กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของซากอิฐปูนที่ผุกร่อนยังคงติดอยู่ปลายจมูก ทว่าบรรยากาศรอบตัวในยามนี้กลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจาก "เขตมหันตภัย" ที่พวกเขาเพิ่งล่าวaldมา
"นั่งพักตรงนี้ก่อนเถอะครับ ลูมิน่า คุณเสียเลือดไปไม่น้อยจากแผลถางที่หัวไหล่นั่น"
เรนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความห่วงใยไว้อย่างแนบเนียน เขาทรุดกายลงนั่งพิงผนังหินปูนสีเทาเข้มของอาคารโบราณที่หลงเหลือโครงสร้างสมบูรณ์ที่สุดในบริเวณนี้ สถานที่แห่งนี้ถูกระบบระบุไว้ว่าเป็น "โซนปลอดภัยระดับ 2" (Safe Zone) ซึ่งพลังงานเวทมนตร์รอบตัวมีความหนาแน่นต่ำพอที่จะยับยั้งการเกิดใหม่ของมอนสเตอร์ระดับต่ำได้ชั่วคราว แต่อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยในโลกที่ล่มสลายแห่งนี้ก็เป็นเพียงภาพลวงตาที่เปราะบางราวกับแก้ว
ลูมิน่า หญิงสาวเผ่าเอลฟ์ผู้มีเส้นผมสีเงินยวดยวงและดวงตาสีมรกตลึกลับ พยักหน้ารับเบาๆ เธอกดมือเรียวลงบนบาดแผลบริเวณหัวไหล่ขวา ชุดหนังสีเข้มที่เธอสวมใส่ฉีกขาดจนเผยให้เห็นรอยแผลเป็นจางๆ และคราบเลือดแห้งกรัง แม้ร่องรอยเหล่านั้นจะบอกเล่าเรื่องราวการต่อสู้ที่ดุเดือด แต่นัยน์ตาของเธอกลับไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความว่างเปล่าที่น่ากังวล
เธอยื่นมือซ้ายที่ถือดาบสั้นซึ่งบิ่นตรงปลายยื่นให้เรน "ขอบคุณสำหรับยาสมานแผลเมื่อครู่... เรน หากไม่มีคุณ ฉันคงกลายเป็นอาหารของเจ้าฮาวายเออร์เงาพวกนั้นไปแล้ว"
เรนรับขวดแก้วขนาดเล็กที่ว่างเปล่ากลับมา เก็บ1ไว้ในช่องเก็บของมิติ (Inventory) สายตาของเขาคมกริบราวกับใบมีดที่ผ่านการเจียระไน เขากวาดตามองรอบตัวเพื่อประเมินสถานการณ์
โครงสร้างของโซนปลอดภัยนี้คือซากปรักหักพังของหอคอยเวทมนตร์โบราณ ผนังรอบด้านหนาทึบ มีทางเข้าออกเพียงทางเดียวที่แคบพอให้คนเดินผ่านได้ทีละคน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการตั้งรับและการฟื้นฟูพลัง ระบบนิเวศน์จำลองของเกมและกฎเกณฑ์โลกแฟนตาซีที่ผสมผสานกันอย่างบิดเบี้ยวนี้ ทำให้พวกเขายังคงต้องพึ่งพาหน้าต่างสถานะ (Status Interface) สีฟ้าเรืองแสงที่ลอยอยู่กลางอากาศ
[แจ้งเตือนระบบ: เข้าสู่โซนปลอดภัย 'ซากหอคอยอัสดง']
[สถานะปัจจุบัน: ปลอดภัยชั่วคราว (เหลือเวลา 03:42:15 ชั่วโมง)]
[คำเตือน: อัตราการฟื้นฟูมานาและHPเพิ่มขึ้น 150%]
เรนถอนหายใจเบาๆ เขาเรียกหน้าต่างสเตตัสของตนเองขึ้นมาตรวจสอบ ค่ามานาของเขาเหลือเพียง 12% จากการใช้ทักษะคำนวณวิถีและวิเคราะห์จุดอ่อนของมอนสเตอร์ฝูงใหญ่ในป่ามรณะเมื่อสองชั่วโมงก่อน ความเหนื่อยล้าทางจิตใจจากการประมวลผลข้อมูลนับพันต่อวินาทีทำให้สมองของเขาเริ่มประท้วงด้วยอาการปวดแปลบ
ภาพเหตุการณ์ในอดีต—ภาพเพื่อนร่วมทีมที่ถูกกลืนกินโดยความมืดมิดในดันเจี้ยนระดับ S ของโลกใบเดิมแวบเข้ามาในหัว เรนกำหมัดแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจมาตลอดถูกดึงกลับมาอีกครั้ง *ถ้าตอนนั้นฉันคำนวณเร็วกว่านี้... ถ้าฉันไม่มั่นใจในแผนการบ้าๆ นั่นเกินไป...*
"เรน..."
เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นดังขึ้นข้างกาย ลูมิน่าขยับเข้ามาใกล้โดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วเรียวยาวของเธอแตะเบาๆ ที่หลังมือของเขา สัมผัสนั้นเย็นเยียบตามธรรมชาติของชาวเอลฟ์ แต่กลับสร้างความอุ่นซ่านที่แปลกประหลาดในอกของชายหนุ่ม
"คุณกำลังแบกรับอะไรไว้อยู่หรือเปล่า?" ลูมิน่าเอ่ยถาม ดวงตาสีมรกตจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเขา ราวกับเธอกำลังพยายามมองทะลุผ่านความเย็นชาและกำแพงที่เขาสร้างขึ้น "แม้ฉันจะจำเรื่องราวในอديตของตัวเองไม่ได้เลย... แม้แต่ชื่อจริงหรือเผ่าที่แท้จริงก็เลือนหาย แต่ฉันสัมผัสได้... สัมผัสได้ว่าความเงียบขะมึนของคุณไม่ได้เกิดจากความไร้หัวใจ แต่มันเกิดจากหัวใจที่แตกสลายต่างหาก"
เรนชะงักไป ดวงตาสีดำสนิทเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เขาไม่คาดคิดว่าหญิงสาวที่สูญเสียความทรงจำและดูบอบบางในสายตาคนอื่น จะมีความสามารถในการอ่านความรู้สึกของมนุษย์ได้ลึกซึ้งถึงเพียงนี้
"คุณคิดมากไปแล้ว ลูมิน่า" เรนเบือนสายตาหลบไปทางอื่น น้ำเสียงพยายามปรับให้ราบเรียบเช่นเดิม "ในโลกแบบนี้ ความรู้สึกเห็นอกเห็นใจหรือการจมอยู่กับอดีต คือตั๋วเที่ยวเดียวไปสู่ความตาย หน้าที่ของเราคือการมีชีวิตรอดและหาทางซ่อมแซมแกนกลางของโลกใบนี้ ไม่ใช่มานั่งวิเคราะห์จิตใจของกันและกัน"
"แต่การมีชีวิตรอดโดยไร้ซึ่งจิตวิญญาณ... มันต่างอะไรกับพวกมอนสเตอร์ไร้สมองที่เราเพิ่งฆ่าไปล่ะ?" ลูมิน่าโต้กลับทันควัน น้ำเสียงของเธอแม้จะเบา แต่หนักแน่นและจริงจังจนเรนต้องหันกลับมามอง "คุณบอกให้ฉันสู้ คุณบอกให้ฉันไว้ใจคุณ แล้วทำไมคุณถึงไม่ยอมไว้ใจความรู้สึกของตัวเองบ้างล่ะ เรน?"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่แคบๆ ภายในซากหอคอยชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาและเสียงสะท้อนของหยดน้ำที่ตกลงกระทบพื้นหิน
เรนมองใบหน้าเรียวได้รูปของเอลฟ์สาว แสงสีฟ้าจางๆ จากหน้าต่างระบบสะท้อนลงบนดวงตาของเธอ เผยให้เห็นร่องรอยความมุ่งมั่นที่ซ่อนอยู่ใต้ความอ่อนโยน เคมีที่ก่อตัวขึ้นระหว่างพวกเขานับตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าสู่โลกใบนี้ไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์ของผู้รอดชีวิตชั่วคราว แต่มันคือสายใยที่ค่อยๆ ถักทอขึ้นจากความเข้าใจและความตายที่เฉียดฉิว
"คุณนี่มัน..." เรนหลุดยิ้มจางๆ ออกมาเป็นครั้งแรก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีไว้เพื่อการวางแผนหรือการประชดประชัน แต่เป็นรอยยิ้มที่ยอมจำนนต่อความจริงใจของอีกฝ่าย "บางครั้งคุณก็พูดจาเกินอายุความทรงจำที่หายไปของคุณเสียจริงนะ"
"ฉันแค่อยقولในสิ่งที่หัวใจมันบอก..." ลูมิน่าพึมพำ ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อจางๆ ก่อนที่เธอจะเบือนหน้าหนีไปทางทางเข้าหอคอยเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย
บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่คลี่คลายลง เรนหยิบผลไม้ป่าหน้าตาประหลาดที่เก็บมาจากระหว่างทางส่งให้เธอ "ทานนี่เสียหน่อยเถอะครับ เติมพลังเวทมนตร์และเร่งกระบวนการฟื้นฟูร่างกาย ร่างกายของคุณยังต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะกลับมาสมบูรณ์"
ลูมิน่ารับผลไม้ลูกนั้นมาด้วยรอยยิ้มบางๆ บรรยากาศรอบตัวของพวกเขาสงบสุขอย่างหาได้ยากในดินแดนที่ล่มสลายแห่งนี้
ทว่า ความสงบมักเป็นเพียงสัญญาณเตือนภัยก่อนพายุใหญ่จะโหมกระหน่ำ
ในวินาทีที่เรนกำลังจะเรียกแผนดราฟต์เส้นทางเดินทัพสำหรับวันพรุ่งนี้ขึ้นมาดูนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น—แต่มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนปกติ เสียงนั้นแหลมสูงและสั่นเครือราวกับระบบกำลังรวนเรอย่างหนัก
[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน!]
[ตรวจพบความผิดปกติของสนามพลังงานเวทมนตร์ในรัศมี 500 เมตร]
[โซนปลอดภัย 'ซากหอคอยอัสดง' ถูกยกเลิกสถานะการป้องกันโดยคำสั่งจาก 'ผู้ดูแลระบบนิรนาม']
เรนผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงในเสี้ยววินาที สัญชาตญาณนักยุทธศาสตร์กรีดร้องเตือนภัยอย่างรุนแรง ดวงตาสีดำสนิทกวาดมองไปที่ทางเข้าหอคอยซึ่งตอนนี้หมอกสีดำทมิฬกำลังพวยพุ่งเข้ามาแทนที่แสงสว่าง
"เรน..." ลูมิน่าดีดตัวลุกขึ้นยืนตาม พร้อมชักดาบสั้นที่ซ่อมแซมอย่างลวกๆ ขึ้นมาตั้งรับ สีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดในทันที
ก่อนที่พวกเขาจะได้ทันตั้งตัว แรงสั่นสะเทือนมหาศาลก็ระเบิดขึ้นจากพื้นดินเบื้องล่าง ราวกับมีบางสิ่งขนาดมหึมาที่หลับใหลมานับพันปีเพิ่งถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากการจำศีล และเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่สะเทือนไปถึงขั้วหัวใจก็กำลังดังขึ้น—*ตึง... ตึง... ตึง...*—มุ่งตรงมายังซากหอคอยที่พวกเขาพักพิงอยู่ และเงาร่างมหึมาที่ทอดทาบลงมาผ่านทางเข้าแคบๆ นั้น ก็ทำให้ลมหายใจของเรนต้องสะดุดกุน เพราะมันไม่ใช่ทั้งมอนสเตอร์และไม่ใช่ทั้งมนุษย์... แต่มันคือ "สิ่งนั้น" ที่ไม่ควรมีอยู่จริงในแผนที่โซนเริ่มต้น!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเคียงข้างไปกับตัวละครของเราในทุกๆ ย่างก้าวเสมอนะครับ
เซียนกลยุทธ์ไร้เงากับภารกิจกู้ซากโลกเวทมนตร์•ตอนที่ 4
พันธมิตรที่ไม่ได้ตั้งตัว
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกลยุทธ์ไร้เงากับภารกิจกู้ซากโลกเวทมนตร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!