กลิ่นคาวสนิมเหล็กและน้ำยาฆ่าเชื้อราคาถูกคละคลุ้งจนแสบจมูก เสียงติ๊ดต่ำๆ จากหน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานที่ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศกำลังทำหน้าที่ตอกย้ำสถานการณ์อันเป็นตายเท่ากัน
[-100 แต้ม: เงื่อนไขการลงทัณฑ์ขั้นเด็ดขาดเริ่มทำงาน]
ตัวเลขสีเลือดนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่สัญลักษณ์ดิจิทัล แต่มันคือลมหายใจที่กำลังถูกสูบออกจากร่างของเรย์ วิศวกรหนุ่มผู้ใช้ตรรกะเหนืออารมณ์ เขากำลังยืนพิงกำแพงปูนเปลือยในห้องฉุกเฉินร้างของโรงพยาบาลเขตใต้ เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย ลมหายใจหอบกระชั้นถี่รัวจนหน้าอกกระเพื่อมไหว
ระบบสยองขวัญเฮงซวยนี่เล่นตลกกับชีวิตเขาเกินไปแล้ว แค่ทำภารกิจขัดใจยมทูตข้างกายไปนิดเดียว แต้มสะสมที่สะบักสะบอมหามาได้ก็ติดลบฮวบฮาบจนกลไกการลงทัณฑ์อัตโนมัติส่งเสียงเตือนเดالลีย์ระรัว บ่งบอกว่าเซลล์ในร่างกายกำลังจะเริ่มสลายตัวในอีกไม่ถึงสิบนาทีข้างหน้า
"ถ้ายังหายใจทิ้งขว้างอยู่แบบนั้น เกรงว่าคุณจะได้ไปทัวร์นรกขุมที่สิบก่อนกำหนดนะครับ, มนุษย์จอมดื้อ"
เสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยแต่แฝงความเย้าแหย่ดังขึ้นจากมุมมืด เซธก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัว ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเข้มไร้รอยยับดูตัดกับบรรยากาศอันน่าสยดสยองรอบตัวอย่างสิ้นเชิง ดวงตาสีเพลิงคู่คมกวาดมองหน้าจอสีแดงก่อนจะเหลือบมามองเรย์ด้วยแววตานิ่งสนิท คล้ายกำลังชมการแสดงละครสัตว์ชุดโปรดที่ใกล้จะถึงฉากไคลแม็กซ์
เรย์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นสบตา เขากัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสันนูน สมองส่วนหน้าทำงานด้วยความเร็วสูงเพื่อประมวลผลข้อมูลทั้งหมดที่มีในหัว ตรรกะและเหตุผลถูกนำมากรองผ่านสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไม่รีบร้อน แม้ความเจ็บปวดแปลบปลาุกจะแล่นริ้วไปตามเส้นประสาททุกครั้งที่ขยับตัว
"ระบบไม่ได้บอกให้ผมตาย... แต่มันบังคับให้ผมต้อง 'แก้ปัญหา' ด้วยทรัพยากรที่มีจำกัดต่างหาก" เรย์เอ่ยเสียงแหบพร่า แต่น้ำเสียงยังคงความมั่นคงไว้อย่างน่าทึ่ง เขาปาดเหงื่อที่ขมับออกลวกๆ ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบห้อง
ในสายตาของวิศวกร สิ่งของทุกชิ้นไม่ได้เป็นเพียงแค่วัตถุไร้ค่า แต่มันคือ 'ชิ้นส่วน' ที่รอการประกอบเข้าด้วยกัน
เขาลากสังขารที่หนักอึ้งไปยังรถเข็นอุปกรณ์การแพทย์สแตนเลสที่ขึ้นสนิมเขรอะ บนนั้นมีขวดน้ำเกลือที่หมดอายุแล้ว หลอดฉีดยาพลาสติกที่ยังไม่ได้แกะซีล ถุงมือยาง และที่สำคัญที่สุดคือชุดปฐมพยาบาลฉุกเฉินที่บรรจุสารเคมีพื้นฐานจำพวกไอโอดีน แอลกอฮอล์ล้างแผล 70% และผงคาร์บอนกัมมันต์สำหรับล้างพิษในกระเพาะอาหาร
เซธหรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทีจริงจังของอีกฝ่าย "คุณกำลังจะบอกผมว่า... จะใช้ขยะพวกนี้ปรุงยาถอนพิษจากคำสาปของยมทูตอย่างนั้นหรือครับ? ช่างเป็นความคิดที่ท้าทายกฎแห่งความตายเสียจริง"
"คำสาปก็แค่โค้ดคำสั่งที่เขียนขึ้นด้วยตรรกะบิดเบี้ยวบางอย่าง... และทุกโค้ด ย่อมมีช่องโหว่" เรย์หยิบหลอดฉีดยาขึ้นมาหมุนดูอัตราส่วนด้วยความแม่นยำระดับเดียวกับที่ใช้ควบคุมเครื่องจักรกลหนัก
เรย์เริ่มลงมือด้วยความรวดเร็วแต่สุขุม มือเรียวยาวสวมถุงมือยางสีขาวอย่างคล่องแคล่ว เขาเทแอลกอฮอล์ล้างแผลลงในบีกเกอร์แก้วเก่าๆ ที่หลงเหลืออยู่ จากนั้นใช้ด้ามมีดผ่าตัดกะเทาะเอาผงคาร์บอนกัมมันต์ออกมาบดละเอียดด้วยความระมัดระวัง เพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวในการดูดซับสารพิษที่กำลังกัดกินกระแสเลือดของตนเอง
"สารละลายเอทานอลความเข้มข้นสูงจะช่วยทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการสลายโครงสร้างโปรตีนของพิษระดับต่ำ... แต่ถ้าทำแค่นั้น ร่างกายผมคงพังก่อนที่ยาจะออกฤทธิ์" เรย์พึมพำกับตัวเองราวกับกำลังสอนนักศึกษาในห้องเลคเชอร์
เซธเดินเข้าไปใกล้ขึ้น ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนได้กลิ่นจางๆ ของโคโลญจ์ราคาแพงผสมกับกลิ่นควันบุหรี่จางๆ จากตัวยมทูตหนุ่ม นัยน์ตาสีเพลิงจ้องมองเรียวผับที่ชุ่มเหงื่อของเรย์อย่างพิจารณา "คุณช่างเป็นมนุษย์ที่น่าสนใจเสียจริง... ในยามที่คนอื่นกำลังร้องขอความเมตตาจากความตาย แต่คุณกลับเลือกที่จะนั่งเขียนสมการเคมีเพื่อต่อรองกับมัน"
"ผมไม่ได้ต่อรอง... ผมกำลังแก้ไขบั๊กต่างหาก" เรย์ตอบสวนกลับทันควันโดยไม่เงยหน้า ดวงตาคมกวาดมองหน้าจอโฮโลแกรมที่นับถอยหลังเหลือเวลาอีกเพียงสามนาที
[-100 แต้ม: สถานะวิกฤต - เหลือเวลา 03:15 นาที]
เรย์คว้าขวดสารละลายที่ผสมเสร็จแล้วขึ้นมา เขย่าเบาๆ จนของเหลวภายในเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวกับน้ำหมึก จากนั้นเขาใช้เข็มฉีดยาดูดของเหลวปริมาณพอเหมาะขึ้นมาอย่างแม่นยำ ปลายเข็มแหลมคมสะท้อนกับแสงไฟกระพริบจากเพดานห้อง
เซธโน้มตัวลงมาใกล้ข้างหูของเรย์ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนขนลุกซู่ เสียงกระซิบต่ำทุบทำลายสมาธิอันเปราะบาง "ระวังด้วยนะครับ... ถ้าสูตรที่คุณคำนวณผิดพลาดแม้แต่มิลลิเมตรเดียว พิษนั่นจะไม่เพียงแค่ถอนคำสาป แต่มันจะละลายเส้นเลือดหัวใจของคุณให้กลายเป็นจุลในทันที"
เรย์ชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที แต่ความลังเลนั้นกินเวลาไม่ถึงพริบตา เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ปลายเข็มถูกจ่อตรงเข้าที่เส้นเลือดดำบริเวณข้อพับแขนซ้ายอย่างไม่ลังเล
*ฉึก!*
ความเจ็บปวดราวน้ำกรดราดรดแล่นพล่านไปทั่วแขนจนเรย์ต้องกัดฟันกรอดจนเลือดซอกปาก เขาเดินเครื่องกดก้านหลอดฉีดยาให้ของเหลวสีดำไหลเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรงทันที
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องฉุกเฉินชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวราดกับเสียงติ๊ดของระบบที่นับถอยหลังเข้าใกล้ศูนย์
*3... 2... 1...*
หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานกะพริบวูบวาบ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีฟ้าครามสดใสในพริบตา พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นอย่างราบรื่น
[ติ๊ง! ตรวจพบการประยุกต์ใช้อุปกรณ์พยาบาลสร้างยาถอนพิษสำเร็จ]
[เงื่อนไขการลงทัณฑ์ถูกยกเลิก]
[แต้มสะสม: +150 แต้ม (โบนัสความฉลาด)]
เรย์ทรุดตัวลงพิงกับโต๊ะสแตนเลสอย่างหมดแรง ลมหายใจหอบถี่ค่อยๆ กลับมาเป็นปกติ เม็ดเหงื่อไหลย้อยลงตามกรอบหน้า แต่รอยยิ้มมุมปากกลับปรากฏขึ้นอย่างผู้ชนะ เขายกแขนขึ้นเช็ดเหงื่อออกลวกๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับยมทูตหนุ่มที่ยืนกอดอกมองเขาด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่ยากจะคาดเดา
"เห็นไหมครับ... ผมบอกแล้วว่าผมจัดการได้" เรย์เอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะอย่างเหนื่อยอ่อน
เซธโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบชนกัน ดวงตาสีเพลิงลุกโชนด้วยประกายบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหยั่งถึง นิ้วเรียวยาวเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากของเรย์อย่างแผ่วเบา สัมผัสที่เย็นเยียบแต่กลับชวนให้ใจสั่นสะท้าน
"เก่งมากครับ เด็กดื้อของผม..." เซธกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงถอนหายใจ "แต่ดูเหมือนว่า... ความสนุกเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆเสียแล้ว"
ยังไม่ทันที่เรย์จะได้เอ่ยปากถามความหมาย ประตูเหล็กบานหนาของห้องฉุกเฉินที่ควรจะถูกปิดตาย ก็ส่งเสียง 'คลิก' ลั่นดังสนั่น ราวกับกลไกบางอย่างจากภายนอกกำลังถูกปลดล็อก พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสبيดที่กำลังวิ่งตรงมาทางนี้ด้วยความเร็วสูง!
---
ขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ บรรทัดนี้นะครับ
ระบบสยองขวัญ สั่งให้ผมเป็นเด็กดื้อของคุณอายมทูต•ตอนที่ 7
กลยุทธ์ของนักปรุงยา
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสยองขวัญ สั่งให้ผมเป็นเด็กดื้อของคุณอายมทูต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!