กุนซือหญิงยอดอัจฉริยะกับอ๋องผู้กุมกองทัพโลหิต•ตอนที่ 7

พันธมิตรในเงามืด

ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
กลิ่นอายจางๆ ของหมึกจีนชั้นดีผสมผสานกับกลิ่นชาผู่เอ่อร์อายุหลายสิบปีคละคลุ้งอยู่ทั่วตำหนักบูรพา ยามนี้รัตติกาลล่วงเข้าสู่ยามสาม ความเงียบงันเข้าปกคลุมราวกับผืนผ้าแพรสีนิลที่ทอดตัวยาวอย่างไร้ขอบเขต ทว่าใต้ความสงบเยือกเย็นนั้น กลับซ่อนกระแสคลื่นใต้น้ำที่พร้อมจะกัดเซาะรากฐานแห่งราชบัลลังก์ให้พังทลายลงได้ทุกเมื่อ หลี่มู่เฉินประทับนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์แดงแกะสลักลวดลายพญามังกรห้ากรงเล็บ พระเนตรคมกริบดั่งใบมีดดาบที่เพิ่งผ่านการอาบโลหิตมาหมาดๆ ทอดพระเนตรแผ่นกระดาษยับยู่ยี่ในพระหัตถ์ รอยประทับตราลับรูปหงส์เหินบนกระดาษแผ่นนั้นเด่นชัดเสียจนบาดลึกเข้าไปในความทรงจำ มันคือตราประทับประจำตัวของ "องค์ชายสี่" หรือหลี่เทียนฮ่าว ผู้เป็นพระเชษฐาต่างพระมารดา ผู้ซ่อนคมเขี้ยวไว้ภายใต้รอยยิ้มอ่อนโยนดั่งพระพุทธรูปใจบุญมาโดยตลอด "หึ... ช่างเล่นละครตบตาได้แนบเนียนยิ่งนัก" พระสุระเสียงทุ้มต่ำหลุดออกมาจากโอษฐ์ ไร้ซึ่งความอบอุ่น มีเพียงไอสังหารแผ่ซ่านออกมารอบวรกายจนอุณหภูมิภายในห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ข้ารับใช้ภายนอกต่างตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ไม่มีผู้ใดกล้าแม้แต่จะหายใจแรง ตรงข้ามกับร่างสูงใหญ่ที่แผ่รังสีอำมหิตนั้น ไป๋จินฮุ่ยกลับนั่งจิบชาในมืออย่างใจเย็น ท่วงท่าของนางสง่างามราวกับภาพวาดพู่กันจีน อาภรณ์ผ้าไหมสีหมอกปักลายดอกเหมยไหวระริกตามจังหวะการหายใจ นางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะเบาๆ เสียงกระเบื้องกระทบไม้ดังขึ้นเพียงแผ่วเบา ทว่ากลับดึงสติของท่านอ๋องให้หันกลับมามอง "ท่านอ๋องกังวลเรื่องตราประทับนั้น หรือกำลังกังวลว่า... เสบียงสามแสนหาบที่ควรจะส่งถึงชายแดนเหนือ จะกลายเป็นเครื่องบรรณาการให้แก่แคว้นอวี้เหวินไปเสียแล้วล่ะครับ" เสียงหวานกังวานเอ่ยขึ้นอย่างลื่นไหล รอยยิ้มที่มุมปากของนางมีความหมายลึกซึ้งเกินกว่าจะคาดเดา หลี่มู่เฉินเงยพระพักตร์ขึ้นสบตากับสตรีตรงหน้า ดวงตาที่ดุร้ายราวดุจพญาอินทรีอ่อนลงชั่วพริบตาเมื่อทอดมองนาง มีเพียงไป๋จินฮุ่ยผู้เดียวในใต้หล้า ที่กล้าต่อกรและมองทะลุปรุโปร่งถึงกลยุทธ์ในใจของเขาได้อย่างแม่นยำราวกับกุมชะตาชีวิตร่วมกัน "เจ้าก็รู้ว่าการทุจริตคลังเสบียงทหารครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ขุนนางในราชสำนักครึ่งหนึ่งพัวพันกับผลประโยชน์มหาศาล หากเราบุ่มบ่ามลงมือ องค์ชายสี่คงใช้ข้อหา 'คิดคดทรยศ' มาเล่นงานเราก่อนที่ความจริงจะกระจ่าง" หลี่มู่เฉินตรัสตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง พระหัตถ์หนากำจดหมายในมือแน่นจนกระดาษแผ่นนั้นยับยู่ยี่ไม่เหลือชิ้นดี ไป๋จินฮุ่ยลุกขึ้นยืนช้าๆ นางเดินเข้าไปใกล้บุรุษผู้กุมกองทัพโลหิต กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกเหมยขาวโชยแตะนาสิก ปลุกเร้าความรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาในใจของท่านอ๋องผู้เยือกเย็น นางยื่นมือเรียวบางดั่งหยกขาวออกไปสัมผัสข้อมือแกร่งที่ถือจดหมายอยู่เบาๆ เพื่อคลายแรงบีบนั้นลง "หม่อมฉันไม่ได้คิดจะบุ่มบ่ามพังประตูเข้าคลังหลวงตรงๆ หรอกเพคะ..." จินฮุ่ยเงยหน้าขึ้นสบตา พระเนตรคมกริบทอดมองลึกลงไปในดวงตาของเขา "ในเมื่อเสบียงเหล่านั้นถูกยักยอกไปซ่อนไว้ในคลังสินค้าลับของตระกูลขุนนางใหญ่ที่สนับสนุนองค์ชายสี่ เช่นนั้นเราก็ควรปล่อยให้ 'งูตื่นจากรู' ด้วยตัวของมันเอง" หลี่มู่เฉินเลิกพระMขนงขึ้นเล็กน้อยด้วยความสนพระทัย "อืม... เล่าแผนการของเจ้ามาซิ" "คืนนี้... แม่ทัพอวี้เหวินแห่งแคว้นเหนือจะส่งคนลอบเข้ามาพบขุนนางฝ่ายใต้ในหอนางงิ้วริมแม่น้ำเจียงหนาน พวกเขาคิดจะเจรจาลับเรื่องการแบ่งผลประโยชน์จากคลังเสบียงนี้ หากเราส่งข่าวนี้ให้กลุ่มผู้ตรวจการแผ่นดินที่ซื่อตรงรับรู้ โดยใช้ชื่อนามปากกาปริศนาทิ้งไว้ ย่อมเกิดคลื่นลูกใหญ่ในราชสำนักอย่างแน่นอน" ไป๋จินฮุ่ยยิ้มบางๆ แววตาทอประกายความเจ้าเล่ห์ดั่งปีศาจน้อยๆ ที่น่ารักน่าชังในสายตาของเขา "เจ้าจะใช้มือของคนอื่น... กำจัดเสี้ยนหนามแทนเราสินะ" หลี่มู่เฉินแย้มพระสรวลออกมาเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง มีเพียงไป๋จินฮุ่ยเท่านั้นที่เคยได้ยมัน "หาใช่ใช้มือคนอื่นไม่เพคะ... แต่เป็นการยืม 'คมมีดของศัตรู' มาเชือดคอพวกมันเองต่างหาก" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเต็มไปด้วยความเฉียบคมที่บาดลึกถึงกระดูก บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองเงียบลงชั่วขณะ ความใกล้ชิดทำให้หลี่มู่เฉินได้กลิ่นอายเฉพาะตัวของหญิงสาว แววตาที่เคยแข็งกร้าวทอประกายความอ่อนโยนและมั่นคงดั่งหินผา เขายื่นมือหนาไปกอบกุมมือเรียวของนางไว้แน่น ราวกับจะบอกว่าไม่ว่าหนทางเบื้องหน้าจะเต็มไปด้วยคมหอกคมดาบหรือโลหิตนองแผ่นดิน เขาก็จะเคียงข้างนางไปจนตราบสิ้นลมหายใจ "ตกลง... ตามแผนของเจ้า" หลี่มู่เฉินตรัสเสียงนุ่ม "หากองค์ชายสี่เล่นเกมสกปรกนี้ เราก็จะถอนรากถอนโคนอิทธิพลของมันให้สิ้นซากในคราเดียว" ทว่า... ในขณะที่ทั้งสองกำลังประสานสายตากันด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้ง เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นจากนอกตำหนัก ข้ารับใช้คนสนิทวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความตกใจกลัวจนตัวสั่นเทิ้ม "ท... ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" หลี่มู่เฉินขมวดพระพักตร์ทันทีด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ "มีเรื่องอันใด เหตุใดจึงลนลานเช่นนี้!" ข้ารับใช้ผู้นั้นก้มหมอบจนหน้าผากแนบพื้น เสียงสั่นเครือรายงานว่า "ม... ม้าเรดาร์จากชายแดนเหนือส่งสาส์นด่วนมาพ่ะย่ะค่ะ... บอกว่า... บอกว่ากองทัพโลหิตของพระองค์ถูกกองกำลังปริศนาซุ่มโจมตีที่หุบเขาผาโลหิต เสบียงทั้งหมดถูกเผาทำลายจนหมดสิ้น... และ... และ..." "และอะไร! พูดให้มันจบ!" หลี่มู่เฉินตวาดก้องจนข้ารับใช้สะดุ้งสุดตัว "และแม่ทัพรองผู้รักษาการ... ถูกตัดศีรษะส่งมาพร้อมกับธงปักตราสัญลักษณ์ของ... ของ 'องค์ชายสี่' พ่ะย่ะค่ะ!" สิ้นคำรายงานนั้น รอยยิ้มเยือกเย็นบนใบหน้าของไป๋จินฮุ่ยแข็งค้างทันที ดวงตาคู่งามเบิกกว้างด้วยความตกใจ นี่ไม่ใช่แค่การทุจริตในคลังเสบียงธรรมดาเสียแล้ว แต่มันคือ "ประกาศิตแห่งสงคราม" ที่เปิดฉากขึ้นเร็วกว่าที่นางคาดการณ์ไว้ก้าวหนึ่ง! หลี่มู่เฉินผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ไอสังหารทะลักทะลายออกมาจากวรกายดุจภูเขาไฟที่กำลังปะทุ พระเนตรแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะที่ลุกโชนจนน่ากลัว **************************************** ขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางในเส้นทางอำนาจอันเชือดเฉือนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงยอดอัจฉริยะกับอ๋องผู้กุมกองทัพโลหิต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%