กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก จนผมแทบไม่อยากสูดลมหายใจลึกเกินไป โถงทางเดินยาวเบื้องหน้ามืดสนิท มีเพียงแสงสีฟ้าเรืองรองจากหน้าต่างสถานะโปร่งแสงของระบบที่ลอยเคว้งอยู่ตรงหน้า เป็นเครื่องเตือนใจว่าผมไม่ได้กำลังฝันไป... แต่นี่คือความจริงอันโหดร้ายที่ผมต้องเอาชีวิตรอด
"ถ้าคุณยังก้าวขาช้าอีกสามวินาที รองเท้าหนังราคาแพงของคุณคงได้เปื้อนเลือดสีดำของพวกมันจนซักไม่ออกแน่ครับ เรย์"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย้าแหย่นิดๆ ดังขึ้นจากด้านข้าง เซธ ในร่างจำลองมนุษย์สวมชุดสูทสีเข้มไร้รอยยับ เขายืนพิงผนังอิฐมอญเก่าๆ อย่างสบายอารมณ์ ราวกับไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับฝูงเงาสยองขวัญที่กำลังคืบคลานมาจากปลายทางเดิน
ผมเหลือบมองชายหนุ่มผู้มีสถานะเป็นถึงยมทูตชั้นสูงด้วยหางตา สมองส่วนหน้าประมวลผลอย่างรวดเร็วโดยตัดความตื่นตระหนกทิ้งไปทั้งหมด "ความเร็วในการเคลื่อนที่ของพวกมันไม่ได้คงที่ครับเซธ แรงดันอากาศในโถงนี้ลดลงต่ำกว่าปกติร้อยละสิบสอง นั่นหมายความว่าออกซิเจนกำลังเบาบาง และพวกมันถูกกระตุ้นด้วยคาร์บอนไดออกไซด์จากการหายใจของเรา ยิ่งเราหายใจแรง พวกมันยิ่งเข้าใกล้เร็วขึ้น"
เซธเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาสีรัตติกาลทอประกายความสนใจระคนทึ่ง "ช่างสังเกตสมกับเป็นวิศวกรโครงสร้างจริงๆ นะครับ... แต่ทฤษฎีทางฟิสิกส์ของคุณ จะช่วยหยุดกรงเล็บของวิญญาณอาฆาตพวกนั้นได้สักกี่วินาทีเชียว?"
*ก R า ซ ซ ซ — !*
เสียงกรีดร้องโหยหวนราวกับเหล็กขูดกระจกดังสะท้อนมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง เงาดำบิดเบี้ยวหลายสิบสายพุ่งตัวเลื้อยไปตามผนังและเพดานด้วยความเร็วเหนือธรรมชาติ ดวงตาสสีแดงฉานนับคู่ไม่ถ้วนจ้องมองมาที่เราราวกับเหยื่ออันโอชะ
ผมสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ บังคับอัตราการเต้นของหัวใจให้อยู่ในเกณฑ์ปกติเพื่อไม่ให้ค่าสถานะความตื่นตระหนกพุ่งสูงเกินขีดจำกัด หน้าต่างระบบตรงหน้ากะพริบถี่รัว
[แจ้งเตือนระบบ: คุณอยู่ในเขตพื้นที่อันตรายระดับ B]
[ภารกิจปัจจุบัน: "ภารกิจเอาตัวรอดเลเวล 1" - ข้ามผ่านโถงทางเดินเงาสยองโดยไม่ใช้ความรุนแรง (0/1)]
[เงื่อนไขพิเศษ: ห้ามชีพจรเต้นเกิน 120 ครั้งต่อนาที และห้ามโจมตีกลับเด็ดขาด]
บ้าจริง... นี่มันระบบตรรกะวิปริตอะไรกัน ให้เอาชีวิตรอดจากฝูงผีโดยห้ามสู้เนี่ยนะ?
เงาแรกพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงแหวกอากาศ ผมไม่ขยับหนี ปล่อยให้สมองคำนวณระยะห่างด้วยสายตา 0.5 เมตร... 0.3 เมตร...
หมับ!
มือเรียวยาวของเซธเอื้อมมาคว้าไหล่ผมแล้วดึงหลบไปด้านข้างอย่างเฉียดฉิว ลมเย็นเยียบพัดผ่านใบหน้าจนผิวหนังลุกชัน เงาสยองพุ่งเลยผ่านไปกระแทกเข้ากับผนังด้านหลังจนอิฐปูนแตกกระจาย
"อย่าประเมินความใจกล้าของตัวเองสูงเกินไปสครับ เรย์ ความตายไม่ได้ให้อภัยคนที่ชอบคำนวณเลขผิดพลาดหรอกนะ" เซธกระซิบเบาๆ ข้างหู ลมหายใจของอีกฝ่ายเจือกลิ่นอายความเย็นยะเยือกของยมโลก แต่มันกลับสร้างความอุ่นใจอย่างประหลาดท่ามกลางบรรยากาศชวนขนลุกนี้
"ผมไม่ได้คำนวณผิดครับ..." ผมเอ่ยเสียงเรียบ สายตายังคงจับจ้องร่องรอยการสลายตัวของเงาดำตัวนั้น "...ผมแค่อยากพิสูจน์สมมติฐานบางอย่าง บั๊กของระบบในโซนนี้ไม่ได้อยู่ที่ความดุร้ายของพวกมัน แต่อ1ยู่ที่ 'จุดบอดทางสายตา' ต่างหาก"
เซธชะงักไปนิด ดวงตาคมกริบมองผมอย่างพินิจพิเคราะห์ "หืม? ว่ามาสิครับ วิศวกรตัวน้อยของผม"
"สังเกตเงาพวกนั้นสครับ พวกมันเคลื่อนไหวตามคลื่นความร้อนในร่างกาย แต่ถ้าเราปรับอุณหภูมิผิวเผินให้เท่ากับสภาพแวดล้อมรอบตัวผ่านการควบคุมการไหลเวียนโลหิต ระบบประมวลผลภาพของพวกมันก็จะมองไม่เห็นเรา" ผมอธิบายพลางใช้ปลายนิ้วกดจุดชีพจรที่ข้อมือซ้ายตามหลักการแพทย์แผนโบราณที่เคยศึกษา เพื่อลดการไหลเวียนเลือดไปยังผิวหนังชั่วคราว
ชั่วพริบตาเดียว เงาสยองนับสิบตัวที่กำลังพุ่งตรงมาทางเราราวกับฝูงผีดิบคลั่ง ก็ชะงักกึกพร้อมกัน พวกมันหันซ้ายหันขวาด้วยความสับสน ดวงตาสีแดงฉานกวาดมองไปรอบโถงทางเดินอย่างไร้ทิศทาง ก่อนจะส่งเสียงคำรามฮึดฮัดด้วยความหงุดหงิดแล้วเลื้อยหลบหายเข้าไปในความมืดของผนังฝั่งตรงข้าม
[แจ้งเตือนระบบ: ผู้เล่นเรย์ใช้กลยุทธ์ "อำพรางความร้อน" สำเร็จ!]
[ผ่านเงื่อนไขพิเศษ: ควบคุมชีพจรคงที่ตลอดภารกิจ]
[ท่านได้รับแต้มประสบการณ์ +500 และทักษะติดตัว: "สายตาแห่งตรรกะ (Lv.2)"]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นพร้อมกับแสงสีทองจางๆ ที่ลอยวนรอบตัว ผมผ่อนลมหายใจออกยาวเหยียด ยอมรับว่าเม็ดเหงื่อกาฬเริ่มผุดพรายขึ้นตามไรผม แม้จะรอดมาได้ด้วยสมอง แต่มันก็กินพลังงานไปไม่น้อยทีเดียว
เซธปรบมือช้าๆ สองครั้ง เสียงก้องกังวานในโถงทางเดินที่เงียบสงบ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของยมทูตหนุ่ม แววตาคู่นั้นลึกล้ำจนยากจะคาดเดาความรู้สึก
"ยอดเยี่ยมมากครับ คุณนี่มันน่าสนใจขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่ผมคิดว่าคุณจะจนมุม คุณกลับหาทางออกที่คาดไม่ถึงได้เสมอ... สมแล้วที่คุณเป็น 'เด็กดื้อ' ที่ผมต้องคอยจับตาดูเป็นพิเศษ" เซธโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนผมได้กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าในยามวิกาลจากตัวอีกฝ่าย "แต่ความสนุกมันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นนะครับ เรย์"
ยังไม่ทันที่ผมจะได้เอ่ยปากถามความหมายของประโยคกำกวมนั้น พื้นหินใต้ฝ่าเท้าก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับแผ่นดินไหว รอยแตกร้าวสีดำสนิทแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง พร้อมกับไอร้อนและเสียงคำรามต่ำๆ ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิมดังขึ้นมาจากใต้พื้นพิภพ
หน้าต่างระบบตรงหน้าหายวับไปกับตา ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยกรอบสีแดงฉานขนาดใหญ่ที่กระพริบเตือนรัวเร็วอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับข้อความตัวอักษรสีเลือดที่สลักลึกลงไปในโสตประสาท
[แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ SSS: ตรวจพบการตื่น ฯ ของ "ผู้พิทักษ์แห่งประตูนรก - เบฮีมอธ (ร่างจำศีล)"]
[คำเตือน: โครงสร้างทางกายภาพของโถงทางเดินกำลังจะล่มสลายในอีก 30 วินาที]
[ภารกิจบังคับ: จับมือกับ "เซธ" และกระโดดลงสู่เหวเบื้องล่างเพื่อเอาชีวิตรอด มิฉะนั้นวิญญาณจะถูกบดขยี้อย่างไร้ทางเลือก!]
ผมก้มมองรอยแยกที่กำลังอ้ากว้างขึ้นเรื่อยๆ เบื้องล่างมีแต่ความมืดมิดไร้ก้นบึ้ง และก่อนที่ผมจะทันได้คำนวณแรงโน้มถ่วงหรือความเป็นไปได้ในการรอดชีวิต มือหนาของเซธก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของผมอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด แรงดึงนั้นทรงพลังเสียจนร่างผมเซถลาเข้าไปประชิดอกแกร่งของอีกฝ่ายโดยไม่ต้องขออนุญาต
เซธก้มลงมองหน้าผม รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นท่ามกลางวิกฤตอันตาย "เชื่อใจผมไหมครับ... เด็กดื้อ?"
ก่อนที่สติของผมจะทันประมวลผลคำถามนั้น ร่างของเราทั้งคู่ก็ร่วงหลิ่งลงไปในความมืดมิดของเหวเบื้องล่างพร้อมกับแรงระเบิดที่ทำลายโถงทางเดินจนราบคาบเป็นจุล!
---
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเอาใจช่วยผมกับเซธมาจนถึงบรรทัดนี้นะครับ ตอนหน้าเราจะไปเผชิญหน้ากับอะไรในก้นบึ้งนรกนั้น โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยความระทึกใจนะครับ!
ระบบสยองขวัญ สั่งให้ผมเป็นเด็กดื้อของคุณอายมทูต•ตอนที่ 5
ภารกิจเอาตัวรอดเลเวล 1
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสยองขวัญ สั่งให้ผมเป็นเด็กดื้อของคุณอายมทูต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!