กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของคลังสินค้าใต้ดินเขตสามสิบเจ็ด ไม่ใช่สิ่งที่ควรหลงเหลืออยู่ในความทรงจำของวิศวกรผู้ยึดมั่นในตรรกะอย่างเรย์แม้แต่น้อย ทว่าในวินาทีนี้ สัมผัสเย็นเยียบของโซ่ตรวนเวทมนตร์ที่พันธนาการข้อมือทั้งสองข้างไว้กับเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก กลับเป็นความจริงที่เด่นชัดเสียยิ่งกว่าสมการคณิตศาสตร์ใดๆ ในโลก
"นายประเมินตัวแปรฝั่งมนุษย์ต่ำเกินไปอีกแล้วนะ เรย์"
เสียงฝีเท้าที่กระทบพื้นปูนซีเมนต์ดังสะท้อนก้องกังวาน มันเป็นจังหวะที่คุ้นเคยเสียจนเรย์ไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมองก็รู้ว่าเป็นใคร 'กรณ์' เพื่อนสนิทที่ร่วมเป็นร่วมตายผ่านวิกฤตการณ์รอยแยกมิติมาด้วยกันถึงสามครั้งสามหน ก้าวออกมาจากความมืดของเงาเสา พร้อมกับรอยยิ้มที่เรย์ไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อนในยามที่อีกฝ่ายสวมบทบาทเป็นผู้ช่วยมือหนึ่ง
เรย์เงยหน้าขึ้นช้าๆ แววตาของเขายังคงนิ่งสงบ ไร้ซึ่งร่องรอยความตื่นตระหนก แม้ว่าเลือดจะซึมไหลออกจากบาดแผลบริเวณขมับซ้ายก็ตาม เขากวาดสายตามองรอบตัวอย่างรวดเร็วเพื่อวิเคราะห์สภาพแวดล้อม กลไกเวทมนตร์รอบตัวถูกติดตั้งไว้อย่างประณีต เป็นรูปแบบอักษรยันต์โบราณที่สกัดกั้นการเชื่อมต่อระหว่างเขากับระบบสยองขวัญได้อย่างสมบูรณ์แบบ ช่างเป็นแผนการที่ต้องใช้เวลาเตรียมการไม่ต่ำกว่าสองเดือน... หรืออาจจะนานกว่านั้น ตั้งแต่วันที่เราเริ่มสำรวจดันเจี้ยนชั้นใต้ดินครั้งแรก
"นายไม่ได้ถูกควบคุมโดยเงาของยมทูตสินะ กรณ์" เรย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว มีเพียงความสงสัยใคร่รู้ตามประสาคนช่างสังเกต "รอยสักรูปงูที่ต้นคอของนาย... มันคือตราประทับของสมาคมนักล่าแต้มลับแลใช่ไหม"
กรณ์หยุดเดิน ห่างออกไปเพียงสามก้าว เขายกมือขึ้นลูบรอยสักสีดำสนิทที่โผล่พ้นคอเสื้อขึ้นมาเล็กน้อย ดวงตาของเพื่อนสนิทที่เคยฉายแววเป็นมิตรมาตลอด กลับกลายเป็นความเย็นชาและว่างเปล่า
"นายฉลาดเสมอเลยนะเรย์ นั่นแหละคือเหตุผลว่าทำไมฉันถึงต้องลงมือเอง" กรณ์ถอนหายใจเบาๆ หยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดออกมาเช็ดมือราวกับรังเกียจฝุ่นละอองในอากาศ "โลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยมิตรภาพหรือความฝันอันสวยงามหรอกนะ มันขับเคลื่อนด้วยทรัพยากร... และ 'แต้มระบบ' ที่นายถือครองอยู่ผูกขาดสิทธิ์การเข้าถึงหอคอยมรณะทั้งหมดไว้คนเดียว นายคิดว่าพวกเบื้องบนจะยอมปล่อยให้คนๆ เดียวถือครองกุญแจดอกนั้นไปตลอดกาลอย่างนั้นเหรอ"
เรย์แค่นหัวเราะในลำคอเล็กน้อย เป็นเสียงหัวเราะที่สั้นและแห้งแล้ง "ที่แท้ก็แค่สุนัขรับใช้ที่กลัวว่าตัวเองจะหมดประโยชน์สินะ... แต่ก็น่าเสียดาย ที่นายเลือกวิธีที่โง่ที่สุดในการกำจัดฉัน"
"โง่เหรอ?" กรณ์หรี่ตาลง รอยยิ้มเยาะปรากฏขึ้นที่มุมปาก "นายถูกตัดขาดจากระบบ นายไม่มีพลังเวทมนตร์หลงเหลืออยู่ในร่างกาย และโซ่ตรวนนั่นถูกหลอมขึ้นจากกระดูกของยมทูตชั้นต่ำ นายไม่มีทางหลุดออกไปได้หรอก เรย์ ยอมแพ้แล้วมอบสิทธิ์การควบคุมระบบให้ฉันซะดีๆ บางทีฉันอาจจะไว้ชีวิตนาย ให้มานั่งเป็นทาสคอยคำนวณสูตรอาหารให้ฉันในวันข้างหน้า"
ในขณะที่บทสนทนากำลังดำเนินไปอย่างตึงเครียด บรรยากาศภายในห้องใต้ดินกลับลดฮวบลงจนอุณหภูมิติดลบ ลมหายใจของทั้งสองคนเริ่มปรากฏเป็นไอสีขาวจางๆ เงาดำสนิทที่มุมห้องเริ่มบิดเบี้ยวและขยายตัวขึ้นอย่างไร้สาเหตุ
เซธ ซึ่งควรจะถูกผนึกกำลังไว้ด้วยกลไกเดียวกัน กลับค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืดมิดเบื้องหลังของกรณ์ ร่างจำลองในชุดสูทสีดำสนิทของยมทูตหนุ่มดูเยือกเย็นและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ดวงตาคู่คมกริบมองตรงไปยังกรณ์ราวกับมองซากศพที่ไร้ลมหายใจ
กรณ์สะดุ้งสุดตัว ขนลุกซู่ไปทั้งร่างเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลที่พุ่งตรงมาที่แผ่นหลัง เขาหันขวับกลับไปมองด้วยความตกใจ "เป็นไปไม่ได้! ฉันใช้กรงข่ายเวทมนตร์กักขับวิญญาณระดับสูงไว้แล้วนี่ ทำไมแกถึง..."
"เจ้ามนุษย์ตัวน้อยเอ๋ย..." เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกของเซธดังขึ้น ราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรกที่ลึกที่สุด "เจ้าคิดจริงๆ หรือว่า โซ่ตรวนที่สร้างจากเศษกระดูกผุพัง จะสามารถล่ามโซ่ 'เจ้าของแท้จริง' ของนรกภูมิแห่งนี้ได้"
เซธไม่ได้แม้แต่จะชายตามองโซ่เวทมนตร์ที่เรย์ถูกล่ามไว้ เขาย่างก้าวเข้าไปหากรณ์อย่างเชื่องช้า แต่ละย่างก้าวทำให้พื้นปูนซีเมนต์ใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นรอยแยกสีดำสนิท ไอร้อนระอุและกลิ่นอายแห่งความตายแผ่ขยายออกไปรอบทิศทาง จนกรณ์ต้องถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่นว่าสิ่งมีชีวิตตรงหน้าไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์จะต่อกรได้
"เซธ..." เรย์เอ่ยเรียกเบาๆ น้ำเสียงของเขายังคงนิ่งสงบ แต่มันช่วยดึงสติของยมทูตหนุ่มให้หยุดชะงักลงได้ครึ่งก้าว เซธชำเลืองมองวิศวกรหนุ่มแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาจ้องเหยื่อในกำมือด้วยแววตาไร้ความปรานี
เรย์ไม่ได้มองไปที่เซธ สายตาของเขากลับก้มลงมองที่ข้อมือของตัวเองที่ถูกพันธนาการไว้ รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของเรย์ทำให้กรณ์รู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างบอกไม่ถูก
"นายคำนวณพลาดไปอย่างหนึ่งนะ, กรณ์" เรย์เงยหน้าขึ้นสบตาอดีตเพื่อนสนิท น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจที่น่าขนลุก "นายบอกว่าฉันถูกตัดขาดจากระบบ... แต่นายลืมไปว่า ระบบสยองขวัญไม่ได้ทำงานด้วยพลังเวทมนตร์ของฉัน แต่มันทำงานด้วย 'ตรรกะของความตาย' ที่ฉันเป็นคนเขียนกฎขึ้นมาต่างหาก"
สิ้นเสียงของเรย์ หน้าจอสีแดงฉานนับร้อยหน้าต่างก็สว่างวาบขึ้นกลางอากาศรอบตัวพวกเขา เสียงแจ้งเตือนของระบบดังระรัวซ้อนกันจนกลายเป็นเสียงหวีดหหลอนที่บาดแก้วหู
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบความพยายามในการแทรกแซงสิทธิ์การควบคุมจากบุคคลภายนอก]
[ระบบความปลอดภัยฉุกเฉิน: เปิดใช้งานโปรโตคอลล้างบาง 'กับดักของมวลมนุษย์' (Human Trap Protocol)]
[เงื่อนไขผ่านเกณฑ์: ตรวจพบการหักหลังของผู้ร่วมทีมระดับความสัมพันธ์ > 80%]
[กำลังดาวน์โหลดคำสั่งพิเศษจากผู้ดูแลระบบสูงสุด... เสร็จสิ้น 100%]
กรณ์เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ร่างกายของเขาเริ่มแข็งทื่อ ขยับเขยื้อนไม่ได้ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยตะปูเวทมนตร์นับพันดอก อักษรยันต์โบราณรอบห้องที่เคยเรืองแสงสีทอง กลับเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานและเริ่มเผาไหม้กลายเป็นเถ้าถ่าน
"อ... อะไรกันเนี่ย! นี่มันบ้าอะไร! ทำไมระบบถึงยังตอบสนองแกอยู่!" กรณ์ส่งเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ขณะที่ผิวหนังบริเวณต้นคอเริ่มมีรอยแตกร้าวและมีละอองแสงสีดำพวยพุ่งออกมา
เรย์ขยับข้อมือเพียงเล็กน้อย โซ่ตรวนเวทมนตร์ที่ควรจะแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า กลับปริแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยแรงดันอากาศที่ถูกบีบอัดอย่างแม่นยำ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดฝุ่นตามเสื้อสูทอย่างใจเย็น ก่อนจะก้าวเข้าไปหยุดยืนเคียงข้างเซธ ร่างสูงของยมทูตหนุ่มขยับเข้าใกล้เรย์โดยอัตโนมัติ ราวกับเป็นการแสดงออกถึงการปกป้องโดยสัญชาตญาณ
"เพราะนายมันก็เป็นแค่ตัวแปรชั้นต่ำ ที่ถูกคำนวณไว้ในสมการตั้งแต่แรกแล้วต่างหากล่ะ, กรณ์" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่น้ำคำกลับเชือดเฉือนถึงกระดูกดำ "ขอบพระคุณสำหรับข้อมูลที่ช่วยยืนยันหนอนบ่อนไส้ในสมาคมนะ... ตอนนี้ หมากตัวนี้หมดประโยชน์แล้วล่ะครับ เซธ เชิญจัดการได้เลย"
เซธยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ชวนให้ใจสั่นระทึก มือเรียวยาวเอื้อมไปแตะที่ไหล่ของกรณ์เบาๆ ท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ดังระงมไปทั่วคลังสินค้าใต้ดิน
ทว่า ในวินาทีที่ร่างของกรณ์กำลังจะสลายกลายเป็นละอองความมืดนั้นเอง เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดที่เรย์ไม่เคยได้ยินมาก่อน ก็ดังขึ้นแทรกกลางความเงียบงัน...
[แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ SSS: ตรวจพบการตื่นตัวของ 'บอสลับ' นอกเหนือขอบเขตการควบคุม]
[คำเตือน: เจ้าของร่างจำลองเซธ กำลังสูญเสียสิทธิ์การควบคุม... ตัวตนที่แท้จริงกำลังถูกเปิดเผย]
[บุคคลปริศนา: ผู้ถือครองกุญแจชั้นลบตัวจริง ได้ก้าวเข้าสู่พื้นที่เขตสามสิบเจ็ดแล้วในขณะนี้...]
เรย์ชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวเดิน ดวงตาคู่คมกวาดมองไปที่หน้าต่างระบบสีแดงฉานที่สั่นไหวอย่างรุนแรง ขณะที่เซธพลันชะงักง่าย แววตาของยมทูตหนุ่มไหววูบด้วยความตกใจเป็นครั้งแรก ร่างกายของเซธเริ่มโปร่งแสงลงทีละน้อยราวกับจะเลือนหายไปในอากาศ
และในความมืดมิดเบื้องหน้า ที่ซึ่งควรจะมีเพียงซากปรักหักพัง เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและคุ้นเคยอย่างประหลาด ก็ดังขึ้น... ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ เรย์... น้องชายตัวน้อยของฉัน"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนากับลิฟต์แก้วชั้นลบมา ณ ที่นี้นะครับ
ระบบสยองขวัญ สั่งให้ผมเป็นเด็กดื้อของคุณอายมทูต•ตอนที่ 24
กับดักของมวลมนุษย์
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสยองขวัญ สั่งให้ผมเป็นเด็กดื้อของคุณอายมทูต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!