็ดวันก่อน!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและลุ้นระทึกไปกับกลลวงครั้งนี้ด้วยกันนะคะ — หมอกเหมยปลายฤดู
หมากกระดานลวงกับขุนนางหน้าตาย•ตอนที่ 4
ความลับใต้เงาโคม
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานลวงกับขุนนางหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!