เวทมนตร์ฉบับเด็กหลังห้องกับอาจารย์สาวจอมเข้มงวด•ตอนที่ 2

กฎเหล็กของสถาบันที่รินทร์ไม่สน

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
"ถ้าอาจารย์คิดว่าวงจรเวทมนตร์ระดับสามจะแก้ด้วยการเดินพลังตามแนวทฤษฎีอาร์คาน่าฉบับมาตรฐานได้ละก็... นั่นแหละครับคือเหตุผลที่นาฬิกาเรือนนี้ถึงหยุดเดินไปเมื่อสองร้อยปีก่อน" เสียงทุ้มต่ำของรินทร์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องเก็บอุปกรณ์เก่าที่เต็มไปด้วยฝุ่นควัน จมูกของเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอับของกระดาษหนังและกลิ่นโลหะสนิมเขรอะ ทว่ามือของเขากลับขยับอย่างแม่นยำราวกับศัลยแพทย์กำลังผ่าตัดหัวใจ อาจารย์เซเลสเต้ที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่ห่างออกไปสองก้าวขมวดคิ้ว ดวงตาสีอัมพันจ้องเขม็งไปยังมือของเด็กหนุ่มที่ไม่ได้ใช้ไม้กายสิทธิ์ แต่กลับใช้เพียงไขควงเหล็กเล่มเล็กกับปากคีบปลายแหลม ปรับจูนเฟืองเวทมนตร์ขนาดจิ๋วที่ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ ภายใต้รูปลักษณ์นาฬิกาพกโบราณ "กฎของสถาบันระบุชัดเจนว่า การดัดแปลงอุปกรณ์เวทมนตร์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากภาควิชาประดิษฐ์ถือเป็นความผิดร้ายแรง รินทร์" เธอเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าในแววตากลับมีความสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อเห็นเฟืองตัวในสุดเริ่มหมุนวนด้วยจังหวะที่แปลกประหลาด "และตำราทุกเล่มสอนว่าพลังเวทต้องถูกส่งผ่านจากแกนกลาง หากเจ้าฝืนบีบอัดกระแสมานาเข้าสู่ระบบวงจรแบบไร้ทิศทาง... ผลที่ตามมาคือการระเบิดของผลึกมานาในมือเจ้าเอง" รินทร์ไม่เงยหน้าขึ้นมอง เขาเพียงแค่กระตุกยิ้มมุมปาก พลางใช้ปลายไขควงแตะเบาๆ ที่รอยต่อของแผ่นวงจร "นั่นคือจุดที่อาจารย์เข้าใจผิดครับ ตำราเขียนขึ้นโดยผู้ที่มองว่าเวทมนตร์คือพระเจ้า แต่สำหรับผม เวทมนตร์มันก็แค่พลังงานรูปแบบหนึ่งที่มีตรรกะรองรับ... เหมือนกับไฟฟ้าที่ไหลผ่านสายไฟนั่นแหละ" เขาดีดนิ้วหนึ่งครั้ง แสงสีฟ้าอ่อนจางๆ สว่างวาบขึ้นที่ปลายนิ้ว ก่อนจะไหลรินเข้าไปในรอยแตกของเฟือง แทนที่จะส่งพลังเข้าไปตรงๆ รินทร์กลับใช้เทคนิค 'แทรกแซงความถี่' ตามที่เขาคำนวณไว้ในหัว เขาไม่ได้บีบอัดมานา แต่เขากำลังสร้างคลื่นรบกวนให้เฟืองที่ติดขัดเกิดการสั่นพ้องจนปลดล็อกตัวเอง *คลิก* เสียงกลไกขบกันดังขึ้นอย่างนุ่มนวล เสียงเดินของเข็มนาฬิกาเริ่มทำงานอีกครั้ง—ไม่ใช่เสียงติ๊กต็อกที่เชื่องช้า แต่เป็นเสียงเดินที่มั่นคงและทรงพลัง เซเลสเต้ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นจนเกือบจะชิดแผ่นหลังของเขา เธอสัมผัสได้ถึงกระแสมานาที่ไหลเวียนอยู่ในห้องนี้ มันเบาบางจนแทบจับไม่ได้ แต่มันมีประสิทธิภาพสูงจนน่าตกใจ "เจ้าไม่ได้ใช้วงจรปิด... เจ้ากำลังทำให้มานาไหลเวียนเป็นวงจรเปิดด้วยการใช้ความสั่นสะเทือนของอากาศเป็นตัวนำงั้นหรือ?" "อาจารย์เข้าใจเร็วดีนะครับ" รินทร์วางไขควงลงแล้วหันกลับมาเผชิญหน้า ระยะห่างที่ใกล้เกินควรทำให้เขาสังเกตเห็นจุดกระสีดำบนดวงตาข้างซ้ายของเธอที่ดูเหมือนกลุ่มดาวเคราะห์ที่กำลังเคลื่อนที่ "เจ้าเป็นใครกันแน่ รินทร์" เซเลสเต้ถามน้ำเสียงต่ำลง เจือความหวาดระแวงปนความใคร่รู้ "นักเรียนหลังห้องที่ถูกประเมินว่ามีพลังเวทระดับ F ไม่มีทางเข้าใจโครงสร้างเฟืองโบราณที่สถาบันยังตีไม่ออกมานานหลายศตวรรษได้ เว้นเสียแต่ว่าเจ้า..." "เว้นเสียแต่ว่าผมจะเป็นคนประเภทที่ชอบอ่านหนังสือที่คนอื่นทิ้งไว้ในถังขยะน่ะครับ" รินทร์หัวเราะเบาๆ ก่อนจะขยับตัวถอยห่างออกมา แต่ในวินาทีนั้นเอง จู่ๆ นาฬิกาในมือของเขาก็หยุดกึก และเกิดเสียงหวีดหวิวแหลมสูงขึ้นภายในห้อง [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงของพลังงานแปลกปลอมระดับ S] [สถานะ: ปิดผนึกเครื่องหมายอาถรรพ์ถูกทำลาย] [คำเตือน: บอสลับแห่งหอสมุดต้องห้ามได้ตื่นขึ้นจากการหลับใหลแล้ว] จอมเวทสาวชะงัก เธอรีบคว้าข้อมือของรินทร์เอาไว้แน่น แรงบีบนั้นทำให้รินทร์สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ มันไม่ใช่ความเย็นจากธรรมชาติ แต่มันคือไอเย็นจากมิติที่ไร้แสงสว่าง "ถอยออกมา" เธอสั่งน้ำเสียงเฉียบขาด สัญชาตญาณนักรบของเธอกำลังร้องเตือนถึงสิ่งที่กำลังเคลื่อนที่อยู่หลังกำแพงหินที่ดูเหมือนจะไร้ชีวิต กำแพงห้องเก็บอุปกรณ์ค่อยๆ แยกออกราวกับม่านหนัง พื้นห้องเริ่มสั่นสะเทือนจนขวดโหลบนชั้นวางร่วงหล่นลงมาแตกกระจาย เสียงคำรามก้องที่ฟังดูเหมือนเสียงโลหะเสียดสีกันดังสนั่นหวั่นไหวมาจากเงามืดเบื้องหลังกำแพงนั่น รินทร์มองไปยังดวงตาที่ปรากฏขึ้นในความมืด—มันเป็นดวงตาสีแดงฉานรูปทรงสามเหลี่ยมขนาดยักษ์ และดูเหมือนว่า 'เจ้าของ' ดวงตานั้นกำลังจ้องมองตรงมาที่ 'นาฬิกา' ในมือของเขาราวกับหิวโหยมานับพันปี "อาจารย์ครับ" รินทร์กระซิบโดยไม่ละสายตาจากเงาประหลาดนั้น "ดูเหมือนว่านาฬิกาเรือนนี้ไม่ได้แค่บอกเวลา... แต่มันคือกุญแจปิดผนึกบางอย่างที่อาจารย์พยายามซ่อนไว้สินะครับ" เซเลสเต้เม้มริมฝีปากแน่น เธอดึงไม้กายสิทธิ์สีนิลออกมาจากแขนเสื้อ แสงสีเงินวาบขึ้นขับไล่ความมืด แต่เงายักษ์นั้นกลับก้าวข้ามผ่านกำแพงเข้ามาอย่างง่ายดาย มันไม่ใช่สัตว์ประหลาดทั่วไป แต่มันคือหนึ่งในอดีตผู้ดูแลสถาบันที่ถูกลบชื่อออกจากประวัติศาสตร์ไปแล้ว "เจ้าทำพังหมดแล้ว รินทร์" เธอกล่าวเสียงสั่นแต่เด็ดเดี่ยว "ตอนนี้ไม่ใช่แค่ข้ากับเจ้าที่อยู่ในห้องนี้แล้ว แต่มันคือ... สิ่งที่หิวโหยที่สุดในประวัติศาสตร์เวทมนตร์" ก่อนที่เงานั้นจะพุ่งเข้ามา รินทร์กลับทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เขาโยนนาฬิกาเรือนนั้นขึ้นไปในอากาศกลางวงล้อมของเงาทมิฬ แล้วเหยียดมือออกไปคว้าอากาศเปล่าๆ ราวกับกำลังคว้าจับกระแสมานาที่ไหลเวียนผิดเพี้ยน หวังว่าตอนที่ 2 นี้จะทำให้ท่านผู้อ่านตื่นเต้นและอยากติดตามการเดินทางของรินทร์ต่อไปนะครับ ขอบพระคุณทุกท่านที่แวะมาอ่านผลงานของ "ไมโลกับภูตน้อย" ครับ
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์ฉบับเด็กหลังห้องกับอาจารย์สาวจอมเข้มงวด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%