"โจทย์ข้อนี้... ถ้าโซ่ตอบแบบนี้ แสดงว่าแอบคิดอะไรกับพี่อยู่หรือเปล่าครับ?"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความขี้เล่นดังขึ้นในระยะประชิด จนสันหนังสือนิตยสารวิทยาศาสตร์เล่มหนาที่ผมถืออยู่แทบจะหลุดร่วงลงพื้น โซ่สะดุ้งสุดตัว ขยับถอยหลังจนสะโพกไปชนเข้ากับชั้นวางหนังสือห้องสมุดเสียงดัง *ตุ้บ* ฝุ่นผงที่เกาะตามซอกมุมลอยฟุ้งขึ้นมาตามแสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องผ่านกระจกหน้าต่าง
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้มีเรดาร์ตรวจจับจังหวะหัวใจคนอื่นหรือยังไง ถึงได้โผล่มาข้างหลังเวลาที่ผมเผลออยู่เรื่อย!
ผม—โซ่ เด็กหนุ่มมัธยมปลายปีที่หกผู้มีความฝันอยากกวาดเหรียญทองโอลิมปิกเคมี กำลังยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าล็อกหนังสือฟิสิกส์เชิงทฤษฎี โดยมี 'คิน' รุ่นพี่ตัวแสบ ดีกรีหนุ่มฮอตประจำโรงเรียนและนักกีฬาบาสเกตบอล ยืนค้ำแขนกักตัวผมไว้กับชั้นหนังสือด้วยท่าทางที่ชวนให้หายใจไม่ทั่วท้อง
"อะ... อะไรของพี่เนี่ย! ถอยไปเลยนะ คิน!" ผมละล่ำละลักโวยวาย มือข้างหนึ่งยกขึ้นดันแผงอกกว้างของอีกฝ่ายไว้ แต่นอกจากเขาจะไม่ขยับเขยื้อนแล้ว รอยยิ้มมุมปากนั่นยังกว้างขึ้นไปอีกจนน่าหมั่นไส้
"เรียกพี่ว่าอะไรนะครับ? หูฝาดไปหรือเปล่า เมื่อกี้ไม่ได้ยินคำว่า 'พี่' นะครับเด็กดี" คินเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยความสนุกสนาน เขานจงใจโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้ขึ้นอีกนิด จนผมได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ เจือกลิ่นเหงื่อจางๆ จากการเล่นกีฬา ซึ่งมัน... บ้าจริง ทำไมมันถึงทำให้สมองผมประมวลผลช้าลงได้ขนาดนี้นะ
"ก็... ก็พี่ชอบกวนประสาทผมก่อนนี่นา!" ผมเถียงเสียงดังกลบเกลื่อนความประหม่า พร้อมกับยกกระดาษทดโจทย์ฟิสิกส์ขึ้นมาบังใบหน้าที่เริ่มร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู "แล้วดูโจทย์ที่พี่เอามาให้ผมช่วยดูนี่สิ! คำถามง่ายขนาดนี้ ทำไมถึงคิดไม่ออกฮะ? หรือสมองของนักกีฬาบาสเกตบอลทีมโรงเรียน จะมีแต่ลูกบาสเด้งไปเด้งมาจนไม่มีพื้นที่เหลือให้กฎการเคลื่อนที่ของนิวตันแล้วรึไง!"
ผมพ่นคำพูดรัวเป็นชุดตามนิสัยเวลาตื่นเต้นหรือต้องการกลบเกลื่อนความเขินอาย คินหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนอยู่ในอกจนผมสัมผัสได้ผ่านฝ่ามือที่ยังดันอกเขาอยู่
"โธ่ โซ่จ๋า... พี่ไม่ได้หัวทึบนะ" คินลากเสียงยาวอย่างออดออน ดวงตาคู่คมมองตรงมาที่ผมด้วยประกายวิบวับที่เดาใจยาก "ก็เพราะพี่อยากให้คนเก่งแถวนี้มานั่งติวตัวต่อตัวใกล้ๆ แบบนี้ไงครับ ถึงต้องทำเป็นคิดไม่ออก... รู้ไหมว่าการยืนฟังเด็กบ่นอุบอิ้งเรื่องฟิสิกส์เนี่ย มันเพลินกว่านั่งฟังอาจารย์สอนในห้องตั้งเยอะ"
*ตูม!*
เหมือนมีระเบิดปรมาณูย่อมๆ ดังขึ้นในหัวผม หน้าผมร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีจนแทบจะระเบิดเป็นจุล ไอ้บ้านี่! พูดจาแบบนี้ออกมาหน้าตาเฉยได้ยังไง!
"ใครเด็กพี่! แล้วใครจะอยากมาติวให้คนเจ้าเล่ห์อย่างพี่กันเล่า!" ผมโวยวายเสียงหลง รีบมุดตัวออกจากอ้อมแขนที่กักไว้ แล้วก้มลงเก็บกระดาษทดโจทย์เลขที่ร่วงอยู่บนพื้นขึ้นมาสะบัดๆ แก้เก้อ
ความจริงแล้ว... ผมไม่ได้รังเกียจการมานั่งติวให้เขาสักนิด (อันที่จริงแอบมีความสุขลึกๆ ด้วยซ้ำ) แต่ปัญหาคือ คินมักจะมีวิธีทำให้ทฤษฎีวิทยาศาสตร์ที่แสนจะตายตัว กลายเป็นเรื่องชวนใจสั่นได้อย่างเหลือเชื่อ
อย่างเช่นตอนนี้... กระดาษโจทย์ในมือผมไม่ใช่โจทย์ฟิสิกส์ธรรมดา แต่มันคือโจทย์คำนวณ 'แรงดึงดูดระหว่างมวล' (Newton's Law of Universal Gravitation) ที่คินจงใจเขียนค่าคงโน้มถ่วงสลับตัวเลข จนทำให้คำตอบเพี้ยนไปหมด
ผมหรี่ตามองตัวเลขในกระดาษ แล้วอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
"นี่ คิน..." ผมปรายตามองคนที่ตอนนี้ทิ้งตัวลงนั่งพับเพียบกับพื้นพรมห้องสมุดอย่างสบายใจเฉิบ ราวกับที่นี่เป็นห้องนั่งเล่นบ้านตัวเอง "พี่จงใจแทนค่าสูตรผิดใช่ไหมเนี่ย ค่า $G$ หรือค่านิจโน้มถ่วงสากลเนี่ย ค่ามาตรฐานมันคือ $6.674 \times 10^{-11}$ นะครับ ไม่ใช่เอาเลขวันเกิดพี่มาใส่แบบนี้!"
คินเงยหน้าขึ้นสบตาผม รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น จนหัวใจผมกระตุกวูบ
"อ้าว... ก็พี่อยากให้มันเป็นแรงดึงดูดเฉพาะตัวเรานี่ครับ" คินพูดหน้าตาเฉย มือหนาคว้าปากกาหมึกซึมสีดำจากกระเป๋าเสื้อนักเรียนมาหมุนเล่นไปมา "ในทางฟิสิกส์ วัตถุมวลสารสองชิ้นจะมีแรงดึงดูดเข้าหากันเสมอตามมวลและระยะทางใช่ไหมล่ะ... แล้วโซ่รู้ไหมครับว่า ทำไมมวลของพี่กับโซ่ ถึงดึงดูดกันรุนแรงขนาดนี้ จนพี่ละสายตาไปไหนไม่ได้เลยล่ะ?"
ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองที่เคยประมวลผลเคมีอินทรีย์ได้อย่างรวดเร็ว กลับชัตดาวน์กะทันหัน ความรู้เรื่องฟิสิกส์ดาราศาสตร์ที่เคยอ่านมานับร้อยเล่มหายวับไปกับตา เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
"สะ... สาระไม่มี ยานี้มีแต่ความเพ้อเจ้อ!" ผมแกล้งทำเป็นดุกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง "อย่ามานอกเรื่องนะ! เอาสมุดมานี่เลย เดี๋ยวผมจะพิสูจน์ให้ดูว่าแรงดึงดูดระหว่างมวลเนี่ย มันคำนวณยังไง ถึงได้ทำให้คนบางคนแถวนี้สมองกลับได้ขนาดนี้!"
ผมทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าเขา ระยะห่างระหว่างเราตอนนี้ใกล้เสียจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน กลิ่นสบู่หอมอ่อนๆ จากตัวคินลอยมาแตะจมูกยิ่งทำให้สมาธิผมกระเจิดกระเจิง ผมพยายามก้มหน้าก้มตาเขียนสูตรลงบนกระดาษทด เพื่อหลบสายตาคู่นั้นที่จ้องมองมาไม่วางตา
*$\mathbf{F = G \frac{m_1 m_2}{r^2}}$*
"นี่ไงครับสูตร..." ผมพยายามทำเสียงให้ราบเรียบที่สุด นิ้วเรียวชี้ไปที่ตัวแปร $r$ ซึ่งหมายถึงระยะห่าง "ถ้าแปรผกผันกับระยะทางกำลังสอง... ยิ่งเราถอยห่างกันมากเท่าไหร่ แรงดึงดูดก็จะยิ่งลดลงเท่านั้น เพราะฉะนั้น... พี่ช่วยถอยออกไปห่างๆ สองเมตรเดี๋ยวนี้เลยครับ แรงดึงดูดจะได้ลดลง แล้วผมจะได้มีสมาธิสอน!"
คินหัวเราะร่วนในลำคอ ดวงตาระยิบระยับคู่นั้นมองผมด้วยความเอ็นดูระคนขบขัน แทนที่จะถอยหลังตามที่บอก เขากลับขยับเข้ามาใกล้ผมอีกคืบ จนเข่าของเราแทบจะแนบชิดกัน
"ไม่เอาหรอกครับ..." เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู จนขนลุกซู่ไปทั้งตัว "เพราะสำหรับพี่แล้ว... ต่อให้ระยะห่าง $r$ จะมีค่าเข้าสู่อนันต์ แต่แรงดึงดูดในใจพี่ที่มีต่อโซ่ มันก็ไม่มีวันลดลงเป็นศูนย์หรอคครับ"
ให้ตายเถอะ... นี่มันฟิสิกส์บ้าอะไรกันเนี่ย ทำไมมันถึงได้หวานเลี่ยนจนน้ำตาลยังต้องยอมแพ้!
ผมหน้าแดงแจ๋ รู้สึกเหมือนอุณหภูมิร่างกายพุ่งสูงขึ้นจนเกือบถึงจุดเดือด ผมเงยหน้าขึ้นเตรียมจะอ้าปากเอ็ดเขายาวๆ สักชุดข้อหาหยอดไม่เลือกเวลา แต่ทว่า... จังหวะนั้นเอง สายตาของผมก็เหลือบไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์มือถือของคินที่วางคว่ำอยู่บนพื้น หน้าจอนั้นสว่างวาบขึ้นมาเพราะมีข้อความแจ้งเตือนแอปพลิเคชันแชต์เด้งขึ้นมาพอดี
ชื่อผู้ส่งคือ "ไอ้กรณ์" เพื่อนสนิทในทีมบาสของเขา และข้อความตัวอักษรสีขาวที่ปรากฏเด่นหร่าบนหน้าจอนั้น ทำเอาเลือดในกายผมเย็นเฉียบลงชั่วขณะ—
*[ไอ้กรณ์]: "ไอ้คิน แผนที่มึงแกล้งทำเป็นโจทย์เลขผิดเพื่อให้น้องโซ่ดุเนี่ย ได้ผลดีไหมวะ? ระวังเถอะ หลอกเด็กนานๆ ระวังจะตกหลุมรักเด็กจริงๆ จนโคนหัวไม่ขึ้นนะเว้ย ฮ่าๆๆ"*
ดวงตาของผมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความร้อนที่เคยแผดเผาบนใบหน้าเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวเราชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศในห้องสมุดที่ส่งเสียงฮัมเบาๆ
คินที่สังเกตเห็นความผิดปกติ ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าหล่อเหลาแข็งค้างไปชั่วเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบมองตามสายตาของผมไปยังหน้าจอโทรศัพท์ ก่อนที่เขาจะรีบเอื้อมมือไปคว่ำหน้าจอเครื่องนั้นลงอย่างรวดเร็ว
บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความฟีลกู๊ดกลายเป็นความเงียบงันที่ชวนอึดอัดทันที คินเม้มริมฝีปากแน่นเป็นเส้นตรง สีหน้าขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไป เหลือเพียงความลังเลและแววตาที่อ่านไม่ออกฉายชัดอยู่ในนั้น
หัวใจของผมเต้นรัวระรัว ไม่ใช่เพราะความเขินอายเหมือนเมื่อครู่... แต่เป็นเพราะความจริงที่เพิ่งถูกเปิดเผยตรงหน้า
เขาไม่ได้โง่ฟิสิกส์... และเขาไม่ได้ทำโจทย์ผิดโดยบังเอิญ
ทุกอย่าง... เป็นแผนการที่ถูกคำนวณไว้อย่างแยบยลตั้งแต่ต้น
ผมสูดหายใจเข้าลึก ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น สมองที่เคยปั่นป่วนกลับนิ่งสนิทราวกับน้ำในแก้วที่สงบนิ่งหลังพายุผ่านพ้น ผมเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรงๆ นิ่งๆ ก่อนจะเอ่ยปากพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเรียบจนผิดวิสัย
"อ๋อ... ที่แท้ก็..." ผมเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยมองตรงไปยังดวงตาของคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม "แผนการทดลองทางจิตวิทยา เพื่อพิสูจน์ความอดทนของผมงั้นสินะครับ... รุ่นพี่คิน?"
คินกลืนน้ำลายลงคออย่างเห็นได้ชัด มือหนาที่ถือปากกาอยู่เผลอบีบแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เขากำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อแก้ตัว แต่ทว่า... เสียงฝีเท้าหนักๆ ของบรรณารักษ์ห้องสมุดที่กำลังเดินตรวจความเรียบร้อยใกล้เข้ามา ก็ดังแทรกขึ้นมาตัดจังหวะพอดี
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่ผมจะทันได้ตั้งตัว คินก็เอื้อมมือมาคว้าข้อมือผมไว้แน่น ดวงตาคมกริบมองลึกเข้ามาในดวงตาของผมด้วยความรู้สึกบางอย่างที่พรั่งพรูออกมาจนปิดไม่มิด
"โซ่... ฟังพี่ก่อน..." เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบาอย่างจริงจังที่สุดเท่าที่ผมเคยได้ยินจากผู้ชายคนนี้ "ที่พี่ทำทั้งหมด... มันไม่ใช่การทดลองนะ..."
—ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะครับ—
ติววิทย์ให้คนคูล (แต่ดันรู้ความลับผมหมดแล้ว)•ตอนที่ 2
ทฤษฎีแรงดึงดูด (ระหว่างเรา)
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ติววิทย์ให้คนคูล (แต่ดันรู้ความลับผมหมดแล้ว) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!