กลิ่นสาบสางของโคลนตมและคราบเขม่าควันไฟจากเตาฟืนชื้นแฉะลอยอบอวลอยู่ใต้ร่มเงาพฤกษาทึบของหุบเขาอี้หลาน ซูเหม่ยหลินซ่อนกายอยู่ภายใต้เสื้อผ้าหยาบกระด้างของหญิงชาวบ้านผู้ยากไร้ ใบหน้าที่เคยผุดผ่องถูกละเลงด้วยดินโคลนจนคล้ำหมอง เส้นผมดำขลับถูกรวบมัดลวกๆ ไว้ใต้ผ้าโพกหัวสีตุ่น ทว่าดวงเนตรหงส์คู่คมกลับยังคงสุกใสและกวาดมองประเมินสภาพแวดล้อมรอบตัวด้วยความเยือกเย็นเป็นระบบ ทุกย่างก้าวที่นางจำต้องเดินตามหลังหัวหน้าโจรภูเขา นามว่า ‘เฉินซาน’ แฝงไว้ด้วยการคำนวณระยะทางและทางหนีทีไล่ในหัวนับร้อยแปดวิธี
การปลอมตัวแทรกซึมเข้าสู่รังโจรพยัคฆ์ทมิฬไม่ใช่เรื่องง่าย หากไม่ใช่เพราะบัญชีลับการยักยอกเสบียงคลังหลวงที่สาวมาสิ้นสุด ณ ที่แห่งนี้ นางไม่มีทางเอาชีวิตเข้ามาเสี่ยงในดินแดนไร้ขื่อแปเช่นนี้เด็ดขาด
"เร็วดื้อหน่อยแม่นาง! หากเอ็งยังชักช้า ข้าเกรงว่าพวกพี่ใหญ่ในโรงเหล้าคงไม่ต้อนรับแขกแปลกหน้าอย่างเอ็งเป็นแน่" เสียงห้าวของเฉินซานตวาดขัดจังหวะความคิดของนาง พร้อมกับปลายมีดสั้นที่เหน็บอยู่ข้างเอวถูกตบเบาๆ เป็นเชิงขู่
ซูเหม่ยหลินปั้นสีหน้าหวาดกลัวได้อย่างแนบเนียน นางแกล้งก้มหน้าหลบสายตา ก้าวเท้าสะดุดเล็กน้อยเพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ของหญิงสาวชาวบ้านที่ขลาดกลัวและไร้ที่พึ่ง แต่เบื้องหลังท่าทีอ่อนแอเหล่านั้น สมองของนางกำลังทำงานอย่างหนัก นางสังเกตเห็นรอยประทับตรากระบี่บนคานไม้ของโรงเตี๊ยมร้างที่ใช้เป็นด่านตรวจ มันไม่ใช่รอยประทับของโจรป่าทั่วไป... แต่มันคือสัญลักษณ์ของกองกำลังลับประจำตัวขุนนางฝ่ายอภิสิทธิ์ในเมืองหลวง
*มีเกลือเป็นหนอนอยู่เบื้องบน และพวกมันกำลังใช้กลุ่มโจรเหล่านี้เป็นเครื่องมือฟอกเงินภาษี*
หัวใจของกุนซือสาวกระตุกวูบ แต่นางเก็บบันทึกความตื่นตระหนกนั้นไว้ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยอย่างมิดชิด
ในขณะเดียวกัน ท่ามกลางความมืดสลัวของห้องโถงใหญ่ในรังโจร หลี่จวินหรง ในชุดคลุมสีดำสนิทกลมกลืนกับรัตติกาล กำลังยืนอยู่เบื้องหน้าหน้าต่างไม้ที่ชำรุด สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองลงไปยังลานกว้างเบื้องล่าง ราชเลขาธิการผู้เคร่งครัดในกฎหมายไม่ได้เดินทางมาที่นี่เพื่อเจรจาไกล่เกลี่ย แต่เขามาเพื่อ ‘เก็บกวาด’ หมากที่กำลังจะเดินเลยตาจน
มือเรียวยาวของเขาลูบด้ามหยกที่เหน็บอยู่ข้างเอวอย่างใช้ความคิด เขารู้ดีว่าซูเหม่ยหลินต้องหาทางเข้ามาที่นี่เพื่อสืบหาบัญชีลับฉบับนั้น หญิงสาวผู้นี้ดื้อรั้นและไม่เคยเกรงกลัวความตาย มักเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อความจริงเสมอ ซึ่งมันเป็นจุดอ่อนที่ทำให้เขาต้องคอยตามเช็ดตามล้างให้อย่างไม่เต็มใจนัก
"ใต้เท้า... สายรายงานว่าแม่นางซูปลอมตัวปะปนมากับกลุ่มคนงานขนเสบียงของพวกมันแล้วขอรับ" เสียงกระซิบจากเงาดำที่คุกเข่าอยู่เบื้องหลังดังขึ้น
หลี่จวินหรงแค่นหัวเราะในลำคอแผ่วเบา รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก "นางช่างหาญกล้ายิ่งนัก คิดจะใช้มือเปล่าควักเสือออกจากถ้ำโดยไม่ปรึกษาใครเลยสินะ"
"จะให้คนของเราไปดึงตัวนางกลับมาก่อนหรือไม่ขอรับ?"
"ไม่ต้อง" ชายหนุ่มปฏิเสธทันควัน น้ำเสียงราบเรียบทว่าเฉียบขาด "ปล่อยให้นางเล่นละครฉากนี้ให้จบเสียก่อน ข้าอยากรู้เหมือนกันว่ากุนซือผู้ปราดเปรื่องแห่งซูหลิน จะเอาตัวรอดจากปากเหยี่ยวปากกาได้อย่างไรโดยไม่มีข้าคอยกาง
เขตแดน"
ภายในโถงกลางของรังโจร กลิ่นเหล้าเถื่อนและเนื้อย่างคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว ซูเหม่ยหลินถูกผลักให้เข้ามานั่งคุกเข่าอยู่กลางวงล้อมของชายฉกรรจ์นับสิบชีวิต สายตานับคู่จับจ้องมองมาที่นางราวกับสัปاست์หิวโซที่กำลังพิจารณาเหยื่ออันโอชะ
"ฮ่าๆๆ เฉินซาน วันนี้เอ็งไปจับสาวชาวบ้านที่ไหนมา ถึงได้หน้าตาจิ้มลิ้มแม้จะมีโคลนเลอะอยู่บ้างก็เถอะ" เสียงหัวoเราะเยาะดังลั่นจากชายร่างใหญ่ที่มีรอยแผลเป็นพาดผ่านใบหน้า เขาคือ 'เป่าฮู่' รองหัวหน้าโจรผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยม
เฉินซานยิ้มเยาะ "นางบอกว่าพลัดหลงจากสามีระหว่างทางขึ้นเขา ข้าเห็นว่าน่าสงสารและพอจะช่วยงานซักล้างในโรงครัวได้ จึงพามาถวายให้ท่านรองหัวหน้าพิจารณาขอรับ"
ซูเหม่ยหลินแกล้งตัวสั่นเทาเล็กน้อย นางเงยหน้าขึ้นสบตาเป่าฮู่ด้วยแววตาตื่นตระหนกที่แฝงความเวทนาไว้แนบเนียน "นายท่าน... ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย ข้าเพียงต้องการหาที่ซ่อนตัวจากพวกทหารใจร้ายเท่านั้น ข้าทำอาหารเป็น เย็บปักถักร้อยก็เก่ง ขอเพียงให้ข้าได้มีข้าวกินและที่ซุกหัวนอน ข้าจะทำทุกอย่างตามที่นายท่านบัญชาเจ้าค่ะ"
เป่าฮู่หัวเราะลั่นอย่างชอบใจ มันยื่นมือหนาหยาบกร้านเข้ามาหมายจะยลโฉมใต้คางของนาง ซูเหม่ยหลินอดไม่ได้ที่จะเกร็งกล้ามเนื้อทั่วร่าง มือเล็กที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อแอบสัมผัสกับเข็มพิษเคลือบยาชาที่เตรียมไว้ หากมันกล้าล่วงเกินนางเกินขอบเขต นางก็พร้อมจะแลกด้วยการเปิดโปงความวุ่นวายที่นี่ทันที แม้จะต้องเสี่ยงถูกรุมประชาทัณฑ์ก็ตาม
ทว่า ก่อนที่ปลายนิ้วหยาบกร้านนั้นจะสัมผัสโดนผิวแก้วของนาง ประตูไม้บานใหญ่ก็ถูกถีบกระเด็นด้วยแรงมหาศาล เสียงโครมครามสนั่นหวั่นไหวทำให้ทุกคนในห้องสะดุ้งสุดตัว
"หยุดมือเสีย!"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมชั่วขณะ ซูเหม่ยหลินเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อเงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา แสงไฟจากคบเพลิงสาดส่องกระทบสันกรามคมคายและดวงตาคู่นคมที่เต็มไปด้วยไอสังหาร
หลี่จวินหรงกวาดสายตาคมกริบมองไปยังเป่าฮู่ ก่อนที่สายตานั้นจะตกลงมาหยุดนิ่งที่ร่างของหญิงสาวที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นดินโคลน มุมปากของเขาขยับยิ้มเย็นเยียบที่อ่านไม่ออก
"บังอาจนัก! เจ้าเป็นใคร ถึงกล้าบุกเข้ามาในรังของพวกเรา!" เป่าฮู่ชักดาบออกจากฝัก ตะโกนลั่นด้วยความโกรธ
หลี่จวินหรงไม่ได้สนใจโจรภูเขาผู้นั้นแม้แต่น้อย เขาก้าวเท้าเดินผ่านวงล้อมเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัว ราวกับสถานที่แห่งนี้เป็นเพียงห้องรับแขกในจวนของตนเอง สายตาที่มองซูเหม่ยหลินเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่ทำให้นางรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ในอก
"แม่นางซู..." หลี่จวินหรงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานไปทั่วห้องโถง "สามีของเจ้ามารับกลับบ้านแล้ว เหตุใดจึงยังนั่งเล่นอยู่บนพื้นดินเช่นนี้เล่า?"
ซูเหม่ยหลินนิ่งงัน ลมหายใจสะดุดกึกไปชั่วขณะ นางไม่คาดคิดเลยว่าเขาจะเลือกวิธีนี้ในการเปิดโปงและช่วยเหลือนาง—การก้าวเข้ามาประกาศตัวเป็น ‘สามี’ ของนางกลางรังโจรที่เต็มไปด้วยศัตรู
ทว่า ในวินาทีที่นางกำลังจะอ้าปากโต้แย้ง สายตาของหลี่จวินหรงก็เหลือบไปเห็นสมุดบัญชีหนังวัวเล่มเล็กที่โผล่พ้นชายเสื้อของเป่าฮู่ ซึ่งหล่นออกมาจากอกเสื้อของหัวหน้าโจรอีกคนในขณะที่เกิดความชุลมุน
ดวงตาของราชเลขาธิการหนุ่มหรี่แคบลงทันที... นั่นคือบัญชีรายชื่อขุนนางทุจริตที่ตามหามาแรมปี
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความหนาวเหน็บและกลยุทธ์อันล้ำลึกนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
- หมอกเหมยปลายฤดู -
หมากกระดานลวงกับขุนนางหน้าตาย•ตอนที่ 23
ในฐานะคนแปลกหน้า
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานลวงกับขุนนางหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!