เวทมนตร์ฉบับเด็กหลังห้องกับอาจารย์สาวจอมเข้มงวด•ตอนที่ 11

เมื่อความสงสัยเริ่มก่อตัว

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
"ถอยไปซะ เซเลสเต้" เสียงแหบพร่าราวกับเศษกระดาษทรายถูกลากผ่านแผ่นโลหะดังขึ้นในความมืด อุณหภูมิภายในห้องทำงานส่วนตัวของอาจารย์สาวดิ่งวูบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทที่ยืนอยู่ตรงมุมห้องไม่ได้ขยับเขยื้อน แต่แรงกดดันมหาศาลกลับแผ่ซ่านออกมาราวกับคลื่นใต้น้ำ รินทร์ที่ยืนอยู่ด้านหลังอาจารย์เซเลสเต้รู้สึกได้ถึง1แรงเสียดทานทางเวทมนตร์ที่ทำให้ผิวหนังรู้สึกชาหนึบ นี่ไม่ใช่เวทมนตร์โจมตีทั่วไป แต่มันคือ "เขตอาคมกดขี่" ระดับสูงที่พบได้เฉพาะในตำราโบราณ เด็กหนุ่มหรี่ตาลง สมองส่วนหน้าทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อประเมินสถานการณ์ ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้จากเวทมนตร์ภาพลวงตา มันคือร่องรอยของการใช้ "เนตรมารโลหิต" ซึ่งเป็นวิชาต้องห้ามของตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่สูญหายไปจากสารบบของสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้มานานกว่าสามทศวรรษแล้ว อาจารย์เซเลสเต้ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองลูกศิษย์ เธอยังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหินอ่อน มือเรียวบางยกขึ้นจัดปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มอย่างใจเย็น ท่าทีสุขุมนั้นตัดกับบรรยากาศตึงเครียดรอบตัวอย่างสิ้นเชิง "ดึกดื่นค่ำคืนเช่นนี้ แอบย่องเบาเข้ามาในห้องทำงานของอาจารย์ฝ่ายวินัย... ดูท่าว่ามารยาทที่สถาบันพยายามพร่ำสอนพวกเธอคงจะถูกสุนัขคาบไปกินหมดแล้วกระมังครับ... อ้อ ไม่สิ ฉันควรจะพูดว่า *เธอ* คนเดียวมากกว่าสินะ" เซเลสเต้เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่แฝงไว้ด้วยกระแสจิตสังหารที่เฉียบคมบาดลึก เงาสลัวร่างนั้นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและน่าขนพองสยองเกล้า "ปากคอเราะร้ายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน... แต่สิ่งที่ฉันต้องการในวันนี้ ไม่ใช่คำสั่งสอนจากอาจารย์สาวผู้เคร่งครัดหรอกนะ" พริบตานั้น ร่างสีดำราวกับควันไฟก็พุ่งวาบเข้าใส่โต๊ะทำงานไม้โอ๊กโบราณอย่างรวดเร็วราวกับภูตผี เป้าหมายของมันไม่ใช่เซเลสเต้ แต่เป็นกองกระดาษแผ่นใสที่วางอยู่ริมโต๊ะ—แผนผังกลไกเวทมนตร์ผสมผสานที่รินทร์เพิ่งจะร่างเสร็จหมาดๆ เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ *เปร๊าะ!* เสียงเกราะป้องกันเวทมนตร์รอบโต๊ะแตกสลายลงอย่างง่ายดายราวกับกระจกเปราะบาง แผนผังกระดาษแผ่นนั้นถูกมือสวมถุงมือหนังสีดำคว้าหมับเข้าอย่างแม่นยำ "ได้ตัวแล้ว..." ผู้บุกรุกพึมพำด้วยความยินดี ทว่า ในจังหวะเสี้ยววินาทีนั้นเอง รินทร์ที่เงียบมานานก็ขยับตัว เด็กหนุ่มไม่ได้พยายามใช้เวทมนตร์โจมตีที่ไร้ประสิทธิภาพในยามนี้ แต่เขากลับดีดนิ้วเสียงดังสนั่น *แปะ!* พร้อมกับส่งกระแสมานาปริมาณน้อยนิดผ่านพื้นห้องไปยังกลไก "กับดักสะท้อนแสง" ที่เขาแอบติดตั้งไว้ใต้โต๊ะตั้งแต่ตอนบ่าย ลำแสงสีฟ้าสว่างวาบพุ่งตัดผ่านความมืดเข้ากระทบกับดวงตาสีแดงฉานของผู้บุกรุกโดยตรง "อ้ーク!" เสียงร้องหลุดออกมาด้วยความเจ็บปวด ผู้บุกรุกชะงักไปชั่วขณะเพราะถูกแสงความเข้มข้นสูงยิงเข้าที่เรตินาโดยไม่ทันตั้งตัว สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำให้มือที่กำแผนผังไว้คลายออกโดยอัตโนมัติ เซเลสเต้ไม่ปล่อยให้โอกาสทองนี้หลุดลอยไป ดาบคาตานะเล่มเรียวที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าคลุมถูกชักออกมาครึ่งฝัก ประกายแสงสีเงินยวดยวงวาดผ่านอากาศเป็นเส้นโค้งอย่างไร้ที่ติ ปลายดาบหยุดนิ่งอยู่ที่ลำคอของร่างในชุดดำสนิทห่างเพียงแค่มิลลิเมตรเดียว "ขยับแม้แต่นิดเดียว... หัวของเธอจะหลุดออกจากบ่าทันทีครับ" อาจารย์สาวกล่าวเสียงเย็นเยียบ รอยยิ้มเยือกเย็นเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงแววตาดุดันของผู้ล่าที่ไร้ความปรานี ผู้บุกรุกตัวแข็งทื่อ ยอมจำนนต่อคมดาบที่จ่ออยู่ ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นกวาดมองไปรอบตัวอย่างตื่นตระหนก ก่อนจะเหลือบมามองรินทร์ด้วยความแค้นเคืองปนประหลาดใจ "แก... เด็กหลังห้องคนนี้... คำนวณมุมหักเหของแสงได้แม่นยำขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?" เสียงแหบพร่าเอ่ยถามอย่างไม่เชื่อสายตา รินทร์ก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอย่างใจเย็น เขายื่นมือไปหยิบแผ่นกระดาษแผนผังที่ร่วงอยู่บนพื้นขึ้นมาปัดฝุ่นเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้บุกรุกด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ซึ่งเป็นรอยยิ้มแบบเดียวกับที่มักจะทำให้ครูประจำชั้นปวดหัวอยู่บ่อยครั้ง "ผมไม่ได้คำนวณแค่เรื่องมุมแสงหรอกครับ..." รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพนิ่มนวล แต่เต็มไปด้วยความมั่นใจ "แต่ผมคำนวณไว้แล้วด้วยว่า ถ้าใครก็ตามที่เข้ามาขโมยของชิ้นนี้โดยไม่รู้ว่า... หมึกที่ผมใช้ร่างแบบ เป็นหมึกที่ผสมผงแร่แม่เหล็กเวทมนตร์เอาไว้... คนๆ นั้นจะต้องทิ้งร่องรอยสนามแม่เหล็กติดตัวไว้ตลอดเส้นทางที่เดินเข้ามาในตึกนี้อย่างแน่นอนครับ" สิ้นคำพูดของเด็กหนุ่ม เซเลสเต้ก็หรี่ตาลงทันที เธอมองสำรวจที่ข้อมือของผู้บุกรุก และพบละอองผงสีดำเรืองแสงจางๆ ติดอยู่จริงตามที่รินทร์บอก "เก่งมาก... รินทร์" อาจารย์สาวเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย แต่นัยน์ตายังคงจับจ้องไปที่เชลย "ขอบคุณครับอาจารย์" รินทร์ตอบรับก่อนจะหันกลับไปหาผู้บุกรุก "ทีนี้... ช่วยถอดฮู้ดออกแล้วตอบคำถามของพวกเราหน่อยเถอะครับว่า ใครเป็นคนส่งคุณมาขโมย 'แผนผังเครื่องกำเนิดมานา' ชิ้นนี้กันแน่... หรือว่าคุณอยากจะลองสัมผัสกับกับดักชุดที่สอง ที่ผมเพิ่งติดตั้งไว้บริเวณหน้าต่างหนีไฟดูสักรอบดีล่ะครับ?" ผู้บุกรุกกัดฟันกรอด ร่างกายเริ่มสั่นเทาด้วยความโกรธและความกลัวผสมปนเปกัน มือที่สวมถุงมือหนังค่อยๆ เอื้อมขึ้นไปจับฮู้ดสีดำเพื่อเปิดเผยใบหน้าที่แท้จริง เซเลสเต้ขยับดาบให้เข้าใกล้ขึ้นอีกนิดเพื่อป้องกันการตอดตุกตอดตื่น ขณะที่รินทร์หรี่ตามองด้วยความระแวดระวังสูงสุด ทุกวินาทีผ่านไปช้าเสียยิ่งกว่าการเดินเข็มนาฬิกาในห้องสอบ ทว่า... ในเสี้ยววินาทีก่อนที่ผ้าฮู้ดจะถูกเปิดออก *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนใสๆ ที่คุ้นเคยดังขึ้นในโสตประสาทของรินทร์ พร้อมกับหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าเข้มที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศต่อหน้าต่อตาเขาโดยไม่มีใครอื่นมองเห็น **[ระบบตรวจพบวัตถุอันตรายระดับ SSS กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่รัศมี 50 เมตร]** **[คำเตือนฉุกเฉิน: พลังงานเวทมนตร์ที่ไม่รู้จัก กำลังทำลายโครงสร้างอาคารจากชั้นใต้ดิน]** **[เป้าหมายของผู้บุกรุกตัวจริง... ไม่ใช่แผนผัง แต่เป็น "สิ่งนั้น" ที่ถูกผนึกอยู่ใต้ห้องทำงานนี้ต่างหาก]** รินทร์เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากความมั่นอกมั่นใจกลายเป็นความซีดเผือดในพริบตาเดียว "อาจารย์เซเลสเต้! ถอยออกไปจากตรงนั้นเดี๋ยวนี้ครับ!" เด็กหนุ่มตะโกนสุดเสียงเมื่อพื้นไม้ใต้เท้าเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับมีบางสิ่งขนาดมหึมากำลังพยายามพังกำแพงขึ้นมาจากเบื้องล่าง! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปพร้อมกับรินทร์และอาจารย์เซเลสเต้นะครับ
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์ฉบับเด็กหลังห้องกับอาจารย์สาวจอมเข้มงวด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%