เวทมนตร์ฉบับเด็กหลังห้องกับอาจารย์สาวจอมเข้มงวด•ตอนที่ 21

ความลับของหอคอยทิศเหนือ

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
“ขอโทษด้วยนะครับรินทร์” เสียงนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของเด็กหนุ่ม ทว่าบรรยากาศรอบตัวในยามนี้กลับไร้ซึ่งความปรานีใดๆ กลิ่นอายของมานาที่หนាแน่นจนแทบกลายเป็นของเหลวไหลเวียนอยู่ตามผนังหินเก่าแก่ของหอคอยทิศเหนือ สถานที่ซึ่งถูกลืมเลือนไปจากแผนผังปัจจุบันของสถาบันเวทมนตร์อาร์เคเมเดีย รินทร์กวาดสายตาผ่านแว่นตาออปติคัลที่สะท้อนแสงสีฟ้าจางๆ จากชุดคำสั่งเวทมนตร์เบื้องหน้า นิ้วเรียวยาวของเขากำลังเคาะลงบนอากาศว่างเปล่า ร่างกายของเขายังคงจดจำสัมผัสเย็นเยียบของปลายมีดเวทมนตร์ที่จ่ออยู่ใกล้ลำคอเมื่อครู่ได้ดี แต่วินาทีนี้ ความกลัวถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณของการเอาชีวิตรอดและการวิเคราะห์เชิงตรรกะ “คุณไม่ได้กำลังขอโทษผมจากใจจริงหรอกครับ อาจารย์เซเลสเต้” รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก แม้ว่าหัวใจข้างในจะเต้นรัวด้วยอัตราเร่งที่สูงกว่าปกติถึงสองเท่าก็ตาม “น้ำเสียงของคุณสั่นเครือเล็กน้อยตรงพยางค์สุดท้าย และอัตราการกระพริบตาของคุณถี่กว่าปกติเกือบสองเท่า... นั่นหมายความว่าคุณกำลังโกหก หรือไม่ก็... กำลังหวาดกลัวบางสิ่งที่อยู่หลังประตูบานนั้นมากกว่าตัวผมเสียอีก” อาจารย์เซเลสเต้ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีไพลินภายใต้กรอบแว่นทรง Theatrical หลบสายตาของเด็กหนุ่มไปเสี้ยววินาที ก่อนที่เธอจะกลับมาตีสีหน้าเย็นชาดังเดิม ร่างเพรียวในชุดคลุมสีดำสนิทขยับตัวเข้าใกล้รอยต่อของประตูเหล็กกล้าโบราณที่มีอักขระเวทมนตร์สีเลือดไหลวนเป็นวงจรปิด “เธอฉลาดเกินไปรินทร์... และนั่นคือเหตุผลที่ฉันต้องลากเธอมาที่นี่” อาจารย์เซเลสเต้กล่าวเสียงต่ำ ขณะยกมือขึ้นวาดวงเวทซับซ้อนเพื่อปลดล็อกผนึกชั้นที่เจ็ด “จุดรั่วไหลของมานาทั่วทั้งสถาบันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความผิดพลาดของระบบระบายเวทตามที่สภาอาจารย์เข้าใจ แต่มันคือ ‘การดูดกลืน’... มีบางอย่างกำลังหลับใหลอยู่ใต้หอคอยทิศเหนือแห่งนี้ และมันต้องการพลังเวทมนตร์ปริมาณมหาศาลเพื่อลืมตาตื่น” “แล้วทำไมต้องเป็นผม?” รินทร์ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่ถึงหนึ่งช่วงแขน เขายังคงรักษาสติและคำนวณความเป็นไปได้ทุกอย่างในหัว “พลังเวทในตัวผมมีน้อยนิดจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นศูนย์ในสายตาของคนอื่น ถ้าสิ่งที่อยู่ข้างในต้องการมานาปริมาณมหาศาล การใช้ผมเป็นเครื่องเซ่นไหว้นั้นไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย เว้นเสียแต่ว่า...” เด็กหนุ่มหรี่ตาลง วิเคราะห์จากโครงสร้างอักขระเวทบนบานประตูที่คุ้นเคย “เวทมนตร์ดัดแปลงที่ผมใช้... มันไม่ใช่เวทมนตร์ของโลกนี้ แต่มันคือชุดคำสั่งที่สามารถ ‘แฮก’ หรือแทรกแซงวงจรมานาโบราณได้!” อาจารย์เซเลสเต้หันขวับมามองเขา ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความประหลาดใจฉายชัดอยู่บนใบหน้าของหญิงสาวที่ปกติมักจะซ่อนเร้นทุกความรู้สึกเอาไว้เบื้องหลังกำแพงแห่งความเยือกเย็น “ถูกต้อง...” อาจารย์สาวสูดลมหายใจเข้าลึก “วงจรเวทของหอคอยทิศเหนือถูกล็อกด้วยรหัสผ่านระดับบรรพกาล ไม่มีอาจารย์คนไหนในสถาบันแห่งนี้ที่สามารถเปิดมันได้ด้วยกำลังเวท แต่ ‘ตรรกะ’ และ ‘วิธีการคำนวณ’ นอกกรอบของเธอ... รินทร์ เธอมันคือตัวแปรเดียวที่จะทำลายหรือปลดปล่อยผนึกนี้ได้” บรรยากาศรอบตัวเริ่มกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ แรงสั่นสะเทือนจากใต้พื้นดินเริ่มทวีความรุนแรง ฝุ่นผงร่วงหล่นลงมาจากเพดานหอคอยราวกับนาฬิกาทรายที่กำลังจะหมดเวลา มานาสีม่วงเข้มเริ่มซึมผ่านรอยแตกของพื้นหิน ก่อตัวเป็นรูปทรงประหลาดคล้ายกรงเล็บขนาดมหึมาที่พยายามตะกุยขึ้นมาจากเบื้องล่าง รินทร์ไม่ได้ตอบรับทันที เขายกมือขึ้นดันกรอบแว่น สมองส่วนหน้าทำงานอย่างหนักหน่วงเพื่อประเมินความเสี่ยง หากเขาปฏิเสธ ทั้งเขาและอาจารย์เซเลสเต้คงไม่รอดจากแรงดันมานาที่กำลังจะระเบิดออกในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า แต่หากเขาช่วยปลดผนึกตามคำขอ ความเสี่ยงที่สิ่งมีชีวิตหรืออาวุธโบราณอันตรายจะหลุดรอดออกมาก็มีสูงถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยดังขึ้นในโสตประสาทของรินทร์ พร้อมกับหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ—ไม่ใช่ระบบของสถาบันเวทมนตร์ แต่เป็นระบบลับที่ติดตัวเขามาตั้งแต่ข้ามมมายังโลกใบนี้ [ระบบตรวจพบสถานการณ์วิกฤต: จุดเชื่อมต่อหอคอยทิศเหนือ] [ภารกิจหลักระดับ SSS: ปลดล็อกและควบคุมแกนกลางมานาโบราณ] [เงื่อนไขความสำเร็จ: ร่วมมือกับอาจารย์เซเลสเต้ในการปิดรอยรั่วก่อนที่มานาจะทะลักเกินขีดจำกัด] [บทลงโทษหากล้มเหลว: การลบตัวตนออกจากประวัติศาสตร์เวทมนตร์] รินทร์มองตัวอักษรสีแดงฉานเหล่านั้น มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความท้าทายในแบบฉบับของเด็กหลังห้องผู้ไม่เคยเกรงกลัวกฎเกณฑ์ใดๆ “ดูเหมือนว่าผมจะไม่มีสิทธิ์เลือกตั้งแต่แรกแล้วสินะครับ อาจารย์” รินทร์เอ่ยขึ้นพร้อมกับยกมือขึ้นวาดวงเวทแสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นที่ปลายนิ้วทั้งสิบ “ถ้างั้น... เรามาลองดูหน่อยดีกว่าครับ ว่ารหัสผ่านของบรรพกาล จะเจ๋งกว่าตรรกะของเด็กหลังห้องคนนี้สักแค่ไหน” อาจารย์เซเลสเต้พยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว เธอประสานมือเข้ากับรินทร์ ถ่ายทอดมานาของตนเองเข้ามาเพื่อเสริมความเสถียรให้กับวงเวทของเด็กหนุ่ม ความอบอุ่นจากฝ่ามือของอาจารย์สาวส่งผ่านเข้ามาท่ามกลางความหนาวเหน็บของหอคอยร้าง แสงจากวงเวทประสานเข้ากับบานประตูเหล็กกล้า เสียงกลไกโบราณดังขึ้น *คลิก... คริก... ครอดดด—* อักขระสีเลือดบนประตูค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีฟ้าคราม สัญญาณชีพจรจากเบื้องล่างหยุดชะงักไปชั่วขณะ ราวกับว่าสิ่งที่หลับใหลอยู่กำลังรับรู้ถึงการมาเยือนของใครบางคน ทว่า ในวินาทีที่บานประตูยักษ์กำลังจะแง้มเปิดออก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากบันไดวนเบื้องล่าง พร้อมกับเสียงตะโกนอันคุ้นเคยที่ทำให้ทั้งสองคนต้องชะงัก “พบตัวอาจารย์เซเลสเต้กับรินทร์แล้ว! ล้อมหอคอยไว้ให้หมด อย่าให้ใครเล็ดลอดออกไปได้เด็ดขาด!” เสียงของผู้อำนวยการสถาบันดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความโกลาหล พร้อมกับไอพลังเวกดดันระดับมหา อำนาจที่แผ่พุ่งขึ้นมาจนอากาศบิดเบี้ยว อาจารย์เซเลสเต้หน้าถอดสีทันที เธอกระซิบเสียงสั่นด้วยความตกใจ “เป็นไปไม่ได้... พวกเขามาเร็วกว่ากำหนดถึงสองชั่วโมง!” รินทร์หันไปมองทางบันไดวนที่มืดมิด ก่อนจะหันกลับมามองประตูที่กำลังเปิดออกครึ่งหนึ่ง เขากัดฟันกรอด สมองประเมินสถานการณ์ใหม่อย่างรวดเร็วในเสี้ยววินาที [แจ้งเตือนด่วน: ตรวจพบตัวตนระดับภัยพิบัติกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ระยะประชิด] [คำเตือน: สิ่งที่อยู่หลังประตูบานนี้... ไม่ใช่เครื่องจักรเวทมนตร์ แต่เป็น "สิ่งนั้น"] ก่อนที่รินทร์จะได้ตัดสินใจทำอะไร แสงไฟสีแดงวาบขึ้นจากรอยแยกของประตูที่เปิดกว้าง พร้อมกับเสียงคำรามต่ำทุ้มที่สั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณ และเงาร่างสีดำสนิทคู่หนึ่งที่ก้าวออกมาจากความมืดมิด... เงาร่างที่มีดวงตาสีทองคู่โตจ้องมองตรงมาที่พวกเขาด้วยความกระหาย ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเด็กหลังห้องคนนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์ฉบับเด็กหลังห้องกับอาจารย์สาวจอมเข้มงวด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%