หน้าจอแท็บเล็ตขนาดสิบเอ็ดนิ้วในมือของชายชุดสูทสะท้อนแสงไฟนีออนจากหัวสะพาน วินาทีนั้น โซ่รู้สึกราวกับอุณหภูมิรอบตัวดิ่งวูบลงต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง ภาพถ่ายระยะประชิดระดับ 4K ที่บันทึกช่วงเสี้ยววินาทีตอนที่คินโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ปรากฏเด่นหรี่อยู่ตรงหน้าอย่างชัดเจน ชนิดที่ต่อให้แก้ตัวด้วยทฤษฎีควอนตัมฟิสิกส์ข้อไหน ก็ไม่อาจปฏิเสธความจริงที่ฟ้องอยู่บนจอได้เลย
"เอ่อ... รูปนี้มัน... แสงตกกระทบทำให้เกิดภาพลวงตาทางทัศนศาสตร์ครับคุณ!" โซ่ละล่ำละลักละเมอพูดออกไป รัวเร็วราวกับปืนกล ลืมตัวไปชั่วขณะว่ากำลังยืนอยู่ต่อหน้าใคร
คินที่ยืนซ้อนหลังอยู่ไม่ห่าง หัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงทุ้มต่ำที่แฝงความเจ้าเล่ห์ไว้เต็มเปี่ยม ก่อนจะก้าวขึ้นมาเคียงข้างโซ่แล้วปรายตามองชายในชุดสูทด้วยแววตาที่เปลี่ยนจากความขี้เล่นเป็นความจริงจังในชั่วพริบตา
"คุณธีร์ มาทำอะไรดึกดื่นแถวนี้ครับ หรือว่างานที่บริษัทมันว่างจนต้องมาเดินตรวจป่ารกร้างเล่น?" คินเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่แฝงรังสีความกดดันไว้อย่างแนบเนียน
ชายในชุดสูทนามว่า "ธีร์" ปิดหน้าจอแท็บเล็ตด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ เขาดันแว่นกรอบทองขึ้นเล็กน้อยก่อนจะกวาดสายตามองคนทั้งคู่ตั้งแต่หัวจรดเท้า "ผมได้รับรายงานว่ามีคนบุกรุกเข้ามาในเขตพื้นที่อนุรักษ์ส่วนบุคคลตอนดึกดื่น... ไม่นึกเลยนะครับคุณคิน ว่างานอดิเรกของคุณชายตระกูลใหญ่ จะเป็นการมาเดินป่าศึกษาชีววิทยาภาคสนามกับเด็กมัธยมปลายสองต่อสองแบบนี้"
"ถ้าพูดถึงเรื่องบุกรุก ผมว่าเรามีสิทธิ์เท่ากันนะครับ" โซ่เผลอโพล่งขึ้นมาด้วยความโมโห เลือดในกายสูบฉีดพลุ่งพล่านจนลืมความกลัวไปหมดสิ้น "อีกอย่าง นี่มันเรื่องส่วนตัวของคุณคิน... เอ้ย! เรื่องส่วนตัวของพวกเรา คุณไม่มีสิทธิ์เอาภาพถ่ายละเมิดสิทธิส่วนบุคคลมาข่มขู่ใครนะ!"
"โอ๊ะ ใจเย็นๆ ก่อนครับน้องโซ่ คนเก่ง..." ธีร์หัวเราะในลำคอ "ผมไม่ได้จะเอาภาพนี้ไปทำอะไรแย่ๆ หรอกครับ ถ้าพวกคุณยอมตอบคำถามผมสักข้อสองข้อ... ว่าทำไมระบบเซ็นเซอร์ความร้อนรอบสะพานนี้ถึงถูกปิดการใช้งานไปเมื่อสิบนาทีที่แล้ว และบังเอิญเหลือเกิน... ว่ารหัสผ่านที่ใช้แก้ระบบ ดันเป็นไอ디 ที่ลงท้ายด้วยชื่อเล่นของใครบางคนแถวนี้พอดี"
บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงัดลงทันที มีเพียงเสียงหรีดหริ่งเรไรและสายลมยามดึกที่พัดผ่านยอดไม้ เสียงหัวใจของโซ่เต้นระรัวราวกับกลองเพล ความรู้เรื่องอัลกอริทึมและโครงสร้างข้อมูลที่เคยติวให้คินเมื่อสัปดาห์ก่อนผุดวาบขึ้นมาในหัว สมองของเด็กหนุ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว—*ชิบหายแล้ว... นั่นมันรหัสลับที่เขาเผลอพิมพ์ทิ้งไว้ตอนแฮกแก้ระบบบล็อกประตูเมื่อกี้!*
คินขยับตัวเข้ามาบังหน้าโซ่ไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของอีกฝ่ายไว้หลวมๆ เป็นการส่งสัญญาณเตือนให้อีกฝ่ายสงบปากสงบคำลงบ้าง
"เรื่องระบบนั่น ผมเป็นคนทำเองครับคุณธีร์" คินเอ่ยเสียงเรียบ ดวงตาคมกริบจ้องมองคู่สนทนาอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าคุณมีปัญหาอะไร อยากเคลียร์กับผมโดยตรง เชิญที่บริษัทพรุ่งนี้เช้าได้เลย แต่วันนี้... เด็กคนนี้ไม่เกี่ยว พาเขากลับไปส่งที่พักซะ"
"หู้ว ปก้องกันน่าดูเลยนะครับ" ธีร์ยิ้มเหี้ยม เกินกว่าจะเป็นรอยยิ้มของพนักงานบริษัททั่วไป "แต่เกรงว่าคงจะไม่ได้หรอกครับคุณคิน เพราะตอนนี้... สัญญาณมือถือแถบนี้ถูกตัดขาดทั้งหมดเนื่องจากฮาร์ดแวร์หลักตรงหอคอยทิศเหนือเกิดขัดข้อง และทางเดียวที่จะออกจากป่าเขตนี้ได้ คือต้องเดินเท้าผ่านเส้นทางทดสอบระบบนิเวศน์ที่ยาว 5 กิโลเมตร... โดยมีเวลาจำกัดแค่สามสิบนาที ก่อนที่ระบบล็อกดาวน์อัตโนมัติจะทำงาน"
หน้าจอแท็บเล็ตของธีร์เปลี่ยนเป็นภาพแผนที่สามมิติของผืนป่าทึบ พร้อมกับตัวเลขถอยหลังสีแดงฉานที่เริ่มเดินหน้าทันที: **29:59 นาที**
โซ่เบิกตากว้าง อ้าปากค้างด้วยความตระหนก "ระบบล็อกดาวน์อัตโนมัติ?! นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย! ป่านี้ไม่ใช่เขตอุทยานธรรมชาติธรรมดาหรอกเหรอทำไมถึงมีระบบความปลอดภัยระดับกองทัพแบบนี้!"
"มันคือศูนย์วิจัยลับใต้ดินของเครือเราเองครับน้องโซ่" ธีร์หันหลังให้พร้อมกับโบกมือลาช้าๆ "ขอให้โชคดีกับการเดินป่ารอบดึกนะครับ... หวังว่าจะรอดจนถึงทางออกนะ"
พูดจบ ร่างของธีร์ก็เดินหายลับเข้าไปในความมืดของแนวป่าฝั่งตรงข้ามอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้โซ่และคินยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงไฟฉายจากสมาร์ทโฟนคอยนำทาง
"ไอ้คุณธีร์บ้าเอ๊ย! คนอะไรหน้าเลือดชะมัด!" โซ่สบถออกมาเสียงดังลั่น พยายามกดโทรศัพท์มือถือดูหน้าจอ แต่สัญญาณขึ้นกากบาทสีแดงชัดเจน "เวรเอ๊ย! ไม่มีสัญญาณจริงๆ ด้วย ทำไงดีคุณคิน เราต้องติดอยู่ในนี้จริงๆ เหรอเนี่ย!"
คินถอนหายใจยาว แตกต่างจากความกวนประสาทเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง ชายหนุ่มหันมามองคนตัวเล็กที่กำลังหน้าซีดเผือดด้วยความกังวล ก่อนจะยกมือขึ้นขยี้กลุ่มผมนิ่มของโซ่เบาๆ อย่างปลอบโยน
"ไม่ต้องกลัวครับ มีผมอยู่ทั้งคน ป่าแค่นี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดหรอก" คินพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นและจริงจังเป็นครั้งแรกจนโซ่ถึงกับชะงัก
"ใครกลัวกันเล่า! ผมแค่... แค่เสียดายแบตมือถือต่างหาก!" โซ่รีบเบือนหน้าหนีซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงเรื่อในความมืด "แล้วนี่เราจะเอายังไงต่อ ตัวเลขถอยหลังเหลือไม่ถึงยี่สิบห้านาทีแล้วนะ!"
"อ้าว ไหนว่าความรู้รอบตัวแน่นปึกไงครับอาจารย์โซ่" คินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตากลับมาทอประกายเจ้าเล่ห์เช่นเดิม "ในสถานการณ์ที่หลงป่าตอนกลางคืนอย่างไร้แสงสว่างและสัญญาณมือถือแบบนี้ ทางรอดเดียวของเราคือต้องใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์พื้นฐาน... ไหนลองบอกหน่อยสิครับว่า เราจะใช้ประโยชน์จากธรรมชาติรอบตัวเพื่อหาทิศทางและเอาตัวรอดได้ยังไงบ้าง?"
โซ่สูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกสติกลับคืนมา สมองที่เคยรวนเรเริ่มกลับมาทำงานด้วยความเร็วสูงเมื่อเจอโจทย์วิชาการที่คุ้นเคย ดวงตากลมโตหันไปสำรวจรอบกาย ท่ามกลางความมืดทึบของแมกไม้
"ทิศทางเหรอ..." โซ่พึมพำกับตัวเอง กวาดสายตามองไปที่ลำต้นของต้นไม้ใหญ่ข้างทาง "จริงสิ! เราต้องดูการเจริญเติบโตของมอสส์และไลเคน!"
"อธิบายให้ผมฟังหน่อยสิครับ อาจารย์... ผมหูผึ่งรอฟังความรู้จากคุณอยู่นะครับ" คินขยับเข้ามาใกล้โดยอ้างเนียนๆ ว่าเพื่อรับฟังเสียงได้ชัดเจนขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศรอบตัวที่เงียบสงัดและวังเวง
"ก็... มอสส์ (Moss) กับไลเคน (Lichen) มันชอบความชื้นและแสงแดดน้อยครับคุณ!" โซ่เริ่มอธิบายด้วยน้ำเสียงรัวเร็วอย่างลืมตัวเมื่อเข้าโหมดติวเตอร์ "ทางด้านทิศเหนือของซีกโลกเหนือหรือบริเวณที่แสงแดดส่องไม่ค่อยถึง มักจะมีความชื้นสะสมสูง ทำให้มอสส์ชอบขึ้นหนาแน่นกว่าด้านอื่น ดังนั้น ถ้าเราสังเกตเปลือกไม้ฝั่งไหนมีสีเขียวครึ้มของมอสส์เกาะอยู่เยอะ ฝั่งนั้นก็น่าจะเป็นทิศเหนือ! เราก็แค่เดินสวนทางกับ... อ๊ะ!"
ยังไม่ทันที่โซ่จะพูดจบ พลันมีเสียงกิ่งไม้หักดัง "กรอบ!" ขึ้นมาจากพุ่มไม้ทึบด้านซ้ายมือ ตามมาด้วยเสียงคำรามต่ำๆ ของบางสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังความมืด
โซ่สะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ คว้าแขนเสื้อสูทของคินไว้แน่นโดยอัตโนมัติ ร่างบางซุกเข้าหาแผงอกกว้างของอีกฝ่ายอย่างลืมตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นกลัว "สะ... เสียงอะไรน่ะคุณ! หรือว่าในป่านี้จะมีสัตว์ป่าดุร้ายหลุดออกมา!"
คินนิ่งงิ่งไปชั่วขณะเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกอดและไออุ่นจากร่างเล็กที่แนบชิด มุมปากหนายกยิ้มขึ้นบางๆ ในความมืด มือหนาโอบไหล่บางเอาไว้หลวมๆ เพื่อปกป้องอย่างสุภาพบุรุษ
"ไม่ต้องกลัวครับ..." คินก้มกระซิบเบาๆ ข้างใบหูของโซ่ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างน่าประหลาด "ต่อให้มีสัตว์ประหลาดหรือหุ่นยนต์รบโผล่ออกมาจริงๆ... ผมก็ไม่มีวันยอมให้มันมาทำร้ายติวเตอร์คนเก่งของผมเด็ดขาด"
โซ่เงยหน้าขึ้นสบตาคินในระยะประชิด หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนวิ่งหนีระบบล็อกดาวน์เสียอีก กลิ่นน้ำหอมเจือจางผสานกับกลิ่นอายธรรมชาติรอบตัวทำให้สติของเด็กหนุ่มกระเจิงไปหมด
ทว่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง หน้าจอสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อของคินก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความแชตกลุ่มที่ถูกตั้งเวลาส่งอัตโนมัติจากใครบางคน...
มันคือข้อความเสียงจาก "ธีร์" ที่ถูกตั้งเวลาไว้เป๊ะๆ และกำลังเล่นขึ้นท่ามกลางความเงียบ:
*[ระบบตรวจพบการชีพจรเต้นเร็วผิดปกติของเป้าหมาย... ยืนยันสถานะ: กำลังตกหลุมรักอย่างสมบูรณ์แบบ]*
โซ่เบิกตากว้าง หน้าแดงซ่านด้วยความอับอายและตกใจ ผละออกจากอ้อมกอดของคินทันที "นี่คุณ... แอบตั้งระบบบ้าอะไรไว้อีกเนี่ย!"
คินหัวเราะร่วนในลำคออย่างอารมณ์ดี ทว่าก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากแก้ตัวอะไร แสงไฟสปอตไลท์สีแดงฉานจากหอคอยกลางป่าก็สาดส่องลงมาตรงจุดที่พวกเขายืนอยู่ พร้อมกับเสียงไซเรนเตือนภัยดังลั่นสนั่นป่า และเสียงประกาศจากระบบอัตโนมัติที่ประกาศก้อง:
**[คำเตือน: เหลือเวลาอีก 3 นาทีสุดท้าย ก่อนประตูนิรภัยโซน B จะปิดตายถาวร และ... มีผู้บุกรุกคนที่สามกำลังเดินเข้าประชิดตัวพวกคุณจากด้านหลัง]**
(ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้นักเขียนเสมอมานะครับ!)
ติววิทย์ให้คนคูล (แต่ดันรู้ความลับผมหมดแล้ว)•ตอนที่ 32
หลงทางในป่า กับคนคุยไม่รู้เรื่อง
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ติววิทย์ให้คนคูล (แต่ดันรู้ความลับผมหมดแล้ว) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!