ติววิทย์ให้คนคูล (แต่ดันรู้ความลับผมหมดแล้ว)•ตอนที่ 18

สารสกัดจากความเหงา

ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
"ถ้าสารละลายมันอิ่มตัวแล้ว เรายังฝืนใส่ตัวละลายลงไปอีก มันก็มีแต่จะตกตะกอนลงก้นบีกเกอร์... เหมือนความรู้สึกบางอย่างนั่นแหละครับคุณโซ่ ฝืนอัดเข้าไปมากๆ สุดท้ายมันก็ล้นทะลักออกมาอยู่ดี" เสียงทุ้มต่ำของคินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องสมุดส่วนตัวของบ้านหลังใหญ่ แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบสันจมูกโด่งเป็นคมและดวงตาที่ปกติมักจะพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ แต่วันนี้... มันกลับว่างเปล่าอย่างน่าใจหาย โซ่ชะงักมือที่กำลังถือปากกาไฮไลต์สีสะท้อนแสง ดวงตากลมโตกะพริบปริบๆ ด้วยความประหม่า ปกติแล้วไอ้บ้านี่ต้องพูดจากวนประสาทแซวเรื่องฟิสิกส์หรือชีวะให้เขาได้แยกเขี้ยวใส่สักยกสองยก แต่นี่ผ่านมาสิบนาทีแล้วที่คินเอาแต่นั่งมองแก้วกาแฟดำนิ่งๆ โดยไม่แตะหนังสือสมการเคมีเลยสักบรรทัดเดียว "นี่..." โซ่ส่งเสียงทักด้วยความอึดอัด พยายามปรับน้ำเสียงให้ห้วนเข้าไว้เพื่อกลบเกลื่อนความห่วงใยที่เริ่มก่อตัวขึ้นในอก "จะติวไหมเนี่ย ข้อสอบกลางภาคอีกสามวันนะเว้ย ไม่ใช่เวลามานั่งปรัชญาชีวิตเคมีอินทรีย์อะไรแถวนี้ ถ้าตกขึ้นมาฉันไม่ช่วยติวรอบสองแล้วนะ!" คินเงยหน้าขึ้นช้าๆ มุมปากหยักยกยิ้มฝืนๆ ที่ดูอย่างไรก็รู้ว่าฝืนทำเป็นเล่น โซ่เห็นแบบนั้นแล้วหัวใจก็กระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ—ให้ตายสิ ไอ้นี่เวลาทำหน้าหมาหงอยแบบนี้มันอันตรายต่อระบบประสาทของเขาชะมัด "โห ใจร้ายจังเลยนะครับตัวเล็ก... กะว่าสอบตกแล้วจะได้มานั่งติวตัวต่อตัวกับคุณโซ่ไปเรื่อยๆ ซะอีก" คินหัวเราะในลำคอ พยายามดึงบรรยากาศกลับมาเป็นปกติ แต่มุกตลกฝืดๆ นั้นกลับไม่สามารถกลบเกลื่อนความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้ดวงตาคู่นั้นได้เลย "ใครตัวเล็ก! พูดอีกทีซิไอ้คุณคิน!" โซ่โวยวายตามสัญชาตญาณ นิ้วเรียวชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างคาดโทษ ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายปนหงุดหงิด "แล้วเลิกใช้วิธีแกล้งโง่หลอกให้ฉันมาติวให้ได้แล้วนะ ฉันรู้ทันหรอกน่า นายจำสูตรโมเลกุลได้แม่นกว่าฉันเสียอีก!" "ฮ่าๆๆ รู้ทันตลอดเลยแฮะ" คินถอนหายใจยาวเหยียด แผ่นหลังกว้างเอนพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง สายตาทอดมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนภาพสวนหย่อมยามค่ำคืน "บางที... ผมก็แค่อยากมีพื้นที่ปลอดภัยสักที่ ที่ไม่ต้องแบกรับอะไรไว้ก็เท่านั้นเองครับ" ประโยคเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง โซ่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความตื่นตัวของเด็กสายวิทย์ผู้ไม่เคยยอมแพ้ต่อโจทย์ยากๆ มลายหายไปจนหมดสิ้น เมื่อเผชิญหน้ากับ "โจทย์ชีวิต" ของคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม "ที่บ้าน... อีกแล้วเหรอ?" โซ่ตัดสินใจถามออกไป น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงโดยอัตโนมัติอย่างน่าประหลาด คินไม่ได้ตอบในทันที เขายกมือขึ้นเสยผมสีเข้มที่เริ่มยาวเคลียต้นคอท่าทางลวกๆ ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงที่ฟังดูโดດเดี่ยวและเหงาหงอยเสียจนคนฟังรู้สึกเจแปลบที่กลางอก "พ่อท่านโทรมาเมื่อหัวค่ำครับ..." คินหลุบตาลงมองโต๊ะไม้ขัดเงา "ท่านบอกว่าโปรเจกต์ใหญ่ที่บริษัทกำลังไปได้สวย และอยากให้ผมรีบเคลียร์เรื่องเรียนต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศให้เรียบร้อย... ท่านจัดแจงทุกอย่างไว้หมดแล้ว ชีวิตของผม โครง A โครง B หรือแม้กระทั่งเส้นทางเดินในอนาคต ทุกอย่างถูกคำนวณไว้หมดแล้วเหมือนสูตรเคมีสำเร็จรูป ไม่มีพื้นที่ให้ความผิดพลาด... และไม่มีพื้นที่ให้ตัวตนของผมเลยสักนิด" โซ่เม้มปากแน่น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งเห็นอกเห็นใจ ทั้งอึดอัดแทน และ... ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ไม่อาจนิยามได้ ในฐานะเด็กหัวกะทิที่ใช้ชีวิตอยู่กับตรรกะและเหตุผล โซ่รู้ดีว่าความมั่นคงและแผนชีวิตคือสิ่งสำคัญที่สุด แต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง โซ่เข้าใจหัวอกของการถูกกำหนดชีวิตโดยปราศจากสิทธิ์เลือกสรรเป็นอย่างดี เพราะพ่อแม่ของเขาก็คาดหวังไม่ต่างกัน... เพียงแต่คินแบกรับมันไว้ในระดับที่หนักหนากว่าหลายเท่าตัว "นายก็เลย..." โซ่เว้นจังหวะ กลืนก้อนสะอื้นเล็กๆ ที่ไม่รู้มาจากไหนลงคอ "นายก็เลยทำเป็นเกเร แกล้งทำตัวกวนประสาท แกล้งโง่เรื่องวิทย์ เพื่อเรียกร้องความสนใจจากพวกท่านงั้นเหรอ?" คินหันขวับมามองหน้าโซ่ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่รอยยิ้มเจื่อนๆ จะปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา "คุณโซ่นี่... อ่านใจผมเก่งกว่าอ่านตำราฟิสิกส์อีกนะครับเนี่ย" คินถอนหายใจยาว "ก็ประมาณนั้นมั้งครับ การทำตัวให้ไม่ได้ดั่งใจ เป็นวิธีเดียวที่ทำให้ผมรู้สึกว่า... ตัวเองยังมีลมหายใจอยู่ ไม่ใช่แค่หุ่นยนต์ราคาแพงที่ถูกโปรแกรมให้ทำตามคำสั่ง" บรรยากาศรอบตัวเริ่มอึมครึม กลิ่นอายความเหงาแผ่ซ่านราวกับโมเลกุลของก๊าซที่แพร่กระจายจนเต็มปริมาตรห้อง โซ่ขยับตัวอึดอัด มือเรียวบิดเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว ปรกติเขาเป็นคนปากจัดและเก่งเรื่องการเถียง แต่พอเจอโหมดจริงจัง ดาร์กๆ และเปราะบางของคินเข้าไป สมองอันปราดเปรื่องของเขากลับรันระบบอะไรไม่ออกเลยสักอย่าง *ให้ตายสิ นี่เราต้องปลอบคนอื่นเป็นด้วยเหรอวะเนี่ย ชีวิตนี้เคยแต่ติวเลขกับฟิสิกส์นะเว้ย!* โซ่แอบโวยวายในใจ "นี่..." โซ่สูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกความกล้าทั้งหมดที่มี แล้วเอื้อมมือไปคว้ามือหนาที่วางอยู่บนโต๊ะมาDกุมไว้หลวมๆ สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วของคินทำให้โซ่สะดุ้งเล็กน้อย แต่เขาไม่ได้ชักมือกลับ คินชะงัก เงยหน้าขึ้นมองมือของตัวเองที่ถูกกุมไว้ด้วยความตกตะกอนทางอารมณ์ ดวงตาสั่นไหวระริก "ถึงฉันจะไม่รู้หรอกนะว่าการเป็นทายาทธุรกิจหมื่นล้านมันกดดันขนาดไหน..." โซ่พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตากลมโตมองตรงเข้าไปในนัยน์ตาของอีกฝ่ายอย่างไร้ความลังเล "แต่... นายจำเรื่อง **Entrophy (เอนโทรปี)** ที่เราเรียนกันไปเมื่ออาทิตย์ก่อนได้ไหม?" คินกระพริบตาปริบๆ ปรับอารมณ์ตามความกะทันหันของติวเตอร์ตัวน้อยไม่ทัน "...ระ... รอดตัวเรื่องฟิสิกส์เหรอครับ?" "ใช่! ตั้งใจฟังดีๆ นะไอ้คนขี้แย" โซ่เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามดึงมาดติวเตอร์สุดโหดกลับมาเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาบนใบหน้า "ในทางเทอร์โมไดนามิกส์ เอนโทรปีคือค่าความไร้ระเบียบในระบบ ยิ่งเวลาผ่านไป ระบบทุกระบบในจักรวาลนี้จะมีเอนโทรปีเพิ่มขึ้นเสมอ... พูดง่ายๆ คือ ความวุ่นวาย ความหลงทาง และความไม่สมบูรณ์แบบน่ะ มันคือธรรมชาติของจักรวาลเว้ย!" คินมองใบหน้าเนียนที่กำลังพูดฉอดๆ ด้วยแววตาที่เริ่มเปลี่ยนไป ความหม่นหมองเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่ค่อยๆ ระบายขึ้นบนริมฝีปากอย่างช้าๆ "นายจะบอกว่า..." คินทวนคำ "ฉันจะบอกว่า... การที่นายรู้สึกหลงทาง รู้สึกเหนื่อย หรือรู้สึกอยากแหกกฎบ้าบอพวกนั้น มันไม่ใช่เรื่องผิดปกติเลยสักนิด!" โซ่พรูลมหายใจออกยาวเหยียด "มันคือธรรมชาติของมนุษย์ต่างหาก นายไม่ใช่หุ่นยนต์คิน... นายคือสิ่งมีชีวิตที่มีความรู้สึก มีหัวใจ และมีสิทธิ์ที่จะวุ่นวายได้เว้ย!" โซ่หยุดพูด หอบหายใจเล็กน้อยเพราะพูดรัวเป็นชุดโดยไม่พักหายใจ ส่วนคิน... ตอนนี้เขากำลังมองหน้าโซ่นิ่งสนิท รอยยิ้มอบอุ่นละมุนละไมระบายเต็มดวงหน้าหล่อเหลา ประกายตาระยิบระยับที่คุ้นเคยกลับมาอีกครั้ง แต่มันลึกซึ้งและจริงจังกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา "คุณโซ่นี่..." คินกระซิบเสียงพร่า แววตาหวานเชื่อมจนโซ่ต้องรีบหลบสายตา "ทำไมเวลาสอนวิชาการทีไร ถึงชอบพูดจาใจละลายใส่ผมทุกทีเลยนะครับเนี่ย" "ใครพูดจาใจละลายใส่! พูดเพ้อเจ้ออะไรของนายเนี่ย!" โซ่โวยวายหน้าแดงแจ๋ รีบชักมือกลับทันทีราวกับโดนไฟลวก หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน "ฉันกำลังติววิชาฟิสิกส์ให้ต่างหากเล่า! นายจำไม่ได้เหรอว่าพรุ่งนี้สอบ!" "ฮ่าๆๆๆๆ" คินหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นห้อง บรรยากาศอึมครึมและน่าหดหู่เมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและโล่งอก คินมองคนตรงหน้าที่กำลังนั่งกอดอกหน้ามุ่ย แก้มเนียนแดงก่ำด้วยความเขินอาย หัวใจของเขารู้สึกเบาสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมานานนับปี ความเหงาที่เกาะกุมในอกถูกชะล้างด้วยประโยคตรรกะวิทย์ปนความใส่ใจแบบปะปนเปเปื้อนความซึนเดระของเด็กคนนี้ *ให้ตายเถอะ... สารสกัดจากความเหงาของผม คงมีตัวยาแก้พิษชื่อ 'โซ่' ผสมอยู่เกินร้อยเปอร์เซ็นต์แน่ๆ* คินคิดในใจ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง "โอเคครับคุณติวเตอร์สุดโหด คืนนี้ผมสัญญาว่าจะตั้งใจท่องสูตรเอนโทรปีให้ขึ้นใจเลย" คินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินอ้อมโต๊ะมาหยุดยืนอยู่ข้างเก้าอี้ของโซ่ ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบเบาๆ ข้างใบหูที่ขึ้นสีแดงจัด "แต่ถ้าท่องแล้วยังไม่เข้าใจ... ขออนุญาตมา 'ทดลอง' กอดเพื่อลดค่าความไร้ระเบียบในใจสักหน่อย... ได้หรือเปล่าครับ?" "ไอ้... ไอ้บ้าคิน! ถอยไปเลยนะ!" โซ่หวีดร้องลั่น ผลักอกกว้างของอีกฝ่ายเต็มแรงด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีปฏิกิริยาคายความร้อนเกิดขึ้นกลางอก คินหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี เขายืดตัวตรง ยื่นมือไปยีหัวหมุนๆ ของคนขี้โวยวายด้วยความมันเขี้ยว ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้ายทิ้งท้ายก่อนจะเดินผละออกไปหยิบหนังสือเคมีมาเปิด "งั้นเรามาเริ่มติบทดสอบบทต่อไปกันเลยดีกว่าครับ... ว่าหัวใจของคุณโซ่เนี่ย มีอัตราการเต้นเร็วกี่ครั้งต่อวินาทีเวลาอยู่ใกล้ผม" โซ่อ้าปากค้าง หน้าแดงแจ๋จนลามไปถึงใบหู กำหมัดแน่นด้วยความหมั่นไส้แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากฮึดฮัดอยู่ในลำคอ แต่ทว่า... ในวินาทีที่คินหันหลังกลับไปหยิบสมุดโน้ต สายตาคมกริบของเขากลับเหลือบไปเห็นหน้าจอสมาร์ตโฟนของโซ่ที่คว่ำอยู่บนโต๊ะ ซึ่งสว่างวาบขึ้นมาด้วยข้อความแจ้งเตือนจากเพื่อนสนิทของโซ่ที่เด้งขึ้นมาพอดี— *[กลุ่ม: แก๊งคนสวยขาประจำห้องสมุด]* **เพื่อนโซ่:** "อีโซ่ ตกลงแกจะสารภาพรักกับไอ้คุณคินมันวันสอบเสร็จจริงดิ? ระวังโดนมันรุกกลับจนตั้งตัวไม่ทันนะเว้ย!" คินชะงักกึก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนดีใจสุดขีด ข้อความนั้นสะท้อนอยู่ในนاتตาของเขาชัดเจนแจ่มแจ้ง โซ่ที่เพิ่งรู้ตัวว่าความลับสุดยอดกำลังจะแตกกระโดดโผนโหยหาโทรศัพท์แทบไม่ทัน สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำงานเร็วกว่าแสง โซ่พุ่งพรวดเข้าไปคว้ามือถือคว่ำหน้าลงกับโต๊ะทันทีด้วยใบหน้าที่แดงแจ๋จนแทบจะระเบิดเป็นจุล "อะ... ไอ้คิน! ห้ามมองนะ! ห้ามอ่านนะเว้ย! มันไม่มีอะไรนะ!" โซ่โวยวายเสียงหลง หน้าตาตื่นตระหนกสุดขีดจนแทบจะร้องไห้ คินค่อยๆ หันกลับมามองหน้าเด็กน้อยที่ตอนนี้เขินอายจนตัวสั่นเป็นลูกนก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ระดับร้อยริกเตอร์ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด ดวงตาส่องประกายระยิบระยับยิ่งกว่าดวงดาวบนท้องฟ้า "อ๋อ..." คินลากเสียงยาว ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอของคนที่กำลังลนลานอยู่ตรงหน้า นัยน์ตาสีเข้มจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่สั่นระริก "ที่แท้... คุณโซ่ก็แอบวางแผนจะ 'ทดลอง' สารรักกับผมอยู่เหมือนกันสินะครับเนี่ย" *(โปรดติดตามตอนต่อไป)* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นไปกับเคมีที่เริ่มเดือดพล่านคู่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ติววิทย์ให้คนคูล (แต่ดันรู้ความลับผมหมดแล้ว) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%