กลิ่นคาวสนิมและละอองมานาสีม่วงคล้ำยังคงลอยวนอยู่รอบปลายจมูก ทว่าสิ่งดึงดูดสมาธิของเรนในเวลานี้ไม่ใช่บรรยากาศอันน่าหดหู่ของซากปรักหักพังเบื้องหน้า หากแต่เป็นหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าขุ่นที่ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ หน้าต่างระบบที่เต็มไปด้วยตัวเลขโค้ดคำสั่งพังๆ ซึ่งมนุษย์หรือเอลฟ์คนใดในดินแดนแห่งนี้ไม่มีทางมองเห็น
"นายกำลังจ้องอะไรอยู่หรือเรน? ตั้งแต่เมื่อครู่แล้วนะ... สีหน้าดูเคร่งเครียดเสียยิ่งกว่าตอนที่เราหนีตายจากเงื้อมมือของอสูรเงาเสียอีก"
เสียงใสๆ ที่เจือด้วยความห่วงใยดังขึ้นเบาๆ ลูมิน่าเอลฟ์สาวผมบลอนด์เงินผู้สูญเสียความทรงจำ ขยับกายเข้ามาใกล้ เธอใช้ปลายนิ้วเรียวยาวแตะเบาๆ ที่ข้อศอกของเขา ดวงตากลมโตสีมรกตคู่นั้นสะท้อนภาพใบหน้าอันเรียบเฉยของเรน เธอยังคงถือดาบยาวที่ปลายคมยังเปื้อนคราบเศษซากดิจิทัลของมอนสเตอร์ระดับต่ำ ท่าทางของเธอบ่งบอกถึงความระแวดระวัง แต่ในขณะเดียวกันก็มีความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาคอยเยียวยาความเย็นชาในอกของเขา
เรนละสายตาจากโค้ดคำสั่งสีแดงฉานเหล่านั้น หันมาสบตากับเอลฟ์สาว เขากลบเกลื่อนความเหนื่อยล้าด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก "เปล่าหรอกลูมิน่า แค่กำลังสำรวจ 'ขยะ' ที่ระบบของโลกนี้มอบให้เราต่างหาก"
ขยะที่ว่านั้นคือสกิลเริ่มต้นที่ใครต่างก็มองข้าม—**[วิเคราะห์บั๊ก (Bug Analysis) - ระดับ F]**
ในสายตาของนักผจญภัยทั่วไป สกิลนี้เป็นเพียงความผิดพลาดของระบบร่ายเวท เป็นทักษะติดตัวที่ไร้ประโยชน์สิ้นเชิง ไม่สามารถเพิ่มพลังโจมตี ไม่ช่วยฟื้นฟู และไม่สามารถใช้ป้องกันการโจมตีใดๆ ได้ มันเป็นเหมือนเศษกระดาษเปียกฝนที่ถูกทิ้งไว้ข้างทางในเกมออนไลน์ห่วยๆ สักเกม แต่สำหรับเรน ผู้รอดชีวิตจากโลกยุคดิสโทเปียที่เคยบริหารจัดการระบบเซิร์ฟเวอร์ล่มสลายมาแล้ว เขารู้ดีว่า 'ความผิดพลาด' หรือ 'บั๊ก' คือรอยต่อที่เปราะบางที่สุดของสถาปัตยกรรมโค้ด และมักจะเป็นกุญแจดอกเดียวที่ไขไปสู่ทางลัดอันมหาศาล
เรนก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ผนังหินศิลาโบราณของดันเจี้ยนที่พังทลาย ผนังนี้ถูกออกแบบมาด้วยเวทมนตร์ป้องกันระดับสูงเพื่อให้ผู้เล่นหรือผู้กล้าต้องใช้พลังโจมตีมหาศาลจึงจะทำลายมันลงได้ ซึ่งนั่นหมายถึงการสิ้นเปลืองมานาและเวลาอันมีค่า
"ถอยไปข้างหลังนิดนึงนะครับ ลูมิน่า" เรนเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด
ลูมิน่าพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย แม้เธอจะจำอดีตของตัวเองไม่ได้เลยแม้แต่น้อย แต่สัญชาตญาณนักรบและความเชื่อใจที่มีต่อชายหนุ่มผู้นี้ก็ทำให้เธอก้าวถอยหลังไปสามก้าวอย่างเงียบเชียบ ดวงตาสีมรกตจ้องมองแผ่นหลังของเรนด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เรนสูดหายใจเข้าลึก เรียกหน้าต่าง [วิเคราะห์บั๊ก] ขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสายตา (ที่ถูกสร้างขึ้นจากระบบเพื่อช่วยประมวลผลข้อมูล) หรี่ลงเล็กน้อย โฟกัสไปยังจุดอับสายตาตรงรอยต่อของศิลาเวทมนตร์
ทันใดนั้น โลกทั้งใบในสายตาของเรนก็เปลี่ยนเป็นสีดำสนิท มีเพียงเส้นสายโค้ดสีเขียวและแดงพาดผ่านระโยงระยางเหมือนเส้นเลือดฝอย
*[คำเตือน: ตรวจพบความผิดพลาดทางโครงสร้างมานาในพิกัด X: 45.2, Y: 12.8]*
*[โค้ดเวทมนตร์ป้องกันบทที่ 44 'บาเซิลเทียร์' มีช่องโหว่ในการรีเซ็ตค่าตัวแปรทุกๆ 3.2 วินาที]*
*[คำสั่งแนะนำ: ทำการส่งแรงกระแทกด้วยมานาปริมาณ 0.5 หน่วย เข้าไปที่จุดอับสัญญาณ ณ วินาทีที่ 3.1 ของรอบรีเซ็ต ระบบจะเกิดการแครชและปลดล็อกทันที]*
เรนมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มแบบนักวาง2กลยุทธ์ผู้กุมชัยชนะปรากฏขึ้นบนใบหน้า นี่แหละคือความจริงของโลกใบนี้ ทุกอย่างล้วนขับเคลื่อนด้วยระบบ และเมื่อมีระบบ ย่อมมี 'ช่องโหว่'
เขาไม่ได้หยิบดาบเวทมนตร์ขึ้นมา เขากลับกำมือหลวมๆ รวบรวมมานาขั้นพื้นฐานที่สุด—มานาที่เด็กฝึกหัดยังเมินหน้าหนี—แล้วซัดหมัดเปล่าๆ พุ่งตรงไปยังรอยต่อของก้อนหินศิลาเก่าคร่ำครึอย่างแม่นยำ ราวกับศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกำลังจรดมีดลงบนจุดชีพจร
*ตู้มมม...!*
เสียงระเบิดเบาๆ ดังขึ้นราวกับเสียงกระจกแตกร้าว ไม่ใช่พลังทำลายล้างที่รุนแรงจนสะเทือนเลื่อนลั่น แต่เป็นเสียงที่ประหลาดราวกับฟันเฟืองของนาฬิกาถูกงัดจนหลุดออกจากล็อก ทันทีที่หมัดของเรนกระทบลงไป ผนังศิลาหนาเตอะที่ควรจะต้านทานการโจมตีได้นับร้อยครั้ง กลับสั่นกระตือรือร้นราวกับเจ้าเข้า ก่อนที่มันจะแตกละเอียดสลายกลายเป็นละอองแสงสีขาวโพลนในพริบตา!
ลูมิน่าอ้าปากค้างเล็กน้อย ดวงตาสีมรกตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง เธอมองซากผนังที่พังทลายลงมาอย่างไร้แรงต้านทาน สลับกับมองมือเปล่าของเรนที่ไม่มีร่องรอยของการบาดเจ็บแม้แต่น้อย
"มะ... เมื่อครู่นี้... นายทำได้อย่างไรกันเรน?" เอลฟ์สาวอุทานออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ "ฉันจำได้ว่าเวทมนตร์ป้องกันตรงนั้นมันถูกผนึกด้วยพลังของนักเวทหลวงในยุคโบราณเชียวนะ ต่อให้ใช้ดาบของฉันฟันติดต่อกันสิบรอบก็ยังยากที่จะสร้างรอยข่วนได้เลย..."
เรนปัดฝุ่นที่มือเบาๆ เขาหันมาส่งยิ้มอบอุ่นให้เธอตามเคย "ก็แค่... อ่านหนังสือมาดีน่ะครับ"
คำตอบเรียบง่ายที่เจือความขี้เล่นนิดๆ ทำให้ลูมิน่าค้อนใส่เขาเบาๆ วงหน้าหวานงอง้ำลงเล็กน้อยอย่างน่ารัก "คนขี้โกง... นายมักจะมีความลับแบบนี้ซ่อนอยู่เรื่อยเลยนะ"
ทว่า บรรยากาศอันผ่อนคลายและเสียงหัวเราะเบาๆ ของทั้งคู่กลับถูกตัดขาดลงในทันที เมื่อละอองแสงสีขาวจากการพังทลายของผนังศิลาไม่ได้จางหายไปตามธรรมชาติ แต่มันกลับถูกดูดกลืนกลับเข้าไปในความมืดมิดเบื้องหลังกำแพงที่เพิ่งถูกเปิดออก
ลมเย็นยะเยือกพัดกรรโชกออกมาจากอุโมงค์ลับที่ถูกซ่อนไว้ กลิ่นอายโบราณที่กดดันจนหายใจไม่ออกแผ่พุ่งเข้าใส่ร่างของทั้งสองคนโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า
เรนหุบยิ้มทันที แววตาของเขากลับมาเยือกเย็นและจริงจังในเสี้ยววินาที สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดร้องเตือนภัยอย่างรุนแรง
*[ติ๊ง! ตรวจพบพื้นที่ลับนอกเหนือจากแผนที่ระบบ: 'ห้องโถงบรรณาการแห่งผู้ลืมเลือน']*
*[คำเตือนระดับอันตราย: สูงสุด (ระดับ SSS)]*
*[ระบบตรวจพบการเชื่อมต่อกับ 'จิตวิญญาณปริศนา' ที่หลับใหลมานานกว่าสามพันปี และ... กำลังลืมตาตื่นขึ้นจากการหลับใหลในขณะนี้]*
หน้าต่างระบบสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นมานับสิบบาน ปิดกั้นการมองเห็นทั้งหมดของเรน เสียงสัญญาณเตือนภัยดังระงับในหัวของเขาจนปวดขมับ
ในความมืดมิดลึกเข้าไปในอุโมงค์นั้น คู่ดวงตาสีแดงฉานคู่หนึ่งเพิ่งจะค่อยๆ ลืมขึ้นช้าๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าที่ดังสะท้อนก้องกังวานอยู่ในจิตวิญญาณของเรนและลูมิน่า—เสียงที่ทำให้วิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปกับเรนและลูมิน่าในตอนนี้นะครับ
เซียนกลยุทธ์ไร้เงากับภารกิจกู้ซากโลกเวทมนตร์•ตอนที่ 2
สกิลที่ไม่มีใครต้องการ
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกลยุทธ์ไร้เงากับภารกิจกู้ซากโลกเวทมนตร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!