กลิ่นอายของสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณลอยคละคลุ้งอยู่ในห้องเก็บอุปกรณ์เก่าแก่หลังอาคารเรียนหลัก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงสามคู่ที่เดินตามกันมาติดๆ กำลังบีบพื้นที่ว่างในทางเดินแคบๆ ให้แคบลงไปทุกที เรย์หยุดฝีเท้าลงช้าๆ เขาไม่ได้หันกลับไปมองทันที แต่ใช้เงาสะท้อนจากตู้กระจกใสที่เต็มไปด้วยฟอร์มาลีนของห้องชีววิทยาเพื่อสังเกตความเคลื่อนไหวเบื้องหลัง
"เดินเร็วจังนะ เด็กใหม่... หรือว่ารู้ตัวว่ากำลังเดินเข้าไปในมุมอับของตู้ปลา?"
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นจาก 'ค말' รุ่นพี่ปีสามประธานชมรมกรีฑาผู้มีชื่อเสียงเรื่องการใช้อำนาจมืดภายในโรงเรียนมัธยมปลายเซนต์โคลด์ ร่างสูงใหญ่ในชุดนักเรียนปลดกระดุมคอเสื้อออกสองเม็ดก้าวเข้ามาขวางทางหนีออกสู่ประตูหน้าอย่างจงใจ ด้านข้างของเขาคือ 'ธน ์' และ 'กรณ์' สองสมุนมือขวาที่มักมีเรื่องชกต่อยติดทัณฑ์บนอยู่เนืองๆ
เรย์หันกลับมาอย่างใจเย็น ใบหน้าของเด็กหนุ่มผู้มีดวงตานิ่งสนิทราวกับนักคำนวณไม่1.1แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย มือขวายังคงถือสมุดบันทึกปกหนังสีดำที่ใช้จดบันทึกความผิดปกติของระบบสยองขวัญ
"ถ้าพวกพี่กำลังมองหาห้องเก็บอุปกรณ์กีฬา ผมเกรงว่าพวกพี่จะเดินเลยมาไกลเกินไปสามร้อยเมตรนะครับ" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังบอกเส้นทางให้คนหลงทางมากกว่าจะเผชิญหน้ากับกลุ่มอันธพาลประจำโรงเรียน
"ปากดีสมกับที่เป็นเด็กที่อาจารย์ใหญ่เรียกเข้าพบเป็นกรณีพิเศษนี่นา" คมกฤชย่างสามขุมเข้ามาใกล้ รัศมีคุกคามแผ่ซ่านออกมาจากตัวรุ่นพี่ร่างยักษ์จนอากาศรอบตัวดูเหมือนจะหนักอึ้งขึ้น "แกคิดว่ามีแบ็คดีเป็นกรรมการนักเรียนแล้วจะทำเป็นไม่เห็นหัวรุ่นพี่ได้งั้นเหรอ? ของที่แกเก็บได้จากล็อกเกอร์ชั้นใต้ดินเมื่อวาน... ส่งมันมาซะดีๆ ก่อนที่ฉันจะต้องใช้กำลังสอนมารยาทเบื้องต้นให้แก"
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เรย์ไม่ได้มองหน้าคมกฤช แต่สายตาของเขาเหลือบไปมองที่มุมบนขวาของผนังห้อง ซึ่งมีรอยแตกร้าวแปลกประหลาด—รอยแตกร้าวที่มี 'ละอองสีดำ' ลอยวนเวียนอยู่ราวกับกลุ่มควันจากถ่านไฟที่กำลังมอดไหม้ มันคือบั๊กของโลกความตายที่เชื่อมต่อกับจิตอาฆาตของมนุษย์ในพื้นที่ปิดตายแห่งนี้
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบเจตนาคุกคามระดับความรุนแรง 35%]
[เงื่อนไขภารกิจลับ: หลบเลี่ยงหรือเอาชนะการปะทะโดยไม่ใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ]
[คำเตือนจากเซธ: "ถ้าคุณปล่อยให้พวกมันแตะต้องตัวคุณแม้แต่นิดเดียว ผมจะหักคะแนนความประพฤติของคุณในโลกวิญญาณครึ่งหนึ่ง... เรย์"]
เสียงกระซิบเย็นเยียบที่คุ้นเคยดังขึ้นในโสตประสาท แม้จะไม่มีร่างของยมทูตหนุ่มปรากฏกายให้เห็นในตอนนี้ แต่เรย์รับรู้ได้ถึงสัมผัสเย็นเฉียบที่พาดผ่านต้นคอราวกับปลายนิ้วเรียวยาวกำลังแตะเตือนสติ
"ของในล็อกเกอร์เหรอครับ?" เรย์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แสร้งทำเป็นไขسวร "ผมเกรงว่าผมไม่ทราบว่าพี่หมายถึงอะไร สมุดบันทึกเล่มนี้มีแต่สูตรคำนวณฟิสิกส์และรายงานโครงงานชีววิทยา ถ้าพี่สนใจเรื่องการทดลองสารเคมี ผมแนะนำให้ไปห้องแล็บใหญ่จะดีกว่านะครับ"
"ไอ้เด็กนี่!" ธนากรณ์ทนไม่ไหว พุ่งเข้ามาคว้าคอเสื้อของเรย์ด้วยความโกรธเกรี้ยว มือหนาเหวี่ยงร่างของรุ่นน้องกระแทกเข้ากับตู้กระจกเก็บตัวอย่างจนเกิดเสียงดังสนั่น แต่น่าแปลกที่กระจกหนาเตอะกลับไม่แตกละเอียด ทว่ารอยร้าวสีดำบนผนังข้างๆ กลับขยายตัวกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปในพริบตา อุณหภูมิลดฮวบลงจนลมหายใจของทุกคนปรากฏเป็นไอสีขาว กลิ่นอับชื้นถูกแทนที่ด้วยกลิ่นสาบของซากสัตว์และดินโคลนที่เน่าเปื่อย
คมกฤชที่กำลังจะยื่นมือเข้ามาช่วยสมุนสมทบ ชะงักกึก สีหน้าของรุ่นพี่ร่างยักษ์เปลี่ยนจากความเกรี้ยวกราดเป็นความหวาดระแวงเมื่อเขาหันไปเห็นเงาสสะท้อนในตู้กระจก—เงาของพวกเขาทั้งสามคนไม่ได้สะท้อนภาพตัวเอง แต่กลับสะท้อนภาพร่างไร้วิญญาณที่ถูกเย็บปากด้วยด้ายสีดำสนิท!
"เฮ้ย... อะไรวะเนี่ย ทำไมไฟมันกะพริบ?" ธนากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือที่กำคอเสื้อของเรย์เริ่มสั่นเทาโดยไม่ทราบสาเหตุ
เรย์ขยับแว่นตาขึ้นเล็กน้อย สายตาคมกริบมองทะลุผ่านความมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามา เขารู้ดีว่าความอาฆาตที่สะสมอยู่ในตึกเก่าแห่งนี้กำลังถูกกระตุ้นด้วยพลังงานลบของพวกคมกฤชเอง บั๊กของระบบไม่ได้สร้างขึ้นจากความตั้งใจของเขา แต่มันถูกดึงดูดเข้ามาเพราะจิตใจที่เต็มไปด้วยความริษยาและต้องการเอาชนะ
"ผมเตือนแล้วนะครับว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ที่ควรมาเดินเล่นตอนพักกลางวัน" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่นิ่งสนิท มือซ้ายของเขายกขึ้นแตะที่ข้อมือของธนาที่บีบคอเสื้อตนเองอยู่ ก่อนจะบิดข้อมือด้วยมุมองศาที่คำนวณไว้แล้วอย่างแม่นยำเพื่อปลดล็อกการพันธนาการโดยไม่ใช้แรงมากเกินไป
*กร๊อบ...*
เสียงข้อต่อขยับเบาๆ พร้อมกับแรงกดดันที่หลุดพ้น เรย์ก้าวถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวอย่างสง่างาม ในขณะที่ธนาร้องลั่นด้วยความตกใจและล้มพับลงไปกองกับพื้น ทว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่าความเจ็บปวดทางกายคือ... เงาบนพื้นของธนากลับขยับลุกขึ้นยืนเองโดยที่เจ้าตัวยังนอนอยู่!
เงาดำนั้นแปรเปลี่ยนเป็นรูปร่างของชายร่างสูงใหญ่ถือเคียวเล่มมหึมาที่โปร่งใส มันก้าวออกมาจากผนังห้องและยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังของคมกฤชที่กำลังยืนแข็งทื่อ
[แจ้งเตือนระบบ: เผชิญหน้ากับ 'ผู้พิทักษ์เขตแดน' ระดับย่อย]
[สถานะ: เหยื่อถูกล็อกเป้าหมายเนื่องจากเจตนาฆ่าในสถานที่ปิด]
[ข้อเสนอจากเซธ: หากคุณปล่อยให้รุ่นพี่สามคนนี้หายไปในเงาสะท้อน คุณจะผ่านภารกิจนี้ทันทีโดยไม่ต้องออกแรง... แต่คุณจะสูญเสียเบาะแสสำคัญเกี่ยวกับห้องใต้ดินชั้นลบ]
เรย์มองภาพตรงหน้าด้วยแววตาสนใจ เขาไม่ได้ถอยหนี แต่กลับก้าวเข้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเพื่อเผชิญหน้ากับเงาสีดำนั้นโดยตรง มือขวาเอื้อมไปคว้าข้อมือของคมกฤชที่กำลังยืนขาแข็ง ดึงร่างของรุ่นพี่จอมอันธพาลให้หลบพ้นจากคมเคียวที่ฟาดผ่านอากาศลงมาเฉียดปลายจมูกเพียงไม่กี่เซนติเมตร!
"ถอยไปซะ ถ้ายังอยากใช้ชีวิตอยู่จนถึงงานจบการศึกษาปีนี้" เรย์กล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เฉียบขาดจนคมกฤชต้องหันมามองด้วยความตกตะลึงระคนหวาดกลัว
ก่อนที่ใครจะได้ทันตั้งตัว ประตูเหล็กบานใหญ่ของห้องเก็บอุปกรณ์ก็กระแทกปิดลงเองอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงล็อกกลอนจากด้านนอกดัง *คลิก* สนั่นหวั่นไหว
และในความมืดมิดที่มีเพียงแสงไฟกะพริบจากหลอดนีออนดวงสุดท้าย เสียงฝีเท้าอันคุ้นเคย—เสียงรองเท้าหนังที่กระทบพื้นปูนอย่างเป็นจังหวะ—ก็ดังขึ้นจากด้านหลังของประตูที่ถูกล็อกสนิท
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะสามครั้งติดต่อกันหยุดลง ตามด้วยเสียงทุ้มนุ่มที่กระซิบผ่านรอยแยกของบานประตูเข้ามาโดยตรง ชัดเจนราวกับผู้พูดกำลังยืนอยู่ข้างหูของเรย์
*"เด็กดื้อ... ผมบอกแล้วใช่ไหมครับ ว่าอย่าเดินหนีผมมาไกลเกินไป... หืม?"*
ลิฟต์แก้วชั้นลบ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนากับลิฟต์แก้วชั้นลบมา ณ ที่นี้นะครับ
ระบบสยองขวัญ สั่งให้ผมเป็นเด็กดื้อของคุณอายมทูต•ตอนที่ 15
เด็กใหม่ที่ถูกจับตา
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสยองขวัญ สั่งให้ผมเป็นเด็กดื้อของคุณอายมทูต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!