กลิ่นอายจางๆ ของน้ำหมึกชั้นดีบนกระดาษสาและคราบโลหิตสนิมเหล็ก คละคลุ้งปะปนกันอยู่ในความมืดสลัวของห้องเก็บเอกสารลับ กลิ่นหลังนี้เด่นชัดเสียจนซูเหม่ยหลินต้องขยباتลมหายใจเข้าช้าๆ เพื่อกดความตื่นตระหนกที่กำลังตีตื้นขึ้นมาไว้ใต้สีหน้าเรียบเฉย
"ใต้เท้าหลี่... ท่านคิดว่าหกระยะทางระหว่างความจริงกับความตาย ห่างกันเพียงกี่ลมหายใจกันเจ้าคะ"
เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่กังวานในความเงียบดังขึ้น นางเอ่ยถามบุรุษผู้ยืนอยู่เบื้องหน้าโดยไม่หันกลับไปมอง ดวงตาคมกริบของนางยังคงจดจ้องอยู่กับบันทึกคดีทุจริตชายแดนที่เพิ่งถูกงัดตู้หยิบออกมา แสงจันทร์ที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างแกะสลักสาดกระทบโครงหน้าด้านข้างของหลี่จวินหรง ทำให้เห็นสันจมูกคมสันและมุมปากที่เม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรงอย่างเคร่งขรึม
ราชเลขาธิการหนุ่มมิได้ตอบคำถามทันที เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ในระยะประชิด กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอายกระดาษโบราณและชาชั้นดีที่คุ้นเคยโชยเข้าจมูก ปลายจังหวะก้าวของเขามั่นคงและเงียบงันราวกับพยัคฆ์ย่างสามขุมในพงไพร
"สำหรับเจ้า... คงห่างกันเพียงชั่ววินาทีที่เจ้าเลือกจะหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่าน" หลี่จวินหรงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เยือกเย็น และเจือแววตำหนิที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความห่วงใยอันแนบเนียน "คดีนี้ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าควรก้าวเข้ามาเกี่ยวข้องแต่แรก ซูเหม่ยหลิน ความอยากรู้อยากเห็นของเจ้ากำลังฆ่าตัวเจ้าเอง"
"หากหม่อมฉันไม่ก้าวเข้ามา แล้วปล่อยให้ความจริงเน่าเฟื่อร่วงหล่นไปตามกาลเวลา แผ่นดินที่ท่านพยายามปกป้องด้วยกฎหมายอันเคร่งครัดนี้ จะเหลือความยุติธรรมอะไรให้ผู้บริสุทธิ์ได้ยึดเหนี่ยวอีกเล่าเจ้าคะ" นางหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาสีนิลคู่นั้นทอประกายท้าทายและดื้อรั้นอย่างที่มักทำให้เขาต้องถอนหายใจทุกครั้งไป
ความใกล้ชิดทำให้พวกเขารับรู้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจอีกฝ่าย แม้จะมีอุดมการณ์ที่ขัดแย้งกันสุดขั้ว ฝ่ายหนึ่งใช้เล่ห์เหลี่ยมและหลักฐานนอกกฎหมายเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้อดีตตระกูล อีกฝ่ายยึดมั่นในกรอบระเบียบและอำนาจรัฐเพื่อรักษาเสถียรภาพของแผ่นดิน แต่ในห้วงเวลาวิกฤตเช่นนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าจิตวิญญาณของทั้งคู่ต่างดึงดูดเข้าหากันราวกับแรงโน้มถ่วงที่หลีกเลี่ยงไม่พ้น
เปรี๊ยะ!
เสียงกระเบื้องหลังคาด้านนอกแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับเงาดำทะมึนหลายสายที่พุ่งวาบผ่านแสงจันทร์เข้ามาอย่างรวดเร็วราวกับฝูงเหยี่ยวล่าเหยื่อ
สัญชาตญาณความเป็นกุนซือและผู้ผ่านสมรภูมิการเมืองอันเชือดเฉือนพุ่งพล่านขึ้นมาทันที ซูเหม่ยหลินไม่รอช้า ร่างบางดีดตัวถอยหลังไปสามก้าว มือเรียวตวัดพัดเหล็กซ่อนใบมีดออกมารับประกายดาบที่พุ่งทะลุกระดาษสาของหน้าต่างเข้ามาอย่างแม่นยำ
*ฉับ!*
คมดาบเฉียดหัวไหล่ของนางไปเพียงไม่กี่ชิ้นผ้า แรงปะทะทำให้กระดาษเอกสารปลิวว่อนกระจายเต็มห้อง หลี่จวินหรงเคลื่อนไหวเร็วกว่าที่นางคาดคิด ร่างสูงสง่าพุ่งเข้าประชิดตัวนางในเสี้ยววินาที มือหนาคว้าเอวบางกระชากหลบคมดาบที่แทงทะลุผนังไม้เข้ามาซ้ำสองได้อย่างหวุดหวิด
"ระวัง!" เสียงทุ้มตวาดก้องพร้อมกับที่เขาชักกระบี่ประจำกายออกจากฝัก ปัดป้องการโจมตีระลอกสองที่ถาโถมเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง
ห้องเก็บเอกสารลับบัดนี้กลายเป็นลานประลองเลือด ชั่วพริบตาเดียว หน้าต่างและประตูถูกพังทลาย มือสังหารชุดดำนับสิบคนสวมหน้ากากอนతการอำพรางใบหน้า พุ่งทะยานเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ เป้าหมายของพวกมันชัดเจน—เอกสารในมือซูเหม่ยหลิน และลมหายใจของคนทั้งคู่
หลี่จวินหรงตวัดกระบี่วาดเป็นวงโค้งสีเงินยวง สะบัดร่างของมือสังหารคนแรกกระเด็นกระแทกชั้นหนังสือจนไม้หักโค่นลงมา เสียงข้าวของแตกหักดังสนั่นหวั่นไหว แต่เขายังคงยืนหยัดปกป้องเบื้องหน้าของหญิงสาวไว้อย่างมั่นคง ไหล่กว้างของเขาเปรียบเสมือนกำแพงเหล็กที่แม้แต่พายุฝนก็ยังไม่อาจเจาะผ่าน
"อยู่ข้างหลังข้า" คำสั่งสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยอำนาจและปกป้องในคราวเดียวกันหลุดมาจากริมฝีปากของราชเลขาธิการผู้เคร่งขรึม
ซูเหม่ยหลินเม้มริมฝีปากแน่น แม้นางจะเป็นกุนซือผู้ฉลาดล้ำเลิศและมีวิชาป้องกันตัวติดตัว แต่วิชาตัวเบาและเพลงดาบของมือสังหารกลุ่มนี้กลับเหนือกว่าที่นางประเมินไว้มาก พวกมันถูกฝึกมาเพื่อปลิดชีพโดยเฉพาะ ไร้ความรู้สึก และไร้ซึ่งความปรานี
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนพื้นห้องและกองตำราโบราณ หลี่จวินหรงตวัดกระบี่เข้าปะทะกับหัวหน้ามือสังหารที่มีฝีมือฉกาจฉกรรจ์ ทั้งสองฝ่ายต่างแลกกระบวนท่ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร ประكายไฟจากการกระทบกันของคมดาบสว่างวาบขึ้นเป็นระยะในความมืด
ทว่า ท่ามกลางความชุลมุนนั้น สายตาคมกริบของมือสังหารคนหนึ่งกลับแอบลอบมองลอดผ่านช่องว่างระหว่างพวกมัน มุ่งตรงมาที่ซูเหม่ยหลินที่กำลังจัดการมือสังหารอีกรายด้วยพัดเหล็ก
มันยกคันธนูขนาดเล็กที่ซ่อนไว้ที่แขนขึ้น เล็งตรงมาที่แผ่นหลังของนางในจังหวะที่นางกำลังก้มหลบคมดาบ
*ฟึบ!*
เสียงแหวกอากาศแหลมคมดังขึ้น ซูเหม่ยหลินสัมผัสได้ถึงอันตรายที่คืบคลานเข้ามาทางด้านหลัง แต่นางกำลังติดพันกับการรับมือคู่ต่อสู้ตรงหน้าจนไม่อาจหลบหลีกได้ทัน
หลี่จวินหรงที่กำลังรับมือกับหัวหน้ามือสังหาร หางตาเหลือบไปเห็นลูกธนูอาบยาพิษพุ่งตรงไปยังร่างของหญิงสาว หัวใจของราชเลขาธิการผู้ไม่เคยแสดงความหวั่นไหวใดๆ กระตุกวูบอย่างรุนแรง ความสุขุมลุ่มลึกที่เคยมีมาตลอดชีวิตพังทลายลงในเสี้ยววินาที
เขาสลัดตัวจากการประดาบกับหัวหน้ามือสังหารอย่างไม่คิดชีวิต พุ่งทะยานเข้าไปหาร่างบางราวกับสายธนูที่หลุดจากคัน
*ฉึก!*
เสียงเนื้อกระทบคมเหล็กดังอื้ออึงในโสตประสาท ซูเหม่ยหลินเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อร่างสูงของหลี่จวินหรงโถมเข้ามาบังคับรับลูกธนู
ดอกนั้นแทนร่างของนางเต็มรัก ลูกธนูอาบยาพิษฝังลึกเข้าที่หัวไหล่ด้านซ้ายของเขา เลือดสีดำคล้ำไหลซึมทะลุอาภรณ์เนื้อดีออกมาทันที
"ใต้เท้าหลี่!" ซูเหม่ยหลินอุทานลั่น น้ำเสียงที่เคยราบเรียบเยือกเย็นมาตลอดสั่นเครืออย่างควบคุมไม่อยู่
หลี่จวินหรงทรุดตัวลงเล็กน้อยด้วยพิษร้ายที่เริ่มแล่นริ้วเข้าสู่กระแสโลหิต แต่เขายังคงกัดฟันใช้กระบี่แทงสวนกลับไปปลิดชีพมือสังหารผู้นั้นด้วยมือเดียว ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผาก ทว่าดวงตาทรงเสน่ห์คู่นั้นยังคงมองมาที่นางด้วยความห่วงใยระคนโล่งใจที่นางปลอดภัย
"ข้า... ไม่เป็นไร" เขากระซิบเสียงพร่า ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารด1ข้างแก้มของนาง
แต่ก่อนที่ซูเหม่ยหลินจะได้กล่าวสิ่งใดต่อ หัวหน้ามือสังหารที่เหลืออยู่เห็นท่าไม่ดี จึงโยนควันพรางตากระแทกพื้นห้อง ควันสีขาวหนาทึบทะลักออกมาบดบังวิสัยทัศน์จนมองไม่เห็นสิ่งใด พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ถอยร่นหายลับไปในความมืดของราตรีกาลอย่างรวดเร็ว
ห้องเก็บเอกสารลับกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง ทว่าเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและควันไฟ
ซูเหม่ยหลินรีบประคองร่างของหลี่จวินหรงที่เริ่มหมดแรงลงนั่งพิงกับชั้นหนังสือ มือเรียวสั่นเทาขณะเอื้อมไปฉีกชายเสื้อของเขาเพื่อตรวจดูแผล บริเวณรอบแผลเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ พิษร้ายกำลังกัดกินร่างของราชเลขาธิการผู้สูงศักดิ์อย่างรวดเร็ว
นางเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความรู้สึกผิดและเจ็บปวดที่ตีรวนอยู่ในอก หากไม่ใช่เพราะเขาเอาตัวมารับแทน นางคงเป็นฝ่ายนอนแน่นิ่งอยู่ตรงนี้ไปแล้ว เหตุใดบุรุษผู้เย็นชาและยึดมั่นในกฎระเบียบผู้นี้ ถึงยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องนางกันเล่า?
ในจังหวะที่ซูเหม่ยหลินกำลังจะหยิบเข็มเงินออกมากดจุดสกัดพิษ สายตาของนางก็เหลือบไปเห็นวัตถุชิ้นหนึ่งที่ร่วงหล่นลงมาจากสาบเสื้อของหัวหน้ามือสังหารที่ถูกหลี่จวินหรงสังหารก่อนหน้านี้—มันคือป้ายคำสั่งทองคำสลักรูป 'พยัคฆ์ซ่อนลาย' ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ประจำตัวของขุนนางระดับสูงในราชสำนัก... คนที่อยู่เบื้องหลังการลอบสังหารครั้งนี้ แท้จริงแล้วไม่ได้ต้องการเพียงแค่ทำลายหลักฐาน แต่ต้องการกำจัดคนในราชสำนักที่รู้ความจริงด้วยเช่นกัน และหนึ่งในนั้น... คือคนที่กำลังนอนหายใจรวยรินอยู่บนตักของนางผู้นี้
—
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับหมากตานนี้ด้วยกันนะคะ — หมอกเหมยปลายฤดู
หมากกระดานลวงกับขุนนางหน้าตาย•ตอนที่ 17
กลางวงล้อมมือสังหาร
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานลวงกับขุนนางหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!