หมากกระดานลวงกับขุนนางหน้าตาย•ตอนที่ 24

กับดักน้ำผึ้งอาบยาพิษ

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
กลิ่นอายของชาผู่เอ่อร์หมักบ่มข้ามปีลอยกรุ่นอยู่เบื้องหน้า ทว่าความเข้มข้นของรสชาติกลับไม่เท่าบรรยากาศอันเยียบเย็นที่คั่นกลางระหว่างคนทั้งสองในห้องหนังสือส่วนตัวของหอจดหมายเหตุหลวง ปลายนิ้วเรียวสวยของซูเหม่ยหลินเคาะเบา ๆ เป็นจังหวะบนโต๊ะไม้จันทน์แดง บนพื้นผิวไม้ขัดเงาปรากฏแผ่นป้ายไม้ไผ่แกะสลักอักษรลับสามแผ่น ซึ่งเพิ่งถูกส่งตรงมาจากกองปราบปรามในยามวิกาล มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่เชื่อมโยงบัญชีลับของกรมคลังเข้ากับขุนนางสายอำมาตย์เก่าที่หลี่จวินหรงกำลังหมายหัวอยู่พอดี "ใต้ฝ่าบาททรงรอบคอบยิ่งนัก... ส่งเหยื่อล่อชั้นดีมาให้ข้าพเจ้าถึงปากถ้ำเช่นนี้ เกรงว่าน้ำผึ้งหยดนี้คงมิใช่ได้มาเปล่า ๆ กระมังคะ" ซูเหม่ยหลินเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง เจ้าของร่างระหงในชุดคลุมผ้าไหมสีเทาเข้มปักลายเมฆหมอกขยับตัวเล็กน้อย แววตาคมกริบดั่งใบมีดซ่อนใต้แพขนตางอนหนา นางกำลังประเมินทุกย่างก้าวของบุรุษผู้ยืนอยู่เบื้องหน้าอย่างระแวดระวัง หลี่จวินหรงไม่ตอบทันที เขายกถ้วยชาขึ้นจิบช้า ๆ สายตาคมปลาบดั่งเหยี่ยวทอดมองสตรีผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นกุนซือมือหนึ่งแห่งยุคด้วยความรู้สึกที่ยากจะหยั่งถึง รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของราชเลขาธิการหนุ่มไม่ได้สื่อถึงความอบอุ่น หากแต่แฝงไว้ด้วยเล่ห์เหลี่ยมที่ลึกล้ำยิ่งกว่าหุบเหว "แม่นางซูเข้าใจผิดแล้ว น้ำผึ้งถ้วยนี้หาได้เป็นของข้าพเจ้าไม่ แต่เป็น 'ของกำนัล' จากผู้ที่ต้องการเห็นเราสองคนห้ำหั่นกันเองต่างหาก" เสียงทุ้มต่ำน่าฟังเอื้อนเอ่ยอย่างใจเย็น เขาวางถ้วยแผ่วเบาลงบนโต๊ะ ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานของนางทีละน้อย จนระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่เหลือเพียงช่วงแขน ความกดดันแผ่ซ่านในอากาศจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ หลี่จวินหรงโน้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาที่มักเรียบเฉยไร้ความรู้สึกบัดนี้อยู่ใกล้จนนางได้กลิ่นจาง ๆ ของสนหมึกและอากาศยามค่ำคืน "คู่ปรับรายใหม่ของท่าน... มิใช่คนที่ข้าพเจ้าหรือท่านจะมองข้ามได้ง่าย ๆ หรอกนะคะ" เขากระซิบ น้ำเสียงนั้นต่ำพร่าจนเกือบกลายเป็นเสียงถอนหายใจ "องค์ชายสามทรงเคลื่อนไหวแล้ว และหลักฐานในมือท่านชิ้นนั้น ก็คือหมากตารุกฆาตที่พระองค์จงใจโยนให้เราแย่งชิงกัน เพื่อดูว่าใครจะก้าวพลาดตกหลุมพรางก่อนกัน" ซูเหม่ยหลินชะงักไปชั่วลมหายใจ นางไม่ได้สะดุ้งตกใจกับชื่อขององค์ชายสาม ทว่าความใกล้ชิดกะทันหันและคำเตือนที่แฝงด้วยความหวังดีปนเล่ห์เหลี่ยมต่างหากที่ทำให้นางต้องระงับสติอารมณ์ ปลายเล็บจิกเข้าหากันแน่นใต้โต๊ะเพื่อเรียกสมาธิ แต่สีหน้ายังคงความเยือกเย็นไร้ริ้วรอยความตื่น "ใต้เท้าหลี่กำลังเล่นเกมเสี่ยงตายนะคะ" นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรง ๆ ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววท้าทายระคนเย้ยหยัน "ท่านรู้ทั้งรู้ว่าการรับหมากตานี้หมายถึงการเอาคอไปแขวนไว้บนเส้นด้าย แต่ท่านก็ยังเลือกที่จะเดินมาหาข้าพเจ้า... หรือแท้จริงแล้ว ท่านมิได้มาเพื่อเตือนข้าพเจ้า แต่ตั้งใจจะใช้มือคู่นี้ของข้าพเจ้าเขี่ยถ่านร้อนออกจากกองไฟให้ท่านกันแน่" รอยยิ้มของหลี่จวินหรงลึกขึ้นอีกส่วน แววตาคู่นั้นไหววูบคล้ายคลื่นใต้น้ำที่ยากจะคาดเดา มือหนายื่นออกไปราวกับจะหยิบแผ่นป้ายไม้ไผ่บนโต๊ะ ทว่ากลับหยุดชะงักห่างจากปลายนิ้วของนางเพียงคืบเดียว "หากข้าพเจ้าต้องการให้เจ้าเป็นแค่เครื่องมือ... ข้าพเจ้าคงไม่ยืนอยู่ตรงนี้ ยอมให้เจ้ามองทะลุแผนการทั้งหมดหรอกนะ แม่นางซู" น้ำเสียงของเขาจริงจังขึ้นจนสั่นสะเทือนความรู้สึกของคนฟัง "เราต่างมีเป้าหมายที่ต้องแลกด้วยเลือดและหยาดน้ำตา แต่ในยามที่หมากกระดานนี้ถูกพลิกโดยผู้มีอำนาจเบื้องบน หากเราไม่จับมือกัน... เจ้าก็รู้ว่าจุดจบของตระกูลซูและราชสำนักแห่งนี้จะเป็นเช่นไร" คำว่า 'ตระกูลซู' กระแทกเข้ากลางใจนางอย่างจัง ความแค้นและการรอคอยการล้างมลทินที่ฝังรากลึกในใจถูกสะกิดขึ้นมาอีกครั้งโดยไร้ซึ่งความปรานี ซูเหม่ยหลินหรี่ตาลง รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างระหงชั่วขณะ แต่นางก็เก็บงำมันไว้อย่างรวดเร็วภายใต้หน้ากากแห่งความนิ่งงัน "ท่านกล้าดียังไงเอาเรื่องนี้มาต่อรองกับข้าพเจ้า..." นางเอ่ยเสียงเบา แต่ทุกคำหนักแน่นดั่งหินผา "ข้าพเจ้าไม่ได้ต่อรอง... ข้าพเจ้าเพียงแต่ 'เสนอทางรอด' ที่เจ้าปฏิเสธไม่ได้ต่างหาก" หลี่จวินหรงผละตัวออกไปช้า ๆ พร้อมกับทิ้งระยะห่างอย่างเหมาะสม ทว่าสายตายังคงตรึงร่างของนางไว้ราวกับนักล่าที่รอให้เหยื่อเดินเข้ากรง "ลองพลิกแผ่นป้ายไม้ไผ่แผ่นที่สามดูสิ แล้วเจ้าจะรู้ว่าเหตุใดข้าพเจ้าจึงต้องรีบมาหาเจ้าในยามวิกาลเช่นนี้" ซูเหม่ยหลินขมวดคิ้วเล็กน้อย นางก้มลงมองแผ่นป้ายไม้ไผ่แผ่นขวาสุดที่คว่ำอยู่ ปลายนิ้วเรียวเอื้อมไปแตะมันด้วยความลังเล ก่อนจะพลิกมันขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—ปฏิกิริยาที่หาได้ยากยิ่งจากยอดกุนซือผู้ไร้พ่าย บนแผ่นไม้ไผ่แผ่นนั้น มิได้สลักรายชื่อขุนนางหรือตัวเลขบัญชีสินบนใด ๆ หากแต่เป็น 'ตราประทับลับ' ของหน่วยองครักษ์เสื้อแพร... และรอยหยดเลือดแห้งกรังที่เป็นรูปดอกเหมย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของบิดานางผู้ล่วงลับ! หัวใจของซูเหม่ยหลินกระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านจากปลายนิ้วลามเลียไปถึงกระดูกสันหลัง บิดานางเสียชีวิตไปนานแล้วด้วยข้อหากบฏ แล้วเหตุใดตราประทับและคราบเลือดนี้จึงเพิ่งมาปรากฏในมือของหลี่จวินหรงคืนนี้? ก่อนที่นางจะได้เอ่ยปากซักถาม เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังขึ้นก้องกังวานที่ระเบียงทางเดินด้านนอก ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูสามครั้งที่ทรงพลังและเปี่ยมด้วยเจตนาคุกคาม "เรียนใต้เท้าหลี่! และท่านกุนซือซู! ราชองครักษ์หลวงนำหมายค้นจากราชสำนักมาถึงแล้ว ข้าพเจ้าเกรงว่า... พยานหลักฐานทั้งหมดในห้องนี้ จะต้องถูกอายัดไว้ตรวจสอบทันทีพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงรายงานจากภายนอกดังแทรกเข้ามาในความเงียบ ขณะที่หลี่จวินหรงหันกลับมาสบตานนางด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก รอยยิ้มเจื่อนจางปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา พร้อมกับประโยคสั้น ๆ ที่ทำให้ซูเหม่ยหลินตระหนักได้ทันทีว่านางตกหลุมพรางที่ลึกล้ำเสียแล้ว "ดูท่า... 'กับดักน้ำผึ้ง' ที่เจ้าว่า จะมิใช่ฝีมือขององค์ชายสามแต่เพียงผู้เดียวเสียแล้วกระมังคะ แม่นางซู" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปกับตัวละครอันลุ่มลึกในบทนี้ หวังว่าจะพบกันใหม่ในตอนหน้าด้วยความตื่นเต้นที่ทวีคูณยิ่งขึ้นนะคะ - หมอกเหมยปลายฤดู -
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานลวงกับขุนนางหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%