เวทมนตร์ฉบับเด็กหลังห้องกับอาจารย์สาวจอมเข้มงวด•ตอนที่ 13

อาจารย์กับความอ่อนโยนที่ปิดบัง

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
กลิ่นอายจางๆ ของชาสมุนไพรกลิ่นดอกคาโมมายล์และคาเฟอีนจากใบชาป่าผสมผสานลอยวนอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวยามวิกาล แสงไฟสีส้มอมเหลืองจากตะเกียงเวทมนตร์ระดับต่ำส่องกระทบสันหนังสือปกหนังเก่าแก่ที่เรียงรายอยู่เต็มผนัง เสียงฝนด้านนอกที่กระทบกับกระจกหน้าต่างบานหนาช่วยขับเน้นความเงียบงันภายในห้องให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น รินทร์นั่งหลังตรงอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวยาว นิ้วเรียวของเขากำลังขยับปากกาเวทมนตร์คำนวณวงจรมานาบนแผ่นกระดาษคำนวณแผ่นที่เจ็ดของคืนนี้อย่างเงียบเชียบ ทว่าสมาธิของเขากลับถูกดึงดูดด้วยความผิดปกติบางอย่างจากฟากหนึ่งของห้อง อาจารย์เซเลสเต้ไม่ได้แตะต้องเอกสารการสอนของเธอมาเกือบยี่นาทีแล้ว ร่างเพรียวในชุดคลุมสีดำสนิทนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานอีกด้าน ดวงตาสีฟ้าอมเทาคู่นั้นเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย นิ้วมือเรียวยาวของเธอกำถ้วยชาอุ่นๆ ไว้แน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด แม้แว่นตาไร้กรอบจะช่วยบังประกายความเหนื่อยล้าในแววตาของเธอไว้ แต่มันไม่อาจซ่อนร่องรอยความเปราะบางที่หลุดลอดออกมาจากเกราะป้องกันอันแข็งกระด้างที่เธอมักสวมใส่เป็นประจำได้ "ถ้าอาจารย์ยังจ้องถ้วยชาใบนั้นด้วยสายตาเหมือนมันเป็นศัตรูคู่อาฆาตต่ออีกสามวินาที รสชาติของมันคงขมจนกลายเป็นยาพิษไปจริงๆ แล้วนะครับ" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นอย่างระมัดระวัง รินทร์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากแผ่นคำนวณ แต่ปากกาในมือของเขาหยุดชحาดลงอย่างรู้จังหวะ เซเลสเต้สะดุ้งเล็กน้อยราวกับเพิ่งหลุดออกจากภวังค์ เธอกะพริบตาถี่ปรับโฟกัส ก่อนจะวางถ้วยชาลงบนจานรองด้วยเสียงที่เบาจนแทบไม่ได้ยิน "เธอเป็นเด็กที่ช่างสังเกตเกินวัยเสมอ... รินทร์" น้ำเสียงของเธอแหบพร่ากว่าปกติเล็กน้อย มันไร้ซึ่งความเย่อหยิ่งหรือความเข้มงวดที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัว เหลือเพียงความอ่อนล้าของมนุษย์คนหนึ่งที่แบกรับอะไรไว้มากมายเกินกว่าจะรับไหว "และบางครั้ง... ความฉลาดเกินไปของเธอก็ทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่มีพื้นที่ส่วนตัวเอาเสียเลย" "ผมแค่ทำหน้าที่ในฐานะลูกศิษย์ที่ดี... และในฐานะคนที่ยังไม่อยากให้อาจารย์ล้มป่วยก่อนจะตรวจการบ้านชุดนี้เสร็จครับ" รินทร์เงยหน้าขึ้น สบตากับอาจารย์สาวด้วยแววตาที่สงบนิ่งและจริงจัง "อีกอย่าง แว่นตาที่สะท้อนแสงไฟแบบที่อาจารย์ชอบทำเวลาพยายามซ่อนความกังวล มันใช้งานไม่ได้ผลกับคนที่มีสถิติการวิเคราะห์พฤติกรรมมนุษย์ผ่านอัลกอริทึมเวทมนตร์หรอกนะครับ" มุมปากของเซเลสเต้กระตุกขึ้นเล็กน้อย คล้ายรอยยิ้มจางๆ ที่ฝืนทำ แต่มันก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว เธอถอดแว่นตาออก ใช้ปลายนิ้วมือนวดคลึงหว่างคิ้วเบาๆ เพื่อขับไล่ความตึงเครียด "เธอนี่นะ..." เธอถอนหายใจยาวเหยียด ยอมจำนนต่อความดื้อรั้นอันชาญฉลาดของเด็กหนุ่มตรงหน้า "ห้องใต้ดินหอคอยทิศเหนือ... เธอเคยสงสัยไหมว่าทำไมมันถึงถูกปิดตายด้วยอักขระเวทมนตร์ระดับสูงถึงเจ็ดชั้น ทั้งที่มันเป็นเพียงห้องเก็บเอกสารเก่า" รินทร์หรี่ตาลงเล็กน้อย กลไกในสมองเริ่มทำงานประมวลผลข้อมูลย้อนหลังทันที "ผมเคยตรวจสอบโครงสร้างผังอาคารของสถาบันช่วงยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาเวทมนตร์ หอคอยทิศเหนือไม่ได้ถูกสร้างขึ้นพร้อมกับตัวตึกหลัก มันถูกต่อเติมขึ้นทีหลัง... และบันทึกการก่อสร้างส่วนนั้นถูกฉีกขาดหายไปจากหอสมุดกลางอย่างจงใจ" "ฉลาดมาก" เซเลสเต้พยักหน้ารับช้าๆ เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินชamatไปที่ชั้นหนังสือด้านหลัง ก่อนจะหยิบสมุดบันทึกปกหนังสีดำเข้มเล่มหนึ่งออกมา มันเก่าจนขอบกระดาษเริ่มเปื่อยยุรอน "ที่นั่น... ไม่ใช่ห้องเก็บเอกสาร แต่เป็นห้องกักเก็บ 'เศษซาก' ของอดีตที่สถาบันแห่งนี้พยายามลบมันทิ้งไป" เธอวางสมุดเล่มนั้นลงบนโต๊ะของรินทร์ เสียงกระดาษเก่ากระทบไม้ดังแผ่วเบา แต่สำหรับรินทร์แล้ว เสียงนั้นหนักหน่วงราวมันบรรจุประวัติศาสตร์นับร้อยปีเอาไว้ "เมื่อสิบปีก่อน..." เซเลสเต้เริ่มต้นเล่า น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลขึ้น ทว่าแววตากลับทอประกายความเจ็บปวดที่กาลเวลาไม่อาจลบเลือน "ฉันไม่ได้เป็นอาจารย์สอนประวัติศาสตร์เวทมนตร์... ฉันเป็นเพียงแค่นักวิจัยฝึกหัดผู้โง่เขลา ที่เชื่อมั่นว่าเวทมนตร์สามารถเยียวยาได้ทุกสิ่ง แม้กระทั่งจิตใจที่แตกสลายของมนุษย์" รินทร์เงียบ ตั้งใจฟังโดยไม่เอ่ยแทรก เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่เรื่องเล่าเพื่อความบันเทิง แต่เป็นปมในใจที่กัดกินผู้หญิงคนนี้มานานแสนนาน "พี่ชายของฉัน... เขาเป็นนักเวทอัจฉริยะผู้ควบคุมธาตุแสงและมิติคนสุดท้ายของตระกูล" เซเลสเต้กอดอก ปลายเลิกลงมองพื้นไม้ "แต่พรสวรรค์นั้นกลายเป็นคำสาปเมื่อพลังของเขาเริ่มกัดกินแก่นมานาในร่างกายจนหมดสิ้น ในยุคนั้น สภาเวทมนตร์ไม่มีนโยบายช่วยเหลือผู้ที่สูญเสียความเสถียรทางเวทมนตร์ พวกเขามองว่าคนเหล่านั้นคือ 'ความเสี่ยง' ที่ต้องกำจัดทิ้ง หรือไม่ก็... นำมาเป็นเครื่องมือทดลอง" รินทร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย ตรรกะความโหดร้ายของสภาเวทมนตร์ยุคเก่าไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเขา แต่มันน่าหงุดหงิดทุกครั้งที่ได้ยินเรื่องความอยุติธรรมที่ขับเคลื่อนด้วยอำนาจ "ฉันพยายามทุกวิถีทางเพื่อช่วยเขา" เซเลสเต้กล่าวต่อ น้ำเสียงเริ่มสั่นเครือเล็กน้อย "ฉันแอบค้นคว้าคัมภีร์ต้องห้าม ใช้ห้องใต้ดินหอคอยทิศเหนือเป็นสถานที่ทดลองลับ สร้างวงจรเวทมนตร์ดัดแปลงเพื่อถ่าย1เทมานาของฉันให้กับเขา... ฉันคิดว่าฉันฉลาดพอที่จะควบคุมมันได้ ฉันคิดว่าวิทยาการคำนวณเวทมนตร์จะเอาชนะขีดจำกัดของร่างกายมนุษย์ได้" เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ปล่อยให้เสียงฝนภายนอกทำหน้าที่บรรเลงบทเพลงแห่งความโศกเศร้าแทนคำพูด "แต่ฉันคำนวณผิดพลาดไปหนึ่งตัวแปร... เพียงแค่ตัวแปรเดียว" เซเลสเต้เงยหน้าขึ้นสบตากับรินทร์ ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใสๆ ที่เธอพยายามสะกดกลั้นไว้ไม่ให้ไหลริน "พลังของพี่ชายระเบิดออกกลางคัน เขากลายสภาพเป็น 'สิ่งแปลกปลอมทางเวทมนตร์' และเพื่อไม่ให้เขาสร้างความเสียหายทำลายล้างสถาบัน... ผู้อำนวยการในขณะนั้น จึงต้องเป็นคนลงมือ 'จัดการ' เขาต่อหน้าต่อตาฉัน" ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัด มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยน้ำหนักของความสูญเสีย รินทร์มองลึกลงไปในดวงตาของอาจารย์สาว เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมเธอถึงเข้มงวดนัก ทำไมเธอถึงยึดมั่นในกฎระเบียบและข้อจำกัดทุกข้ออย่างเคร่งครัด นั่นไม่ใช่เพราะเธอต้องการกดขี่นักเรียน แต่เป็นเพราะเธอเคยจ่ายราคาแพงมหาศาลให้กับความสะเพร่าและการฝ่าฝืนกฎมาแล้ว "อาจารย์ไม่ได้ผิดพลาดเพราะโง่เขลาหรอกครับ" รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและหนักแน่น เป็นครั้งแรกที่เขาส่งยิ้มอบอุ่นให้เธอโดยไม่มีรอยยิ้มกวนประสาทเจือปน "อาจารย์ผิดพลาดเพราะอาจารย์เป็นมนุษย์... ที่มีความรักและความห่วงใยมากเกินกว่าที่วงจรเวทมนตร์เย็นชาพวกนั้นจะรับไหวต่างหาก" เซเลสเต้ชะงัก เธอมองหน้าเด็กหนุ่มผู้มีดวงตาสีดำสนิทที่ฉายแววความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เกราะป้องกันที่เธอสร้างขึ้นมานานนับทศวรรษคล้ายจะร้าวรานลงทีละน้อยภายใต้ความอ่อนโยนที่คาดไม่ถึงนี้ "เธอ..." เซเลสเต้พยายามจะกล่าวอะไรบางอย่างเพื่อรักษาฟอร์มของความเป็นอาจารย์ แต่เสียงของเธอกลับติดอยู่ที่ลำคอ ทว่า ก่อนที่บรรยากาศซาบซึ้งระหว่างทั้งสองจะดำเนินไปลึกซึ้งยิ่งกว่านั้น เสียงเตือนแหลมสูงจาก "ระบบอัจฉริยะ" ในสมองของรินทร์ก็ดังขึ้นอย่างกะทันหันจนเขารู้สึกแปลบที่ขมับ *[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบความผิดปกติของสนามพลังมานาภาระความดันต่ำ บริเวณพิกัด หอคอยทิศเหนือ ชั้นใต้ดินระดับ 7]* *[ระดับความอันตราย: SSS]* *[คำเตือนฉุกเฉิน: ผนึกอักขระเวทมนตร์โบราณถูกทำลายโดยบุคคลปริศนา สิ่งแปลกปลอมที่ถูกกักเก็บไว้กำลังตื่นจากการหลับใหล...]* รินทร์ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้จนมันไถลไปด้านหลังเกิดเสียงดังลั่นห้อง สีหน้าที่เคยผ่อนคลายแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดถึงขีดสุดในเสี้ยววินาที เซเลสเต้เบิกตากว้างเมื่อเห็นปฏิกิริยาของลูกศิษย์ และก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยปากถาม ร่างเงาดำทมิฬขนาดมหึมาก็พุ่งทะลุขึ้นมาจากพื้นไม้ใต้พรมห้องทำงานของพวกเขา แรงระเบิดของมานาสีดำสนิทซัดกระจกหน้าต่างแตกละเอียดเป็นจุล พร้อมกับเสียงคำรามก้องที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งหอคอย! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามการเดินทางอันเข้มข้นนี้ไปกับ "ไมโลกับภูตน้อย" ครับ
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์ฉบับเด็กหลังห้องกับอาจารย์สาวจอมเข้มงวด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%