เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังเคล้ากับเสียงกิ่งไม้หักยับเยื้อนใต้ฝ่าเท้าอีนหนักหน่วง
กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยปะปนมากับสายลมชื้นของป่าสนทมิฬ บ่งบอกชัดเจนว่าเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายกำลังถูกต้อนจนมุม ระยะห่างระหว่างผู้ล่าและผู้ถูกล่าเหลือเพียงไม่ถึงสิบเมตร แรงสั่นสะเทือนจากฝพเท้ามอนสเตอร์ขนาดมหึมาทำให้เศษดินและใบไม้ร่วงกราวลงมาไม่ขาดสาย
"แฮก... แฮก... บ้าเอ๊ย"
เสียงหวานที่หลุดลอดออกมาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ร่างเพรียวบางในชุดหนังกระชับเข้ารูปกระโจนหลบกรงเล็บอันคมกริบที่เฉียดผ่านไหล่ไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร แรงลมจากการตวัดกรงเล็บนั้นเฉียบคมจนกรีดให้ผ้าคลุมขาดวิ่น ลูมิน่ากลิ้งหลบไปตามพื้นดินเปียกชื้นอย่างทุลักทุเล เส้นผมสีเงินยวงยุ่งเหยิงเปรอะเปื้อนคราบโคลน ดาบยาวในมือสั่นเทิ้มจนแทบประคองไว้ไม่อยู่
เบื้องหน้าของเธอคือทางตัน หน้าผาสูงชันที่เบื้องล่างคือเหวลึกมืดมิด ไร้ซึ่งหนทางหลบหนี
*ฟรึบ!*
เงาทมิฬขนาดมหึมาพุ่งทะยานผ่านพุ่มไม้ทึบออกมา มันคือ "ออร์คอสูรโลหิต" มอนสเตอร์ระดับ C ที่กลายพันธุ์จนมีขนาดใหญ่โตกว่าปกติถึงสองเท่า ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองเหยื่อด้วยความกระหายเลือด น้ำลายเหนียวหนืดหยดลงบนพื้นหญ้าจนเกิดควันกรดจางๆ มันอ้าปากคำรามก้องจนแก้วแทบแตก ส่งกลิ่นเหม็นเน่าฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ
ลูมิน่าถอยหลังจนชิดแผ่นหินผาเย็นเฉียบ เธอยกดาบขึ้นตั้งรับด้วยสัญชาตญาณ แม้เรียวขาจะสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่ ความทรงจำที่ขาดหายทำให้เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองเป็นใคร รู้เพียงแค่ว่า... ถ้าพลาดแม้แต่เสี้ยววินาทีนี้ ชีวิตของเธอจะจบลงที่นี่
"ย๊ากกก!"
เอลฟ์สาวฝืนรวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย พุ่งตัวเข้าหาศัตรูพร้อมกับคมดาบที่หวังจะแทงเข้าที่จุดอ่อนบริเวณลำคอ แต่มอนสเตอร์ระดับนี้ผ่านการต่อสู้มาโชกโชน ออร์คอสูรโลหิตเพียงแค่เอี้ยวตัวหลbเล็กน้อยก่อนจะใช้แขนหนาหนักดั่งท่อนซุงเหวี่ยงเข้าใส่เต็มแรง!
*เปรี้ยง!*
ร่างของลูมิน่าปลิวไปกระแทกกับต้นไม้ใหญ่จนกระอักเลือดออกมาคำโต ดาบในมือหลุดกระเด็นตกลงไปในพงหญ้า ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วแผ่นหลังจนสติแทบดับวูบ เปลือกตาเริ่มหนักอึ้งขณะที่เงาขนาดใหญ่ของออร์คมหึมาค่อยๆ ก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับเงื้อมือเตรียมปิดฉากเหยื่อผู้ไร้ทางสู้
ลูมิน่าหลับตาลงยอมรับชะตากรรม ภาพความทรงจำสีขาวโพลนไหลผ่านเข้ามาในหัวแวบหนึ่ง... *นี่ฉันจะต้องตายโดยที่ไม่รู้อะไรเลยอย่างนั้นหรือ?*
ทว่า... ความตายที่คาดคิดไว้กลับยังมาไม่ถึง
"การคำนวณมุมองศาผิดพลาดไปสามองศา... สำหรับมอนสเตอร์ระดับ C ที่มีความเร็วต่ำ การตัดสินใจพุ่งเข้าใส่ตรงๆ มีอัตราความสำเร็จเพียงศูนย์จุดศูนย์แปดเปอร์เซ็นต์เท่านั้น คุณคิดอะไรอยู่กันแน่ครับ ลูมิน่า"
น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก แต่กลับทรงพลังและเยือกเย็นจนน่าประหลาดดังขึ้นจากกิ่งไม้เบื้องบน
ลูมิน่าลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก ภาพที่ปรากฏผ่านม่านน้ำตาคือแผ่นหลังของชายหนุ่มคนหนึ่ง เขากำลังยืนอยู่บนกิ่งไม้สูงในท่าทางผ่อนคลายราวกับกำลังชมทัศนียภาพอันน่ารื่นรมย์ มากกว่าจะเผชิญหน้ากับออร์คล่าเนื้อที่กำลังคลุ้มคลั่ง เสื้อคลุมสีเข้มพลิ้วไหวตามแรงลม ดวงตาคมกริบคู่นั้นฉายแวววิเคราะห์อย่างเฉียบคม ราวกับกำลังมองกระดานหมากรุกที่ผลลัพธ์ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว
เรนก้าวเท้าลงมาจากกิ่งไม้อย่างแผ่วเบา ราวกับขนนกที่ร่วงหล่น ไร้ซึ่งเสียงฝีเท้า
ออร์คอสูรโลหิตคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวที่เหยื่อของมันถูกขัดจังหวะ มันเปลี่ยนเป้าหมายมายังผู้มาใหม่ทันที สองมือมหึมาทุบอกตัวเองเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ก่อนจะพุ่งเข้าชาร์จใส่เรนด้วยความเร็วสูงสุด แรงปะทะของมันสามารถบดขยี้ก้อนหินให้แหลกละเอียดได้ในพริบตาเดียว
"เรน ระวัง!" ลูมิน่าส่งเสียงร้องเตือนด้วยความตกใจ ลืมความเจ็บปวดที่ร่างกายไปชั่วขณะ
ทว่า เรนกลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย เขายืนนิ่งราวกับรูปปั้นสลัก สายตาจับจ้องทุกย่างก้าวของศัตรูผ่าน "หน้าต่างวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์" ที่ปรากฏขึ้นในห้วงความคิด ข้อมูลจุดอ่อน อัตราการฟื้นฟูพลังชีวิต และรูปแบบการโจมตีไหลผ่านสมองของเขาอย่างรวดเร็วดั่งสายน้ำ
เมื่อร่างของออร์คพุ่งเข้ามาห่างเพียงแค่สองก้าว เรนจึงขยับตัว
รวดเร็ว แม่นยำ และไร้ความสูญเปล่า เรนก้าวเท้าเฉียงออกด้านข้างสี่สิบห้าองศา หลบหมัดที่เหวี่ยงมาได้อย่างฉิวเฉียด ชายเสื้อของเขาแทบไม่โดนกระแสลมด้วยซ้ำ ในจังหวะเดียวกัน มือขวาที่ถือมีดสั้นเคลือบมานาก็สะบัดออกไปอย่างนุ่มนวล
*ฉวะ!*
คมมีดกรีดผ่านเส้นเอ็นบริเวณข้อศอกของออร์คอสูรโลหิตอย่างแม่นยำ ราวกับศัลยแพทย์กำลังผ่าตัด เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังลั่นป่า แขนข้างที่ใช้โจมตีตกลู่ลงทันทีเพราะสูญเสียการควบคุม
แต่มอนสเตอร์ตัวนี้ไม่ได้โง่เขลา มันใช้มืออีกข้างกวาดกรงเล็บเป็นวงกว้างเพื่อกวาดล้างสิ่งกีดขวางรอบตัว
เรนคาดการณ์การเคลื่อนไหวนี้ไว้แล้ว เขาย่อตัวลงต่ำพร้อมกับดีดตัวถอยหลังอย่างนุ่มนวล ปล่อยให้กรงเล็บผ่านหน้าไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด ก่อนจะดีดตัวกลับเข้าไปประชิดตัวอีกครั้งในจุดอับสายตาของมัน
"ระบบนิเวศน์ของโลกใบนี้เสื่อมถอยลงไปมากจริงๆ แม้แต่มอนสเตอร์ระดับกลางยังไร้ซึ่งกระบวนท่าที่ซับซ้อน... น่าผิดหวังเล็กน้อยนะครับ" เรนพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
เขายกมีดสั้นขึ้นแทงทะลุจุดชีพจรใต้ราวนมซ้าย ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางมานาของออร์คอสูรโลหิตอย่างแม่นยำ แรงอัดกระแทกภายในทำให้ร่างมหึมาหยุดชะงักลงทันที ดวงตาสีแดงฉานเบิก2กว้างด้วยความตื่นตระหนก ก่อนที่แสงสว่างสีฟ้าครามจะระเบิดออกมาจากร่างของมันตามรอยแผล
*ตูม!*
ร่างของออร์คอสูรโลหิตสลายกลายเป็นละอองแสงสีขาวกระจายไปทั่วผืนป่า หลงเหลือไว้เพียงไอเทมดรอปและผลึกมานาสีม่วงเข้มที่ร่วงลงสู่พื้นดิน
ลูมิน่าเบิกตากว้างด้วยความตะลึงงัน เธอนั่งพิงผาหิน มองดูเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงสิบวินาทีด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโล่งอก ตื่นตะลึง และหวาดหวั่นในความเยือกเย็นของชายหนุ่มตรงหน้า การต่อสู้ที่เธอมองว่าเป็นภัยพิบัติระดับเอาชีวิตรอด กลับถูกชายคนนี้จัดการราวกับเป็นการสะสางงานบ้านชิ้นเล็กๆ ชิ้นหนึ่งเท่านั้น
เรนเก็บมีดสั้นเข้าฝักอย่างใจเย็น เขาหันกลับมามองเอลฟ์สาวที่กำลังนั่งหอบหายใจอยู่บนพื้น
ดวงตาสีฟ้าครามคู่นั้นมองสำรวจบาดแผลตามร่างกายของเธออย่างละเอียด ก่อนที่เขาจะถอนหายใจออกมาเบาๆ เชิงตำหนิปนความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีสุขุม
"ถ้าคุณยังดื้อดึงวิ่งหนีอย่างไร้ทิศทางแบบเมื่อครี้งนี้ ต่อให้มีอีกร้อยชีวิตก็คงไม่พอใช้หรอกนะครับ" เรนกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เฉียบคม เขาย่อตัวลงนั่งชันเข่าข้างหนึ่งลงตรงหน้าเธอ ยื่นมือข้างหนึ่งออกไปหวังจะช่วยพยุงให้ลุกขึ้น "ลุกไหวไหมครับ?"
ลูมิน่ายังคงนิ่งงด ริมฝีปากเม้มเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความรู้สึกอับอายที่ตนเองกลายเป็นตัวถ่วง แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับความอบอุ่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็นนั้น ความหวาดระแวงในใจก็พลันมลายหายไป เธอยื่นมือที่สั่นเทราบางเบาออกไปจับมือของเขาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว
"ข... ขอบคุณค่ะ... เอ๊ย ขอบคุณครับ" ลูมิน่าเผลออุทานออกมาด้วยความเคยชินบางอย่าง ทำให้เรนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความสนใจ
"ค่ะ... งั้นหรือครับ?" เรนทวนคำด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ซึ่งเป็นรอยยิ้มแรกที่เธอได้เห็นตั้งแต่ออกเดินทางร่วมกัน "ดูเหมือนว่าความทรงจำส่วนลึกของคุณเริ่มจะส่งสัญญาณแปลกๆ ออกมาแล้วสินะครับ"
ก่อนที่ลูมิน่าจะได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม เสียงแจ้งเตือนอันคุ้นเคยที่ดังขึ้นจากระบบภายในจิตสำนึกของเรนก็ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
*ติ๊ง!*
[ระบบตรวจพบความผิดปกติของสนามพลังมานาในรัศมี 3 กิโลเมตร]
[ประกาศเควสต์เร่งด่วนระดับ SSS: "เงาแห่งอดีตกาลที่ถูกลืมเลือน" กำลังตื่นจากการหลับใหล]
[คำเตือน: สิ่งมีชีวิตที่ไม่ควรมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้ กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่พิกัดปัจจุบันของคุณ...]
เรนชะงักกึก รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไปทันที ดวงตาคมกริบหันขวับกลับไปมองยังทิศทางเบื้องลึกของป่าสนทมิฬ ซึ่งบัดนี้กลุ่มหมอกสีดำทมิฬกำลังแผ่ขยายปกคลุมผืนฟ้าอย่างรวดเร็ว ราวกับความมืดมิดกำลังกลืนกินแสงสว่างทั้งหมดของโลกใบนี้
---
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครของเราในทุกๆ ย่างก้าวเสมอนะครับ
เซียนกลยุทธ์ไร้เงากับภารกิจกู้ซากโลกเวทมนตร์•ตอนที่ 3
การเผชิญหน้าครั้งแรก
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกลยุทธ์ไร้เงากับภารกิจกู้ซากโลกเวทมนตร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!