หน้าจอมานาโฮโลแกรมสีครามฉายแสงกะพริบถี่เป็นจังหวะกระชั้นชิด ตัวเลขโค้ดฐานสิบหกนับหมื่นบรรทัดไหลทะลักผ่านเรตินาของรินทร์ด้วยความเร็วสูงจนเกิดเป็นภาพลวงตาคล้ายสายน้ำตกแห่งข้อมูล เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับต่ำที่ถูกตั้งค่าให้เงียบเชียบกำลังส่งเสียงสั่นสะเทือนเบาๆ อยู่ในอุ้งมือของเด็กหนุ่ม
"ผิดปกติ..."
รินทร์พึมพำกับตัวเอง ดวงตาสีเข้มสะท้อนแสงเรืองรองจากหน้าจอเวทมนตร์ นิ้วเรียวยาวขยับพิมพ์คำสั่งลงบนแป้นคีย์เวทมนตร์อากาศด้วยความเร็วสูง โครงสร้างการป้องกันชั้นที่สี่ของหอสมุดกลางถูกเจาะทะลวงผ่านไปราวกับกระดาษสา แต่วิธีการที่ใช้... ไม่ใช่การใช้พละกำลังทำลายล้างที่รุนแรงตามแบบฉบับของจอมเวททั่วไป หากแต่มันคือการ "แทรกแซง" ผ่านช่องโหว่ทางตรรกะที่เขาเพิ่งตรวจพบเมื่อสัปดาห์ก่อน
เด็กหนุ่มหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด ร่างกายเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ไม้เนื้อแข็งในมุมอับของห้องสมุดที่เงียบสงัด บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบจนลมหายใจกลายเป็นไอจางๆ รินทร์เลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อพบว่าร่องรอยการเข้าถึงนี้ถูกลบ0รอยอย่างแนบเนียน ชนิดที่ว่าต่อให้เป็นผู้คุมกฎเวทมนตร์ระดับสูงก็ไม่มีวันสังเกตเห็น หากไม่ใช้ระบบวิเคราะห์โครงสร้างเวทมนตร์ขั้นสูงที่เขาสร้างขึ้นมาเอง
"มีคนพยายามดึงข้อมูลจากหอต้องห้าม... แถมยังเป็นชั้นที่เก็บตำราเวทมนตร์ยุคโบราณที่สูญหายไปแล้วด้วย"
รินทร์พึมพางึมงำ ดวงตาสะท้อนประกายความสงสัยระคนทึ่ง ไม่ใช่เพราะความอาจหาญของผู้บุกรุก แต่เป็นเพราะ "รูปแบบการถอดรหัส" นั้นมีความละม้ายคล้ายคลึงกับลายมือทางเวทมนตร์ที่เขากำลังศึกษาอยู่พอดี มันซับซ้อน เป็นระเบียบ และเต็มไปด้วยความประณีตแบบที่หาได้ยากยิ่งในหมู่นักเรียน หรือแม้กระทั่งอาจารย์ในสถาบันแห่งนี้
ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูกระจกใสเบาๆ ดังขึ้นสามครั้ง ทำลายความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัว รินทร์สะดุ้งเล็กน้อย ปิดหน้าจอโฮโลแกรมลงในเสี้ยววินาที ก่อนจะหันไปมองร่างระหงที่ยืนอยู่เบื้องหลังบานกระจก
อาจารย์เซเลสเต้ปรากฏกายในชุดคลุมสีดำสนิทขลิบเงิน ท่าทางสง่างามและเยือกเย็นดังเช่นเคย ใบหน้าเรียบเฉยนั้นยากจะคาดเดาความรู้สึก แต่แววตาสีเทาคู่สวยกลับกวาดตามองรอบห้องด้วยความระแวดระวังอย่างรวดเร็ว เธอก้าวเข้ามาด้านใน ปิดประตูลงกลอนด้วยเวทมนตร์เงียบเชียบเป็นขั้นตอนแรก
"ดึกดื่นคื่นดื่นเช่นนี้ เจ้ายังไม่กลับห้องพักอีกหรือ รินทร์" น้ำเสียงนุ่มทุบแต่เย็นชาเอ่ยขึ้น ทว่าแฝงความเหนื่อยล้าไว้จางๆ
"ผมกำลังทบทวนงานวิจัยชิ้นใหม่อยู่ครับ อาจารย์เซเลสเต้" รินทร์ตอบด้วยรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้า รักษากิริยาสำรวมตามมารยาท ทว่าสายตายังคงแอบสังเกตความผิดปกติบางอย่างบนตัวอาจารย์สาว เสื้อคลุมของเธอมีรอยขาดเล็กๆ ที่ชายผ้า ซึ่งเกิดจากการปะทะกับพลังงานความร้อนสูง และกลิ่นอายมานารอบตัวเธอก็ปั่นป่วนกว่าปกติเล็กน้อย
เซเลสเต้เดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน สายตาคมกริบเหลือบมองหน้าจอมานาที่ยังคงหลงเหลือความร้อนจากการประมวลผล เธอนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังชั่งใจว่าจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง
"โรงเรียนของเรากำลังเผชิญหน้ากับ... แขกที่ไม่ได้รับเชิญ" เซเลสเต้กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น ร่างเพรียวทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ดวงตาสีเทาสบตากับเด็กหนุ่มตรงๆ "ระบบป้องกันแนวเขตทิศเหนือเพิ่งถูกทดสอบความแข็งแกร่งเมื่อสิบนาทีที่แล้ว แม้จะไม่เกิดความเสียหายร้ายแรง แต่ร่องรอยพลังงานที่ทิ้งไว้... ไม่ใช่ฝีมือของพวกพ้องเรา"
รินทร์พยักหน้ารับช้าๆ เขาลุกขึ้นรินชาอุ่นๆ ลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบยื่นให้อีกฝ่ายอย่างรู้หน้าที่ แม้ในใจจะกำลังประมวลผลข้อมูลที่เพิ่งได้รับเข้ากับเหตุการณ์ที่เขาเพิ่งพบเจอเมื่อครู่
"ผมเข้าใจครับ... และบังเอิญว่า ผมเพิ่งพบร่องรอยบางอย่างที่เกี่ยวข้องกันในเครือข่ายเน็ตเวิร์กภายในของหอสมุด" รินทร์เอ่ยเสียงเบา เลื่อนหน้าจอโฮโลแกรมชุดเดิมกลับขึ้นมากลางโต๊ะอีกครั้ง พร้อมกับไฮไลต์จุดที่ถูกเจาะระบบให้เห็นเด่นชัด "ดูนี่สิครับอาจารย์ การเข้าถึงไม่ได้มาจากภายนอกโรงเรียน แต่มาจาก 'ภายใน' ต่างหาก... และใช้รหัสผ่านระดับสิทธิ์ของอาจารย์ฝึกสอน"
เซเลสเต้ก้มมองหน้าจอ แววตาที่เคยนิ่งสงบฉายแววเคร่งเครียดขึ้นมาทันที นิ้วเรียวบาวยกขึ้นแตะคางอย่างใช้ความคิด บรรยากาศภายในห้องลดอุณหภูมิลงจนรู้สึกได้
"สิทธิ์ของอาจารย์ฝึกสอน... ในสถาบันนี้มีผู้มีสิทธิ์เข้าถึงระดับนั้นไม่เกินสิบคน" เซเลสเต้พึมพำ "และหนึ่งในนั้นคือคนที่ควรจะตายไปตั้งแต่สงครามเวทมนตร์ครั้งก่อนแล้ว"
คำพูดนั้นทำให้รินทร์ต้องหรี่ตาลง หัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นระคนหวาดระแวง ความลับของสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้มีรากusเหง้าที่ลึกซึ้งกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้มาก การดึงข้อมูลตำราโบราณไม่ใช่แค่เรื่องของการขโมยความรู้ แต่มันคือการปลุกชีพสิ่งบางอย่างที่ถูกผนึกไว้
ทว่า ในจังหวะที่ทั้งสองกำลังจดจ่ออยู่กับข้อมูลบนหน้าจอ เสียงระฆังเตือนภัยฉุกเฉินระดับสูงสุดก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งสถาบัน แสงไฟสีแดงฉานสาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาแทนที่แสงจันทร์ยามค่ำคืน
ไม่เพียงแค่นั้น หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าของรินทร์ก็ดับวูบลง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยหน้าต่างสีดำสนิทที่มีข้อความตัวอักษรสีแดงฉานปรากฏขึ้นทีละตัวอย่างช้าๆ ด้วยฟังก์ชันบังคับแสดงผลที่แม้แต่ระบบของเขาก็ไม่สามารถปิดกั้นได้
[ ตรวจพบการเข้าถึงรากฐานระบบหลัก ]
[ เป้าหมาย: ห้องใต้ดินระดับ 0 - ผนึกแห่งราชันย์อสูร ]
[ สถานะปัจจุบัน: กำแพงผนึกชั้นที่ 1... ถูกทำลายโดยสมบูรณ์ ]
เซเลสเต้ผุดลุกขึ้นยืนทันที สีหน้าถอดสีอย่างเห็นได้ชัดเมื่อตระหนักว่าสถานการณ์ก้าวล้ำเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ไกลลิบ
ก่อนที่รินทร์จะได้เอ่ยปากวิเคราะห์สถานการณ์ หน้าต่างระบบลึกลับของตัวเขาเองก็เด้งขึ้นมาขวางกั้นสายตา พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังสะท้อนอยู่ในหัว
[ ตรัสรู้ความจริงแห่งห้วงมิติ: ปลดล็อกภารกิจลับระดับ SSS - "ผู้พิทักษ์ประตูแห่งความวิบัติ" ]
[ เงื่อนไขบังคับ: ท่านมีเวลา 10 นาที ก่อนที่สิ่งมีชีวิตจากยุคโบราณจะตื่นจากการหลับใหล ]
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามและไขปริศนาไปกับความลับอันดำมืดนี้ด้วยกันนะครับ
เวทมนตร์ฉบับเด็กหลังห้องกับอาจารย์สาวจอมเข้มงวด•ตอนที่ 18
ร่องรอยของพลังงานด้านมืด
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์ฉบับเด็กหลังห้องกับอาจารย์สาวจอมเข้มงวด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!