กุนซือหญิงยอดอัจฉริยะกับอ๋องผู้กุมกองทัพโลหิต•ตอนที่ 9

คมดาบช่วยเหลือยามวิกาล

ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
คมมีดเล่มบางเฉียบสะท้อนแสงจันทร์ยามวิกาลจนเกิดประกายวาบวับดั่งเขี้ยวเล็บของพยัคฆ์ร้าย มันกรีดผ่านม่านผ้าไหมปักลายดอกโบตั๋นสีชาดในห้องหนังสือส่วนตัวของเรือนรับรองอย่างเงียบเชียบ ปราศจากเสียงฝีเท้า ปราศจากแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของผู้ลงมือ มีเพียงจิตสังหารอันเข้มข้นที่แผ่ซ่านกดทับบรรยากาศรอบกายจนแทบหยุดหายใจ ไป๋จินฮุ่ยยังคงนั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะเขียนหนังสือ แสงตะเกียงน้ำมันหอมกฤษณาไหววูบตามแรงลมที่ลอดผ่านหน้าต่างซึ่งถูกงัดแงบออก ปลายพู่กันในมือของนางหยุดชะงักลงเพียงชั่วลมหายใจ รอยหมึกสีดำสนิทที่กำลังจรดลงบนกระดาษสาเนื้อดีหยุดนิ่งกลางคัน นางไม่ได้หันกลับไปมองเงาดำที่พุ่งเข้าประชิดจากด้านหลังอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด ทว่ามุมปากบางเฉียบกลับยกย่องขึ้นเล็กน้อย คล้ายผู้ถือหมากที่ล่วงรู้ผลลัพธ์ของกระดานนี้ตั้งแต่วันวาน "ช้าไปสามลมหายใจ และหนักมือเกินไปในจังหวะก้าวเท้า... ฝีมือของมือสังหารแห่งตำหนักองค์ชายสี่ ช่างเสื่อมถอยลงทุกวันแล้วกระมัง" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัด งดงาม ทว่าเยือกเย็นจนผู้ลอบสังหารชะงักกึก คมมีดที่พุ่งเล็งตรงไปยังจุดตายบริเวณต้นคอระหงจำต้องเปลี่ยนทิศทางกะทันหันเพื่อหมายปลิดชีพให้เร็วยิ่งขึ้น ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ความตายกำลังทาบทับลงบนผิวเนื้อนั้นเอง เปร้ง! เสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวจนแก้วชาบนโต๊ะสั่นสะเทือน ประกายไฟสีส้มวาบขึ้นกลางความมืด เงาร่างสูงใหญ่ดุจเทพแห่งสงครามปรากฏขึ้นเบื้องหน้าไป๋จินฮุ่ยอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ปลายกระบี่สีนิลตัดผ่านความมืด ปัดป้องคมมีดมรณะนั้นออกไปได้อย่างง่ายดาย แรงปะทะสะท้อนกลับจนมือสังหารต้องกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว เลือดสดๆ ไหลรินหยดลงบนพื้นพรมปักลายหงส์ หลี่มู่เฉินยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้านาง ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทกลมกลืนกับรัตติกาล กลิ่นอายเลือดและสนามรบอันเป็นเอกลักษณ์ลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นจันทร์หอม แผ่นหลังกว้างใหญ่ที่แผ่ซังความดุดันและเยือกเย็นราวกับกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันพังทลาย บังคับให้โลกทั้งใบภายนอกต้องสยบแทบเท้า "บังAอาจนัก..." น้ำเสียงทุ้มต่ำดุจเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มดังลอดไรฟัน มันเต็มไปด้วยโทสะอันเร้นลับและความเหี้ยมเกรียมที่ถูกกดทับไว้ มือสังหารหน้าเปลี่ยนสี ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวเมื่อตระหนักว่าผู้ที่ยืนขวางทางอยู่คือผู้ใด ชินอ๋องผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและไม่เคยไว้ชีวิตผู้ใดในสนามรบ หลี่มู่เฉินไม่ได้เอ่ยคำพูดใดซ้ำสอง สะบัดข้อมือเพียงครั้งเดียว กระบี่สีนิลก็วาดผ่านลำคอของมือสังหารอย่างไร้ความปรานี ร่างนั้นทรุดฮวบลงกับพื้นสิ้นใจตายคาที่ทันทีโดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะเปล่งเสียงร้องขอชีวิต ความเงียบสงัดกลับคืนสู่ห้องหนังสืออีกครา มีเพียงกลิ่นคาวเลือดที่เริ่มเจือจางไปกับสายลมยามดึก หลี่มู่เฉินค่อยๆ เก็บกระบี่เข้าฝักด้วยกิริยาอันสุขุม ก่อนจะหมุนตัวกลับมามองสตรีที่ยังคงนั่งนิ่งสงบอยู่เบื้องหลัง ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองไป๋จินฮุ่ยด้วยประกายซับซ้อน ความดุดันในสนามรบมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความห่วงใยอันล้ำลึกและระคนความระaอใจเล็กน้อยที่มาช่วยช้าไป "เจ้าประเมินความปลอดภัยของตนเองต่ำเกินไปแล้ว, จินฮุ่ย" หลี่มู่เฉินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงอ่อนลงกว่าเมื่อครู่ ทว่ายังคงความเข้มงวดตามแบบฉบับของบุรุษผู้กุมอำนาจ ไป๋จินฮุ่ยเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนเรียวปากงาม นางวางพู่กันลงอย่างใจเย็น ก่อนจะลุกขึ้นยืนช้าๆ อาภรณ์ผ้าแพรสีขาวบริสุทธิ์ทิ้งตัวลงตามสัดส่วน ส่งเสริมให้ร่างระหงดูบอบบางน่าทะนุถนอม ทว่าแววตาคู่คมกลับฉายแววเฉียบคมเกินกว่าสตรีใดในแผ่นดิน "หม่อมฉันทราบดีว่า... ต่อให้ไม่มีมือสังหารผู้นี้ ท่านอ๋องย่อมไม่ยอมปล่อยให้ผู้ใดมาแตะต้องเส้นผมของหม่อมฉันแม้แต่เส้นเดียวเพคะ" นางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความนัยอันลึกซึ้งที่ทำให้หัวใจของบุรุษผู้แข็งกระด้างกระตุกวูบ หลี่มู่เฉินก้าวเข้าไปประชิดตัวนางทีละก้าว ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นอายสงครามโอบล้อมร่างของนางไว้ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความตึงเครียดอันหวานล้ำ เขายื่นมือหนาออกไป ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการจับดาบสัมผัสเบาๆ ที่เส้นผมสีดำสนิทที่มีเศษฝุ่นละอองจากการต่อสู้ติดอยู่ ปัดมันออกอย่างทะนุถนอมราวกับกำลังถือครองสมบัติล้ำค่าที่สุดในใต้หล้า "เจ้าฉลาดเป็นกรด รู้ทุกกลยุทธ์ อ่านใจคนได้ทะลุปรุโปร่ง..." หลี่มู่เฉินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ กระซิบแผ่วเบาข้างใบหูของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนปะัดผ่านผิวแก้มเนียนนุ่มจนเกิดความรู้สึกแปลกประหลาด "แต่เหตุใด... จึงไม่ยอมรักตัวกลัวตายเสียบ้าง หากข้ามาไม่ทัน เจ้าคิดบ้างหรือไม่ว่าแผ่นดินนี้จะสูญเสียสิ่งใดไป" หัวใจของไป๋จินฮุ่ยกระตุกไหววูบเป็นครั้งแรก นางเงยหน้าขึ้นสบตากับบุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดในราชสำนัก แววตาที่มักจะเยือกเย็นและคำนวณทุกสิ่งอย่างแม่นยำ บัดนี้กลับไหวระริกคล้ายผิวน้ำยามต้องลม ความใกล้ชิดที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบนี้ทรงพลังยิ่งกว่ากองทัพนับหมื่น ยิ่งกว่าเล่ห์กลใดในราชสำนัก มันคือสายใยที่ผูกพันวิญญาณของคนทั้งสองเข้าด้วยกันท่ามกลางคมดาบและบัลลังก์เลือด "หม่อมฉันเชื่อมั่นในสายตาของตนเอง... และเชื่อมั่นในหัวใจของท่านอ๋อง" นางเอ่ยตอบเสียงแผ่วเบา ทว่ามั่นคงดั่งหินผา หลี่มู่เฉินจ้องมองริมฝีปากที่เอื้อนเอ่ยถ้อยคำอันทรงพลังนั้น แววตาคมกริบฉายประกายความเร่าร้อนดุจเปลวเพลิงที่ถูกเก็บกักไว้เนิ่นนาน เขาเตรียมจะโน้มใบหน้าลงไปมอบจุมพิตแห่งความห่วงหาอาทรและคำมั่นสัญญาอันหนักแน่น ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งสองจะสัมผัสกัน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคายดังขึ้นที่นอกเรือนรับรอง พร้อมกับเสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจขององครักษ์ประจำจวน "มีคนร้าย! คุ้มครองท่านอ๋องกับคุณหนูไป๋เร็วเข้า!" หลี่มู่เฉินชะงักกึก ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเยือกเย็นดุจน้ำแข็งในเสี้ยววินาที ร่างสูงถอยห่างจากไป๋จินฮุ่ยเพียงครึ่งก้าว มือขวาตวัดกุมด้ามกระบี่ข้างกายอย่างรวดเร็ว ทว่า สิ่งที่ทำให้หลี่มู่เฉินและไป๋จินฮุ่ยต้องเบิกPกว้างด้วยความตกตะลึง คือการที่ประตูห้องหนังสือถูกถีบพังกระเด็นเข้ามาด้วยพลังภายในอันกล้าแกร่ง ร่างขององครักษ์มือดีประจำจวนชินอ๋องกระเด็นเข้ามานอนแน่นิ่งจมกองเลือดอยู่แทบเท้า พร้อมกับเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่ก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามาในความมืด บุรุษผู้นั้นสวมหน้ากากเงินลายพยัคฆ์ซ่อนเร้น ในมือถือป้ายอาญาสิทธิ์ทองคำสลักตราหงส์เพลิง ซึ่งเป็นสิ่งของล้ำค่าที่ควรจะอยู่แต่ในห้องบรรทมส่วนพระองค์ขององค์จักรพรรดิเท่านั้น! "ชินอ๋อง... พระเชษฐาผู้เลื่องลือ" เสียงทุ้มต่ำหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยันดังลอดหน้ากากเงินออกมา "ดึกดื่นป่านนี้แล้ว พระองค์ยังทรงขยันตรวจตำราพิชัยสงครามร่วมกับคุณหนูไป๋อยู่อีกหรือ? น่าเสียดายนัก... ที่พระราชโองการฉบับด่วนที่สุดจากท้องพระโรงเมื่อครู่ ได้สั่งปลดกองกำลังทหารโลหิตทั้งหมดของพระองค์ให้ตกเป็นของแม่ทัพอวี้เหวินแห่งแคว้นเหนือเรียบร้อยแล้ว!" พงศาวดารมีชีวิตขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่เก้าของมหากาพย์ครั้งนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงยอดอัจฉริยะกับอ๋องผู้กุมกองทัพโลหิต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%