เวทมนตร์ฉบับเด็กหลังห้องกับอาจารย์สาวจอมเข้มงวด•ตอนที่ 1

เด็กหลังห้องกับอุปกรณ์ที่พังทลาย

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
"เศษซากของวงแหวนเวทมนตร์ระดับสาม สภาพการสึกหรอของท่อส่งมานาอยู่ที่เจ็ดдесятแปดเปอร์เซ็นต์... ถ้าท่านอาจารย์รีเนลล์ยังดื้อดึงที่จะอัดกระแสมานาเข้าไประดับนี้อีกแค่สามวินาที แกนกลางของเตาปฏิกรณ์ในห้องเรียนปฏิบัติการรวมจะระเบิดออกเป็นจุล... และพวกเราทั้งหมดในตึกนี้คงได้กลายเป็นปุ๋ยชั้นดีสำหรับแปลงกุหลาบหน้าหอประชุมใหญ่แน่ๆ ครับ" น้ำเสียงราบเรียบแต่เจือแววประชดประชันเล็กน้อยดังขึ้นที่มุมอับสายตา หลังชั้นหนังสือโบราณความสูงห้าเมตรในห้องสมุดใหญ่ของ1ในสถาบันเวทมนตร์อาร์คานาอันทรงเกียรติ รินทร์—เด็กหนุ่มปีสองผู้มีเรือนผมสีดำสนิทและดวงตาสีเทาคมปลาบ ปิดตำราเล่มหนาเตอะในมือลงอย่างแผ่วเบา ปลายนิ้วเรียวยาวของเขากำลังคีบชิ้นส่วนเฟืองทองเหลืองขนาดจิ๋วที่หลุดร่วงมาจากอุปกรณ์ทดลองของรุ่นพี่ปีสามเอาไว้ได้อย่างแม่นยำราวกับจับวาง รอบตัวของเขามีกลิ่นอายของกระดาษเก่า ฝุ่นละอองที่ลอยวนในลำแสงยามบ่าย และความเงียบงันที่น่าอึดอัด ซึ่งเป็น ‘พื้นที่ส่วนตัว’ ที่รินทร์มักจะใช้หลบหนีความวุ่นวายจากการเป็นนักเรียนเวทมนตร์ ‘เกรด F’ ผู้มีปริมาณมานาในร่างกายต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนน่าสมเพชในสายตาของคนอื่น แต่ใครสนกันล่ะครับ? ในเมื่อโลกนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยปริมาณมานาบ้าบอคอแตกเพียงอย่างเดียว แต่มันขับเคลื่อนด้วย ‘ตรรกะ’ และ ‘โครงสร้าง’ ต่างหาก ตึ้ง! ประกาศิตจากบอร์ดกลางสถาบันที่สะท้อนก้องผ่านเวทมนตร์กระจายเสียงทำลายความสงบในมุมโปรดของรินทร์ลงอย่างไม่ใยดี *‘ประกาศจากสำนักงานอธิการบดี... นักเรียนรินทร์ ชั้นปีที่ 2 ห้อง B ได้รับทัณฑ์บนสถานหนักเนื่องจากฝ่าฝืนกฎการใช้อุปกรณ์เวทมนตร์ขั้นสูง และเพื่อเป็นการลงโทษปรับปรุงพฤติกรรม นักเรียนรินทร์จะต้องรับผิดชอบงานทำความสะอาดและจัดเก็บคลังคัมภีร์โบราณ (โซนต้องห้ามชั้นใต้ดิน B3) เป็นเวลาสามสัปดาห์เต็ม เริ่มต้นทันทีหลังเลิกเรียนวันนี้’* เสียงซุบซิบและเสียงหัวเราะคิกคักของพวกคุณหนูตระกูลขุนนางที่ดังแว่วมาจากโถงทางเดินด้านนอกทำให้รินทร์ถอนหายใจออกมาเบาๆ เขายกมือขึ้นเสยผมลวกๆ ก่อนจะหยิบแว่นตากรอบเงินขึ้นมาสวมเพื่อปรับโฟกัสการมองเห็นโครงสร้างเวทมนตร์ "โซนต้องห้ามชั้นใต้ดิน B3 งั้นเหรอครับ... ช่างเป็นการลงโทษที่สร้างสรรค์เสียจริง ทั้งที่ความจริงแล้วพวกเขานั่นแหละที่คำนวณสูตรแปรธาตุผิดพลาดจนเตาปฏิกรณ์เกือบละลาย" รินทร์พึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มเยาะหยันบางๆ ที่มุมปาก ดวงตาสีเทาคู่นั้นฉายแววประกายความอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาวูบหนึ่งอย่างปิดไม่มิด สำหรับคนอื่น โซน B3 คือสถานที่เก็บกวาดขยะเวทมนตร์ที่เต็มไปด้วยคำสาปและอันตราย แต่สำหรับรินทร์... มันคือขุมทรัพย์ชิ้นโตที่เต็มไปด้วยเครื่องจักรกลโบราณที่รอการรื้อถอนและศึกษา สิบนาทีต่อมา รินทร์ก็มายืนอยู่หน้าประตูเหล็กกล้าหนาหนักที่สลักอักขระเวทมนตร์สีแดงฉาน กลิ่นอับชื้นและกลิ่นอายของกาลเวลาที่ถูกกัก เก็บมานานนับร้อยปีโชยปะทะจมูกทันทีที่บานประตูส่งเสียงเอี๊ยดอาดเปิดออกด้วยแรงผลักของเขา กุญแจดอกใหญ่ถูกโยนลงบนโต๊ะไม้เก่าแก่กลางห้องโถงกว้างที่ไร้แสงไฟ มีเพียงแสงจันทร์ที่ลอดผ่านกระจกสีเพนต์ลายรูปเทพ องค์โบราณสาดส่องลงมาเป็นลำ รินทร์จุดตะเกียงเวทมนตร์ในมืออย่างคล่องแคล่ว แสงสีส้มอบอุ่นขับไล่ความมืดมิดรอบตัวให้ถอยร่นไป แต่มันก็ยังเผยให้เห็นกองซากหนังสือ ม้วนคัมภีร์ที่ผุกร่อน และเศษซากหุ่นยนต์เวทมนตร์ที่กระจัดกระจายราวกับสนามรบโบราณ "เอาล่ะครับ... มาดูกกันว่าทางสถาบันซ่อน ‘ขยะ’ ชิ้นไหนไว้ให้ผมจัดการบ้าง" เด็กหนุ่มพึมพำพลางกวาดสายตามองไปรอบห้อง ก่อนที่ฝีเท้าของเขาจะชะงักกึก เมื่อเรดาร์เวทมนตร์ในหัว—หรือที่เขาเรียกว่าระบบการวิเคราะห์เชิงตรรกะ—ส่งเสียงเตือนความถี่สูงแปลกประหลาด *ตี๊ด... ตี๊ด... ตี๊ด...* ที่มุมมืดสุดของห้องใต้ดิน มีบางสิ่งกำลังสั่นสะเทือน มันไม่ใช่เวทมนตร์โจมตีอันรุนแรง และไม่ใช่คำสาปมืดมนที่น่ากลัว แต่มันคือ ‘คลื่นความถี่ทางกลไก’ ที่คุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับเสียงหัวใจของเครื่องจักรที่หยุดเต้นไปนานกำลังพยายามกลับมาสูบฉีดอีกครั้ง รินทร์ก้าวเท้าเข้าไปใกล้กองซากอุปกรณ์เหล่านั้นอย่างระมัดระวัง ปลายรองเท้าหนังของเขาเขี่ยแผ่นโลหะสีดำสนิทที่สลักลวดลายประหลาดออก ช้าๆ ภายใต้กองเศษเหล็กนั้น มีกล่องโลหะทรงลูกบาศก์ขนาดเท่าฝ่ามือวางอยู่ มันทำจากวัสดุผสมระหว่าง ‘โอริแคลคุม’ และ ‘ไทเทเนียมเวท’ ซึ่งเป็นโลหะหายากที่สูญหายไปตั้งแต่ยุคสงครามเทพเจ้า พื้นผิวของกล่องเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนและความเสียหาย แต่วันนี้... รอยแตกเหล่านั้นกลับกำลังเรืองแสงสีฟ้าจางๆ ออกมาเป็นจังหวะ ราวกับมันกำลังหายใจเข้าและออก "นี่มัน... ไม่ใช่แค่อุปกรณ์เวทมนตร์ธรรมดาแล้วครับ" รินทร์ย่อตัวลงต่ำ ดวงตาสีเทาจ้องมองลวดลายเรขาคณิตที่ซับซ้อนบนกล่องลูกบาศก์นั้นด้วยความทึ่ง นิ้วมือของเขาสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นอย่างที่ไม่ได้รู้สึกมานาน ในฐานะคนที่หลงใหลในกลไก รินทร์รู้ทันทีว่านี่คือสถาปัตยกรรมเครื่องจักรที่ล้ำหน้ากว่ายุคปัจจุบันไปไกลโข ราวกับเทคโนโลยีจากโลกอื่นที่ถูกนำมาผนวกเข้ากับเวทมนตร์โบราณ เขายื่นมือออกไปหวังจะสัมผัสพื้นผิวของลูกบาศก์เพื่อตรวจสอบโครงสร้างภายใน ทว่า... *คลิก!* เสียงกลไกภายในดีดตัวอย่างรุนแรง ประตูเหล็กบานใหญ่ที่ด้านบนสุดของทางเข้าชั้นใต้ดินกลับถูกกระชากปิดลงด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับเสียงลงกลอนจากด้านนอกที่ดังสนั่นหวั่นไหว! ความมืดมิดเข้าปกคลุมพื้นที่ในพริบตา เหลือเพียงแสงเรืองรองสีฟ้าจากลูกบาศก์ตรงหน้าเท่านั้นที่ส่องสว่างใบหน้าอันนิ่งสงบของรินทร์ และในวินาทีนั้นเอง... เสียงฝีเท้าอันแผ่วเบาแต่เยือกเย็นจนน่าขนลุก ก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลังเขา "ช่างเป็นเด็กที่มือซนเสียจริงนะ... นักเรียนรินทร์" เสียงทุ้มนุ่มลึกที่แฝงไปด้วยอำนาจและเสน่ห์อันตรายดังขึ้น พร้อมกับกลิ่นอายเวทมนตร์อันทรงพลังที่กดทับบรรยากาศรอบตัวให้หนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก รินทร์ไม่ต้องหันกลับไปมองก็รู้ทันทีว่าเจ้าของเสียงนี้คือใคร—อาจารย์เซเลสเต้ อาจารย์สาวผู้สอนวิชาประวัติศาสตร์เวทมนตร์ ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชา ไร้ความปรานี และเป็นบุคคลที่สถาบันต่างหวาดกลัวที่สุด เงาร่างระหงในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวออกมาจากความมืด ดวงตาสีอัมพันคู่สวยภายใต้กรอบแว่นตาไร้กรอบจ้องมองเด็กหนุ่มด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา มุมปากของเธอยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความหมาย ขณะที่ปลายนิ้วเรียวยาวของเธอสะบัดเบาๆ ส่งอาคมกักขังล้อมรอบตัวรินทร์เอาไว้ในรัศมีสามเมตร "คุณรู้ไหมว่าสิ่งที่เธอเพิ่งสัมผัสลงไป... มันคืออะไร?" อาจารย์เซเลสเต้เอ่ยถาม เสียงของเธอกระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างใบหูของเขา ราวกับปีศาจสาวที่กำลังกระซิบคำสาปแห่งพันธสัญญา รินทร์ไม่แม้แต่จะแสดงอาการตกใจ เขาค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง หันกลับไปสบตากับอาจารย์สาวนิ่งสนิท ใบหน้าของเขายังคงรักษาความสงบเยือกเย็นไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แม้ว่าสถานการณ์ตอนนี้จะแขวนอยู่บนเส้นด้ายก็ตาม "ผมไม่รู้หรอกครับว่ามันคืออะไร... แต่ถ้ามันทำให้ผมต้องติดอยู่ที่นี่กับอาจารย์สองต่อสองในค่ำคืนนี้ล่ะก็..." รินทร์เว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาสีเทาพราวระยับด้วยประกายความท้าทายที่หาญกล้าที่สุดในชีวิต "ผมคิดว่า... เราคงต้องคุยกันยาวเลยล่ะครับ ว่าสถาบันกำลังปิดบังความลับอะไรไว้กันแน่" อาจารย์เซเลสเต้ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีอัมพันเบิกกว้างขึ้นเสี้ยววินาทีเมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากของเด็กหนุ่มหลังห้องผู้ขึ้นชื่อว่าไร้พลังเวท—รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัวเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย —ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในโลกแฟนตาซีอันกว้างใหญ่นี้ด้วยกันนะครับ—
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์ฉบับเด็กหลังห้องกับอาจารย์สาวจอมเข้มงวด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%