เสียงสะท้อนต่ำทุ้มคล้ายเครื่องยนต์ดีเซลขนาดใหญ่ที่ถูกฝังไว้ใต้พื้นหินแกรนิตนับพันเมตรกำลังสั่นสะเทือนผ่านพื้นรองเท้าหนังของรินทร์ ความถี่ต่ำนั้นไม่ได้ยินด้วยหู แต่ถูกส่งผ่านกระดูกและข้อต่อจนเกิดอาการชาแปลบที่ปลายนิ้ว เด็กหนุ่มก้มลงมองหน้าจอมานาพกพาในมือ ค่าความหนาแน่นของละอองเวทมนตร์รอบตัวที่ควรจะเสถียรตามตำราหลวง กลับกำลังกระโดดขึ้นลงราวกับเส้นกราฟชีวิตของคนไข้ในห้องฉุกเฉิน
"ตัวเลขพวกนี้ไม่ได้โกหกเราหรอกนะรินทร์..."
เสียงเรียบเย็นแต่แฝงความกังวลเจือจางของอาจารย์เซเลสเต้ดังขึ้นจากความมืดของห้องใต้ดินหอสมุดโบราณ เปลวไฟสีฟ้าจากคบเพลิงเวทมนตร์สะท้อนลงบนกรอบแว่นโลหะของเธอ เผยให้เห็นรอยย่นจางๆ ระหว่างคิ้วที่ปกติเรียบสนิท
รินทร์ไม่ได้ตอบทันที เขากำลังใช้ปลายนิ้วปัดหน้าต่างโฮโลแกรมสามมิติที่ถอดรหัสออกมาจากศิลาจารึกยุคปฐมกาล โครงสร้างเวทมนตร์ของสถาบันแห่งนี้ถูกออกแบบให้เป็นวงจรปิดขนาดมหึมา ทว่าเส้นใยมานาที่เคยถักทอประสานกันอย่างแนบเนียน ตอนนี้กลับปรากฏรอยร้าวสีแดงฉานราวกับเส้นเลือดฝอยที่กำลังปริแตกทีละเส้น... สองเส้น... และลามทุ่งออกไปเป็นวงกว้าง
"ถ้าเรายังปล่อยให้มันสูบพลังงานจากแกนกลางไปหล่อเลี้ยงระบบป้องกันรอบนอกแบบนี้โดยไม่มีการรีไซเคิล..." รินทร์เอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อยขณะดึงข้อมูลส่วนที่เสียหายที่สุดขึ้นมาแสดงผล "ภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมง... ไม่สิ ถ้าคำนวณจากอัตราเร่งตอนนี้ น่าจะเหลือแค่สี่สิบแปดชั่วโมงก่อนที่แผ่นดินใต้หอคอยหลักจะทรุดตัวลงเนื่องจากภาวะสูญญากาศทางเวทมนตร์"
เซเลสเต้ก้าวเข้ามาใกล้ แสงสีฟ้าจากหน้าจอทาบทับลงบนใบหน้าด้านข้างของอาจารย์สาว เธอจ้องมองแผนผังโครงสร้างที่ซับซ้อนราวกับใยแมงมุม ก่อนจะถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ
"พวกเบื้องบนคิดว่าการเพิ่มเกราะเวทมนตร์เพื่อป้องกันภัยคุกคามภายนอกคือทางรอด แต่พวกเขาโง่เง่าเกินกว่าจะเข้าใจว่า 'ระบบนิเวศ' ภายในของโรงเรียนแห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างมาให้รองรับภาระส่วนเกินขนาดนั้น" เซเลสเต้เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันปนเหนื่อยล้า มือเรียวภายใต้ถุงมือสีดำยื่นไปแตะที่จุดศูนย์กลางของแผนผัง "รากแก้วของต้นไม้แห่งปราชญ์กำลังแห้งเหือด เพราะสารอาหารเวทถูกดึงไปใช้ผิดที่ผิดทาง"
รินทร์ขมวดคิ้วแน่น สมองส่วนการคำนวณทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางออก แทนที่จะตื่นตระหนก เขากลับมองเห็นความงามอันโหดร้ายของตรรกะเชิงระบบ ทุกอย่างสอดคล้องกันอย่างสมบูรณ์แบบในความพินาศ ระบบที่ไม่มีการซ่อมแซมและบำรุงรักษา ย่อมต้องเดินทางมาถึงจุดเสื่อมสลายตามกฎแห่งเอนโทรปี
"เราต้องปิดการทำงานของเขตอาคมชั้นนอกสามจุด เพื่อดึงกระแสมานาไหลย้อนกลับมาหล่อเลี้ยงแกนกลาง" รินทร์เสนอทางออก น้ำเสียงจริงจังและมั่นคง "แต่นั่นหมายความว่าพื้นที่ครึ่งหนึ่งของหอพักนักเรียนจะไร้การป้องกันจากสัตว์เวทราตรี"
"และถ้าเราไม่ทำอะไรเลย นักเรียนทั้งหมดในโรงเรียนนี้ รวมถึงตัวเรา จะถูกฝังกลบอยู่ใต้ซากศิลาเวทมนตร์ความหนาแน่นสูงปริมาตรสามล้านลูกบาศก์เมตร" เซเลสเต้สวนกลับทันควัน นัยน์ตาสีเทาเข้มมองลึกเข้าไปในดวงตาของเด็กหนุ่ม "เธอเลือกทางไหนล่ะ รินทร์? เสี่ยงภัยภายนอกเพื่อรักษาโครงสร้างภายใน หรือรอเวลาให้ทุกอย่างพังครืนลงมาพร้อมกันอย่างไร้ทางสู้"
รินทร์เงียบไป อากาศรอบตัวเย็นเฉียบจนลมหายใจกลายเป็นไอขาว เขารู้ดีว่าภาระครั้งนี้มันใหญ่เกินกว่าที่เด็กหลังห้องคนหนึ่งจะแบกรับไหว แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เป็นเพียงคนเดียวในสถาบันแห่งนี้ที่มองเห็น 'รอยแตก' ที่แท้จริงผ่านระบบวิเคราะห์ที่เขาดัดแปลงขึ้นมาเอง
นิ้วเรียวกดลงบนปุ่มคำสั่งหลักเพื่อเตรียมเริ่มกระบวนการถ่ายโอนพลังงานฉุกเฉิน ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกับแป้นพิมพ์ศิลา เสียงเตือนที่ไม่อยู่ในระบบก็ดังขึ้นแหลมสูงจนแก้วหูสะเทือน
*ติ๊ด—! ติ๊ด—!*
หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าทั้งหมดดับวูบลงในพริบตา ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยแสงสีแดงฉานสาดส่องไปทั่วห้องใต้ดิน ม่านพลังงานสีดำสนิทปรากฏขึ้นปิดกั้นทางออกทุกด้าน พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงบนบ่าจนรินทร์ต้องทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้นหิน
เซเลสเต้ชักดาบสั้นเวทมนตร์ออกจากฝักในเสี้ยววินาที ร่างกายของอาจารย์สาวเตรียมพร้อมรับมือกับการต่อสู้ แต่สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่สัตว์เวทหรือผู้บุกรุกจากภายนอก
มันคือเงาสะท้อนบนผนังหินที่ค่อยๆ หลุดลอกออกมาเป็นรูปร่างของมนุษย์... ร่างเงาสวมชุดคลุมโบราณที่ไม่มีใบหน้า แต่กลับส่งเสียงหัวเราะแหบแห้งก้องกังวานไปทั่วโถงใต้ดิน
"ช่างน่าประทับใจเสียจริง เจ้าหนู... ที่มองเห็นจุดจบของระบบนี้" เสียงนั้นดังก้องราวกับมาจากก้นบึ้งของขุมนรก "แต่การพยายามซ่อมแซมมัน ในขณะที่ 'ผู้สร้าง' ตัวจริงไม่อนุญาต... ถือเป็นความผิดมหันต์ที่มีบทลงโทษเพียงสถานเดียว"
รินทร์กัดฟันแน่น ฝืนแรงกดดันมหาศาลเงยหน้าขึ้นมองเงาดำเบื้องหน้า ขณะที่ระบบในมานาพกพาเริ่มส่งเสียงแจ้งเตือนครั้งใหม่ด้วยตัวอักษรสีแดงกระพริบถี่รัว
**[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบสิ่งแปลกปลอมระดับภัยพิบัติ - 'ผู้ดูแลเงา' ปรากฏตัว]**
**[เงื่อนไขภารกิจฉุกเฉิน: รอดชีวิตจากการถูกลบออกจากสารบบของโรงเรียนภายใน 180 วินาที]**
**[คำเตือน: หากท่านล้มเหลว ประวัติการมีอยู่ของท่านจะถูกลบเลือนหายไปจากความทรงจำของทุกคนตลอดกาล...]**
---
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปกับ "ไมโลกับภูตน้อย" ในตอนนี้ด้วยนะครับ
เวทมนตร์ฉบับเด็กหลังห้องกับอาจารย์สาวจอมเข้มงวด•ตอนที่ 23
ความเปราะบางของระบบนิเวศเวทมนตร์
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์ฉบับเด็กหลังห้องกับอาจารย์สาวจอมเข้มงวด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!