"หยุดทำหน้าเหมือนโลกจะแตกได้แล้วครับคุณชายคิน ไม่ตายหรอกน่า แค่โปรเจกต์โดนคอมเมนต์กลับมาแก้ทั้งยวงเองนะ"
ผมกระแทกกล่องช็อกโกแลตลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวหรูเสียงดังปึกจนคนตรงหน้าสะดุ้ง คินที่ปกติจะชอบปั้นหน้ากวนประสาทใส่ผมตลอดเวลา ตอนนี้กลับนั่งคอตกอยู่บนเก้าอี้ทำงาน สภาพเหมือนลูกหมาโดนเจ้าของทิ้งไม่มีผิด
"ก็มันเฟลนี่โซ่... อุตส่าห์ทุ่มไปตั้งเท่าไหร่" คินเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาคมคู่นั้นดูหม่นแสงลงจนผมรู้สึกใจกระตุกวูบ "ไม่ได้ต้องการคำปลอบใจหรอกนะ แต่ถ้าเป็นขนมของโซ่... อาจจะพอช่วยให้สมองที่มันค้างๆ นี่กลับมาทำงานบ้าง"
"ปากดีเหมือนเดิมเลยนะ" ผมบ่นอุบ แต่ก็ยอมแกะกล่องช็อกโกแลตแล้วหยิบชิ้นหนึ่งจ่อที่ปากเขา "กินไปเลย นี่ Dark Chocolate 70% นะครับ ช่วยเรื่องหลั่งสารเอ็นดอร์ฟินได้ดีเลยล่ะ ยิ่งความเข้มข้นสูงแบบนี้ ยิ่งไปกระตุ้นให้ร่างกายผลิตสารแห่งความสุขออกมาเร็วขึ้น แถมยังมีฟลาโวนอยด์ช่วยลดความเครียดด้วยนะ"
คินไม่ยอมอ้าปากงับช็อกโกแลต แต่กลับจับข้อมือผมไว้หลวมๆ สายตาเขามองจ้องลึกเข้ามาจนผมรู้สึกว่าอุณหภูมิในห้องมันเริ่มสูงขึ้นผิดปกติ
"ไม่ได้อยากได้สารเอ็นดอร์ฟิน" เขาพึมพำเสียงแหบพร่า "อยากได้คนให้มากกว่า"
"ไอ้... ไอ้คนนิสัยเสีย!" ผมชักมือกลับแทบไม่ทัน หน้าเห่อร้อนจนแทบจะระเบิด "จะกินไหมครับ? ถ้าไม่กินผมจะกินเองแล้วนะ"
"กินครับ" คินคว้าข้อมือผมกลับไปอีกรอบ คราวนี้เขางับช็อกโกแลตจากมือผมไปทั้งชิ้น นิ้วมือของเขาสัมผัสโดนปลายนิ้วผมชั่วครู่ แต่มันให้ความรู้สึกเหมือนกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งผ่านจนผมต้องรีบกระชากมือหนี
"คนบ้าเอ๊ย" ผมพึมพำ แก้เขินด้วยการเดินไปหยิบตำราฟิสิกส์เล่มหนาขึ้นมาเปิด "เครียดเรื่องโปรเจกต์ใช่มั้ย? งั้นเรามาเปลี่ยนความเครียดให้เป็นพลังงานกันดีกว่า... กฎข้อที่สองของเทอร์โมไดนามิกส์บอกว่า พลังงานในระบบที่ปิดตายมักจะเพิ่มขึ้นตามความไร้ระเบียบหรือเอนโทรปี แต่กับคนน่ะนะ ยิ่งพยายามปิดตายความรู้สึกเท่าไหร่ เอนโทรปีข้างในมันก็ยิ่งสูงขึ้น จนสุดท้ายก็ระเบิดออกมาแบบนี้ไง"
คินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะต่ำทุ้มนั้นทำให้หัวใจผมสั่นจนต้องแกล้งก้มหน้ามองหนังสือไม่ยอมเงยขึ้นไปมองสายตาของเขา
"โซ่รู้มั้ย... ทำไมเวลาคนเราเศร้าถึงชอบกินของหวาน?" คินขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้จนเข่าของเราเกือบจะชนกัน
"ก็เพราะน้ำตาลมันไปเปลี่ยนระดับกลูโคสในเลือดไงครับ ทำให้เรามีความกระปรี้กระเปร่าขึ้นชั่วคราว มันเป็นกลไกการเอาตัวรอดพื้นฐานของมนุษย์ที่เลือกกินอาหารให้พลังงานสูงเวลาเผชิญวิกฤต" ผมอธิบายรัวเร็วตามความถนัด หวังจะให้บทสนทนานี้มันดูเป็นเชิงวิชาการที่สุดเท่าที่จะทำได้
"ไม่ใช่หรอก" คินส่ายหน้า แววตากวนๆ หายไป เหลือเพียงความจริงจังที่ทำเอาผมหายใจไม่ทั่วท้อง "มันเป็นเพราะเราต้องการความ 'อบอุ่น' เหมือนตอนที่เราเด็กๆ ได้กินขนมจากคนที่เราไว้ใจ... เหมือนกับตอนนี้ ที่ได้นั่งอยู่ใกล้ๆ โซ่ไง"
"อย่ามาทำเป็นพูดจาหยอดผมนะคิน ผมไม่หลงกลหรอก" ผมทำเสียงแข็ง ทั้งที่ในใจตอนนี้มันเต้นรัวเหมือนกลองชุด "แล้วก็เลิกทำตัวเป็นเด็กๆ ได้แล้ว โปรเจกต์น่ะ ถ้ามันผิดพลาด กฎข้อที่หนึ่งของเทอร์โมไดนามิกส์ก็บอกไว้ชัดเจน พลังงานไม่มีวันสูญหาย มันแค่เปลี่ยนรูปไป... เหมือนความพยายามของคินนั่นแหละ มันไม่ได้หายไปไหน มันแค่เปลี่ยนรูปมาเป็นประสบการณ์ให้คินเก่งขึ้นไงครับ เข้าใจมั้ย?"
คินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาเป็นยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดตั้งแต่ที่เรารู้จักกันมา
"ขอบคุณนะโซ่... ที่คอยอยู่ติวให้ ทั้งเรื่องเรียน แล้วก็เรื่อง... หัวใจ"
ผมชะงัก ลมหายใจสะดุดไปจังหวะหนึ่ง ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานจนได้ยินแม้แต่เสียงแอร์ที่พัดเบาๆ บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นของช็อกโกแลตและกลิ่นน้ำหอมจางๆ จากตัวคินที่ลอยมาเตะจมูก
"ไม่เป็นไรหรอก... ก็เราเป็นเพื่อนกันนี่" ผมตอบเสียงอ้อมแอ้ม พยายามหาทางรอดจากสถานการณ์ชวนเขินนี้
คินเอื้อมมือมาขยี้ผมผมเบาๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแชตกลุ่มที่พวกเราคุยกันทิ้งไว้ แล้วพิมพ์อะไรบางอย่างลงไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยื่นหน้าจอมาให้ผมดู
"อ่านนี่สิ"
ผมมองตาม... ในช่องแชตส่วนตัวระหว่างเขากับผมที่เปิดค้างไว้ คินพิมพ์ข้อความว่า:
*'รู้ไหมว่าโซ่น่ะ... เหมือนกับควอนตัมฟิสิกส์เลยนะ ทั้งลึกลับ ทั้งคาดเดาไม่ได้ แถมยังทำให้ใจผมไม่เคยอยู่นิ่งได้เลยสักวินาทีเดียว'*
ผมตาโต มองหน้าคนตรงหน้าที่ตอนนี้เปลี่ยนกลับมาเป็นคินจอมกวนคนเดิมที่ยิ้มแป้นอย่างผู้ชนะ
"เดี๋ยว! นายพิมพ์อะไรเนี่ย! ลบเดี๋ยวนี้นะ!" ผมคว้าโทรศัพท์จะแย่งมา แต่คินกลับยกมือสูงขึ้น
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากมือถือของผมก็ดังขึ้นพร้อมกันหลายเสียง เพื่อนในกลุ่มคณะที่คินเผลอแชร์ข้อความนั้นลงไปในกลุ่มใหญ่กำลังพิมพ์รัวๆ เข้ามาด้วยความตกใจ
"ชิบหายแล้ว..." ผมหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นชื่อคนที่กำลังพิมพ์ตอบกลับมาในแชตกลุ่ม
'คิน... แกพิมพ์อะไรลงไป? แล้วที่บอกว่า 'โซ่' ของนายน่ะ หมายความว่ายังไง?'
นั่นคือข้อความจาก 'อาจารย์หัวหน้าภาควิชา' ที่ผมเพิ่งไปแก้โปรเจกต์มาเมื่อเช้า... และดูเหมือนว่าความลับที่ผมพยายามจะรักษาไว้ มันกำลังจะกลายเป็นเรื่องที่ทุกคนในคณะรู้พร้อมกันภายในนาทีนี้!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเป็นกำลังใจให้คุณชายคินและโซ่ผ่านช่วงเวลาที่แสนอลหม่านนี้นะครับ!
ติววิทย์ให้คนคูล (แต่ดันรู้ความลับผมหมดแล้ว)•ตอนที่ 23
ปลอบใจฉบับเด็กวิทย์
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ติววิทย์ให้คนคูล (แต่ดันรู้ความลับผมหมดแล้ว) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!