ติววิทย์ให้คนคูล (แต่ดันรู้ความลับผมหมดแล้ว)•ตอนที่ 31

ทัศนศึกษาที่วุ่นวาย

ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
"คุณอา... มาทำอะไรที่นี่ครับ!" เสียงอุทานของโซ่ดังลั่นรถบัสปรับอากาศคันใหญ่ที่กำลังเคลื่อนตัวออกจากเขตกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและระบบนิเวศป่าชายเลน ท่ามกลางสายตานับสิบของเพื่อนร่วมชั้นที่หันมามองเป็นตาเดียว ชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้ม—พี่ชายแท้ๆ ของคินที่โซ่เพิ่งเผลอไปล่วงความลับเรื่องโปรเจกต์ลับระดับชาติเมื่อวานนี้—กำลังก้าวขึ้นมาบนรถด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่แฝงรอยยิ้มมุมปากที่ทำเอาสันหลังของโซ่เย็นวาบ "บังเอิญผ่านมาตรวจงานแถวนี้ครับ พอดีได้ยินว่าน้องโซ่กับเพื่อนๆ มาทัศนศึกษา เลยแวะมาดูความเรียบร้อยสักหน่อย... ในฐานะ 'ผู้สนับสนุนหลัก' ของโรงงานที่เรากำลังจะไปดูงานกันไงครับ" คำว่า *ผู้สนับสนุนหลัก* ลากเสียงยาวอย่างมีความหมาย ขณะที่คินซึ่งนั่งอยู่เบาะข้างๆ ถึงกับกลั้นขำจนไหล่สั่น โซ่หันขวับไปค้อนใส่เพื่อนสนิทตัวดีที่ทำเป็นมองออกไปนอกหน้าต่างทำเนียนเป็นทองไม่รู้ร้อน ทั้งที่เมื่อคืนก่อนคินนี่แหละที่เป็นคนกระซิบแผนการทั้งหมดให้เขาฟังจนเกือบตกหลุมพราง "นั่งลงเถอะครับโซ่ ยืนขวางทางเดินคนอื่นหมดแล้ว" คินดึงชายเสื้อกาวน์พราวเสน่ห์ของโซ่ให้นั่งลงตามเดิม พร้อมกับกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงกวนประสาท "เห็นไหมล่ะครับว่าโลกกลมแค่ไหน ความลับไม่มีในโลกหรอกนะคุณติวเตอร์" "นายเงียบไปเลยคิน!" โซ่แยกเขี้ยวใส่ พยายามขยับตัวชิดหน้าต่างให้มากที่สุดเพื่อเว้นระยะห่างจากไอความร้อนที่แผ่อมาจากร่างสูง แต่เบาะรถบัสแคบๆ กลับทำให้ไหล่ของเขาสัมผัสกับลาดไหล่กว้างของคินทุกครั้งที่รถโค้งเข้ามุม บรรยากาศในรถบัสคละเคล้าไปด้วยเสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วของเด็กนักเรียน ม"ปลาย แต่ในพื้นที่จำกัดระหว่างคนสองคนกลับเต็มไปด้วยสนามแม่เหล็กแรงสูงที่ดึงดูดและผลักไสในเวลาเดียวกัน โซ่ก้มมองสมุดโน้ตในมือ สมองที่เคยประมวลผลเรื่องฟิสิกส์และเคมีได้อย่างรวดเร็วกลับรวนเรจนอ่านตัวหนังสือไม่อציออก เมื่อหางตากำลังโฟกัสไปที่ปลายนิ้วเรียยาวของคินที่กำลังเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเพลงเบาๆ "ตื่นเต้นเหรอครับ หน้าแดงใหญ่แล้ว" คินเอียงคอเข้ามาใกล้ ลมหายใจอุ่นๆ รดต้นคอจนโซ่สะดุ้งสุดตัว "ใครหน้าแดง! ฝุ่นข้างทางต่างหากเล่า!" โซ่เถียงเสียงแข็ง รีบคว้าขวดน้ำขึ้นมาดื่มแก้เขิน แต่เพราะความลนลานทำให้น้ำหกเลอะปกเสื้อจนเป็นวงด่าง คินหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะหยิบกระดาษทิชชู่ออกมาจากกระเป๋าเสื้ออย่างเบามือ แล้วเอื้อมมือมาซับหยดน้ำที่ซึมอยู่บนปกเสื้อของโซ่ สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วที่ปัดผ่านผิวเนื้อบริเวณไหปลาร้าทำเอาโซ่หายใจติดขัด สมองขาวโพลนราวกับไฟฟ้าลัดวงจร *ปฏิกิริยาเคมีแบบคายความร้อนชัดๆ... หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติเกิน 120 ครั้งต่อนาทีแบบนี้ มันอันตรายเกินไปแล้วนะ!* โซ่กรีดร้องในใจ รถบัสแล่นมาถึงจุดหมายปลายทางในเวลาเกือบเที่ยง ทัศนศึกษาที่ควรจะเป็นการเดินชมป่าชายเลน ฟังบรรยายเรื่องรากค้ำจุน (Stilt roots) ของต้นโกงกาง หรือการปรับตัวของสัตว์น้ำกร่อย กลับกลายเป็นสถานการณ์ชวนอึดอัดเมื่อพี่ชายของคินเดินประกบไม่ห่าง แถมยังคอยตั้งคำถามเชิงทดสอบความรู้ทางวิทยาศาสตร์ใส่โซ่ตลอดทาง "ไหนๆ น้องโซ่ก็เป็นเด็กวิทย์หัวกะทิ ช่วยอธิบายให้ฟังหน่อยสครับว่า ทำไมพืชป่าชายเลนถึงต้องมีรากหายใจ (Pneumatophores) โผล่ขึ้นมาจากดินเลนโคลนแบบนั้น?" ชายหนุ่มในชุดสูทเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มสุภาพ ขณะยืนอยู่บนสะพานไม้ทอดยาวท่ามกลางป่าโกงกาง โซ่กระแอมเบาๆ เพื่อเรียกสติ ก่อนจะเริ่มอธิบายตามสัญชาตญาณของคนรักความรู้ "อ...เอ่อ ก็เพราะว่าดินในป่าชายเลนมีออกซิเจนต่ำมากครับ เนื่องจากน้ำขึ้นน้ำลงตลอดเวลาทำให้ดินแน่นทึบ รากหายใจหรือ Pneumatophores เลยต้องทำหน้าที่เหมือนท่อหายใจ ยืมออกซิเจนจากอากาศโดยตรงผ่านรูเล็กๆ ที่เรียกว่า Lenticels ครับ" "เก่งมากครับ สมกับที่เป็นติวเตอร์ส่วนตัวของน้องชายผม" พี่ชายคินยิ้มรับ "หวังว่าความรู้นี้จะช่วยให้เรา... มองเห็นความจริงที่ถูกซ่อนอยู่ใต้โคลนตมได้ชัดเจนขึ้นนะครับ" ประโยคกำกวมนั้นทำให้โซ่ชะงัก หัวใจกระตุกวูบ สายตาคมกริบของคนเป็นพี่ชายส่งสัญญาณเตือนเป็นนัยๆ ว่าเรื่องเมื่อวานยังไม่จบง่ายๆ แน่นอน ช่วงบ่าย คณะนักเรียนได้รับมอบหมายให้ทำกิจกรรมกลุ่มเก็บตัวอย่างน้ำและวัดค่า pH บริเวณปากแม่น้ำ โซ่แยกตัวออกมากับคินเพื่อเดินลัดเลาะไปตามแนวสะพานไม้เก่าที่ยื่นออกไปไกลจากจุดอื่น บรรยากาศเงียบสงบมีเพียงเสียงคลื่นซัดเบาๆ และเสียงลมทะเลที่พัดพาไอเค็มเข้ามาปะทะใบหน้า "เหนื่อยไหมครับคุณครู" คินส่งผ้าเย็นให้โซ่ที่กำลังปาดเหงื่อบนหน้าผาก "เหนื่อยสิ นายเล่นปล่อยให้พี่ชายมาจ้องฉันทั้งวันแบบนั้น ใครจะไปมีสมาธิเล่า" โซ่บ่นอุบ ทรุดตัวลงนั่งบนม้าไม้ริมทางเดิน ปล่อยให้ขาทอดลงไปใกล้ผิวน้ำ คินนั่งลงข้างๆ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ร่างสูงท้าวแขนกับพนักพิง มองใบหน้าด้านข้างของโซ่ที่กำลังแดงระเรื่อเพราะแดดอ่อนๆ ยามบ่าย ดวงตากลมโตกำลังจ้องมองระลอกคลื่นในน้ำอย่างเหม่อลอย "พี่ผมก็เป็นคนแบบนั้นแหละครับ จริงจังกับทุกเรื่อง... ยกเว้นเรื่องของผม" คินพูดเสียงแผ่วเบา น้ำเสียงกวนๆ หายไป เหลือเพียงความจริงจังที่หาได้ยาก "เรื่องของนาย?" โซ่หันมามองด้วยความสงสัย "ใช่ครับ... เรื่องที่ว่า ทำไมผมถึงต้องลงทุนจ้างติวเตอร์แพงๆ ทั้งที่ผมอ่านเองก็ได้" คินขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนโซ่รู้สึกถึงความอบอุ่นจากร่างกายของอีกฝ่ายที่แผ่ซ่านเข้ามา "ทำไมผมต้องแกล้งทำเป็นโง่เรื่องฟิสิกส์ ทั้งที่ผมแค่อยากเห็นเวลาที่คุณตั้งใจอธิบายจนคิ้วขมวด..." โซ่เบิกตากว้าง สมองประมวลผลคำพูดเหล่านั้นไม่ทัน หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนวิ่งมาราธอน "คิน... นายหมายความว่า..." "ผมหมายความว่า..." คินสูดหายใจเข้าลึกๆ ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของโซ่ด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจปิดบังได้อีกต่อไป "ทางเดินชีวิตของผมอาจจะมีสูตรคำนวณที่ซับซ้อน มีตัวแปรมากมายเหมือนวิชาฟิสิกส์ แต่ถ้าตัวแปรสำคัญที่สุดในสมการนั้นคือคุณ... ผมก็ไม่อยากคำนวณอะไรอีกต่อไปแล้วล่ะครับ" สิ้นคำสารภาพนั้น โซ่รู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบหายไปหมดสิ้น ใบหน้าร้อนผ่าวลามไปถึงใบหู เสียงคลื่นทะเลกลายเป็นเสียงเดียวกับจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามในอก มือบางกำชายเสื้อกาวน์แน่นจนยับยู่ยี่ ปากอ้าพะงาบๆ จะเถียงแต่ก็เรียบเรียงคำพูดไม่ได้สักคำ ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและหัวใจของทั้งสองคนกำลังจะหลอมรวมเป็นจังหวะเดียวกันนั้นเอง— *Rrr... Rrr...* เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของคินก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบกริบ คินขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด ควักเครื่องขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏชื่อสายเรียกเข้าที่ทำเอาเขาชะงักไปชั่วขณะ *พี่ชายตัวแสบโทรมา* คินกดตัดสายอย่างไร้เยื่อใย แต่ไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไรต่อ หน้าจอโทรศัพท์ก็สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชทที่ถูกส่งตรงเข้ามาในกลุ่มรวมของโรงเรียน ข้อความนั้นถูกปักหมุดไว้ด้านบนสุดและแท็กชื่อของโซ่และคินโดยตรง **[ประกาศจากผู้สนับสนุนหลัก: ภาพลับเฉพาะกิจของติวเตอร์ตัวแสบกับน้องชายตัวดี กำลังถูกเผยแพร่ในระบบเครือข่ายภายใน... หากไม่อยากให้ความลับเรื่อง "สถานะหัวใจ" ของทั้งคู่รั่วไหลไปถึงหูอาจารย์ฝ่ายปกครองในสามวินาทีนี้... จงหันกลับไปมองที่ปลายสะพานไม้ฝั่งโน้นเดี๋ยวนี้ครับ!]** โซ่สะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ รีบหันขวับไปมองตามพิกัดที่ระบุไว้ในข้อความทันที และสิ่งที่สะท้อนอยู่ในดวงตากลมโตของเขาก็ทำให้ลมหายใจสะดุดกึก— ที่ปลายสะพานไม้ฝั่งตรงข้าม ร่างของชายในชุดสูทสีเข้มกำลังยืนกอดอกถือแท็บเล็ตโชว์ภาพถ่ายระยะประชิดตอนที่คินกำลังโน้มหน้าเข้ามาใกล้โซ่เมื่อสักครู่นี้อย่างชัดเจนระดับ 4K พร้อมกับรอยยิ้มพิฆาตที่ส่งตรงมาให้ราวกับผู้ชนะในเกมกระดาน! ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเรียนรู้โลกกว้างไปพร้อมกับความรักที่ไม่อาจคำนวณได้นะครับ
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ติววิทย์ให้คนคูล (แต่ดันรู้ความลับผมหมดแล้ว) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%