ติววิทย์ให้คนคูล (แต่ดันรู้ความลับผมหมดแล้ว)•ตอนที่ 13

ค้างคาใจในคืนพระจันทร์เต็มดวง

ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
หน้าจอไอแพดบนโต๊ะทำงานของคินสะท้อนแสงสีฟ้าจางๆ ส่องกระทบกับเส้นผมสีเข้มที่ลู่ลงระต้นคอ เจ้าของห้องไม่ได้ขยับตัวมาเกือบสิบนาทีแล้ว ปล่อยให้เสียงบรรยายเรื่องวงโคจรของดาวเคราะห์และแรงโน้มถ่วงจากสารคดีดาราศาสตร์ในยูทูปดังคลอเบาๆ เป็นฉากหลัง ท่ามกลางความเงียบสงบยามดึกในคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง "พี่คิน... ฟังอยู่หรือเปล่าเนี่ย ผมอุตส่าห์อธิบายเรื่องกฎความโน้มถ่วงสากลของนิวตันซ้ำเป็นรอบที่สามแล้วนะ" โซ่ขมวดคิ้วมุ่น ริมฝีปากบางยื่นออกด้วยความขัดแย้งระหว่างความหงุดหงิดกับความเอือมระอา มือเรียวกำปากกาไอแพดแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตากลมโตจ้องมองร่างสูงที่นั่งพิงโซฟาตัวใหญ่อย่างเอาเรื่อง แต่แล้วคำพูดที่เตรียมจะโวยวายต่อก็ต้องกลืนกลับลงคอไป เมื่อสังเกตเห็นว่าดวงตาคมกริบของอีกฝ่ายไม่ได้มองหน้าจอเลยแม้แต่น้อย แต่กำลังจับจ้องมองมาที่เขา—นิ่งสนิท ทว่าเต็มไปด้วยความหมายบางอย่างที่อ่านไม่ออก "ฟังอยู่ครับ... กำลังฟังเสียงคนเก่งบ่นเพลินเลย" คินตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม เจือแววเจ้าเล่ห์ตามสไตล์ที่ชอบกวนประสาทกันเป็นประจำ ทว่าในจังหวะนี้มันกลับฟังดูแหบพร่าและเบากว่าปกติจนน่าประหลาด "เพลินอะไรล่ะ หน้าตานี่เหมือนคนกำลังจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่ชัดๆ" โซ่สะบัดหน้าหนี แสร้งทำเป็นก้มลงมองชีทสรุปฟิสิกส์ในมือเพื่อหลบสายตาคู่นั้นที่ชักจะทำให้หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงเกินความจำเป็น "ถ้าไม่ตั้งใจฟัง เดี๋ยวผมจับสอบย่อยจริงๆ ด้วยนะ" "สอบเหรอ... ถ้าสอบตก มีรางวัลพิเศษไหมล่ะครับ" "มีสكก... การบ้านเพิ่มสิบชุดไง สนใจรับไหมครับพี่คิน" โซ่สวนกลับทันควันอย่างไม่ยอมแพ้ พร้อมกับตวัดสายตากลับมามองค้อนใส่ แต่วินาทีที่หันกลับมาสบตานั่นเอง ระยะห่างระหว่างพวกเขาก็ดูเหมือนจะลดลงไปถนัดตา คินไม่ได้ขยับตัวเข้ามาใกล้ในเชิงรุกเหมือนทุกที แต่เป็นความนิ่งงันที่ทรงพลัง ปล่อยให้บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมปรับอากาศกลิ่นไม้สนผสมกับความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศ พระจันทร์เต็มดวงนอกหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ส่องแสงนวลกระจ่าง ทอดเงาทาบทับลงมาบนพรมห้องนั่งเล่น ราวกับโลกใบนี้ถูกย่อส่วนให้เหลือแค่พื้นที่ตรงนี้ที่มีเพียงเขaและโซ่ "ดึกแล้วนะโซ่" คินเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่กลับสั่นไหวเล็กน้อยในตอนท้าย "ดาราศาสตร์บอกเราว่า ดวงจันทร์โคจรรอบโลกด้วยแรงดึงดูด... แล้วรู้ไหมครับว่า อะไรดึงดูดพี่ให้มานั่งฟังเรื่องพวกนี้ทั้งที่ปกติเกลียดวิชาคำนวณเข้าไส้" โซ่ชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก สมองที่เคยประมวลผลเรื่องฟิสิกส์ได้อย่างรวดเร็วกลับชัตดาวน์กะทันหัน ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มขาวเนียนโดยไม่ต้องมีตัวเร่งปฏิกิริยาเคมีใดๆ "อะ... อะไรเล่า อยู่ดีๆ ก็มาพูดเรื่องเลี่ยนๆ ใครจะไปรู้" "ก็คนแถวนี้แหละ... ที่น่ารักจนละสายตาไม่ได้เลยสักวินาทีเดียว" คำพูดนั้นมาพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่จริงจังกว่าทุกครั้ง รอยยิ้มที่ไม่มีมุกตลกเจือปน มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทางกวนประสาทมาตลอดหลายสัปดาห์ โซ่อ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก มือไม้สั่นเทาจนเกือบทำปากกาตกพื้น หัวใจเต้นโครมครามดังยิ่งกว่าเสียงเครื่องยนต์รถแข่ง ความเขิน ความอาย และความสับสนตีรวนกันจนปั่นป่วนไปหมด "บ้า... พูดอะไรเนี่ย ดึกแล้วเพ้อเจ้อใหญ่แล้ว!" โซ่แกล้งเสียงดังกลบเกลื่อนความประหม่า พยายามขยับตัวถอยหลังหนี แต่พื้นที่โซฟามັນจำกัดเกินไป "ไม่ได้เพ้อเจ้อครับ... พูดจริงทุกคำ" คินขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด มือหนายื่นออกไปราวกับจะเอื้อมมาแตะกลุ่มผมนุ่ม แต่ก่อนที่ปลายนิ้วจะได้สัมผัส โซ่ก็สะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ รีบคว้าหมอนอิงใบใหญ่ขึ้นมาปิดหน้าอกตัวเองไว้ทันที "ะ... ผมง่วงแล้ว! ง่วงมาก! นอนดีกว่า!" โซ่ละล่ำละลักพูด ร่างกายตอบสนองด้วยการทิ้งตัวลงนอนราบไปกับโซฟายาวอย่างไร้ระเบียบ คว้าผ้าห่มผืนเล็กที่พาดอยู่มาคลุมโปงคลุมถึงศีรษะอย่างรวดเร็ว ปิดกั้นการมองเห็นและการเผชิญหน้าทั้งหมด หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพลในอกจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ความเงียบโรยตัวลงมาอีกครั้งในห้องนั่งเล่น มีเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของคนที่แกล้งหลับหนีความจริง โซ่หลับตาปี๋ ภาวนาให้ความง่วงเข้าครอบงำจริงๆ สักทีเพื่อจะได้ไม่ต้องคิดอะไรอีก ผ่านไปครู่ใหญ่ โซ่สัมผัสได้ถึงแรงยวบของโซฟาด้านข้าง น้ำหนักที่กดลงมาใกล้ๆ บ่งบอกว่าคินขยับเข้ามานั่งชิด ตามด้วยความรู้สึกอุ่นวาบที่ถูกทาบทับลงบนผ้าห่มบริเวณหัวไหล่ มือหนาจัดแจงดึงผ้าห่มให้เข้าที่อย่างเบามือที่สุด ราวกับกลัวว่าคนแกล้งหลับจะตื่นขึ้นมาโวยวาย "ฝันดีนะครับ... เจ้าดวงจันทร์ดื้อรั้นของพี่" เสียงกระซิบแผ่วเบาดังอยู่ใกล้ชิดริมใบหู พร้อมกับสัมผัสนุ่มนวลที่แตะลงบนเส้นผมผ่านเนื้อผ้าห่มอย่างแผ่วเบา โซ่แข็งทื่อไปทั้งร่าง สมองขาวโพลนจนคิดคำพูดอะไรไม่ออก ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากคนข้างกายมันรุนแรงเสียจนทำให้เปลือกตาที่ปิดสนิทเริ่มหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ ความเหนื่อยล้าจากการติวหนังสือและพลังงานที่หมดไปกับการเต้นของหัวใจทำให้สติต่อยๆ เลือนหายไปในที่สุด ... ... แสงแดดยามสายลอดผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวเข้ามาภายในห้องนอนกว้าง โซ่ขยับตัวพลิกกายเล็กน้อยด้วยความเมื่อยขบ ดวงตากลมโตกระพริบปริบๆ เพื่อปรับโฟกัสกับแสงสว่าง ก่อนจะพบว่าตัวเองไม่ได้นอนอยู่บนโซฟาห้องนั่งเล่นอย่างที่จำได้เป็นครั้งสุดท้าย แต่กลับนอนอยู่บนเตียงนอนนุ่มขนาดคิงไซส์ในห้องนอนของคิน แถมหมอนข้างที่กอดอยู่ตอนนี้ก็ไม่ใช่หมอน แต่เป็นแขนแกร่งของใครบางคนที่นอนตะแคงกอดเอวเขาไว้แน่น! โซ่เบิกตากว้างจนแทบหลุดจากเบ้า รีบเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของแขนนั้นทันที และพบว่าคินกำลังนอนลืมตาตื่นอยู่ก่อนแล้ว ส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ทักทายยามเช้าให้ด้วยใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติ "ตื่นสายแบบนี้... สงสัยต้องคิดดอกเบี้ยค่าเรียนพิเศษเพิ่มแล้วล่ะครับ คุณติวเตอร์คนเก่ง" โซ่อ้าปากค้าง สมองรวนเรขั้นสุดเมื่อก้มลงมองสำรวจสภาพตัวเองที่นอนซุกอยู่ในอ้อมแขนของพระเอกหนุ่มขี้แกล้งอย่างแนบแน่น และสิ่งที่ทำให้หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ ไม่ใช่คำพูดหยอกเย้าตอนเช้า... แต่เป็นหน้าจอโทรศัพท์มือถือของคินที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง หน้าจอที่เปิดค้างหน้าแชทไลน์ของเขาไว้ พร้อมกับข้อความแปลกปลอมที่ถูกส่งออกไปหาตัวเองเมื่อตอนตีสาม... *“พี่คินครับ... ถ้าผมบอกว่าผมก็ชอบพี่เหมือนกัน จะถือว่าสอบผ่านไหมครับ?”* ข้อความสารภาพรักที่โซ่จำไม่ได้เลยว่าเคยพิมพ์มันลงไปตอนไหน และที่สำคัญที่สุดคือ... มันถูกส่งออกจากเครื่องของเขาเอง! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจเต้นไปพร้อมกับความสัมพันธ์ที่นับวันยิ่งเคมีฟุ้งกระจายคู่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ติววิทย์ให้คนคูล (แต่ดันรู้ความลับผมหมดแล้ว) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%