กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอายความตายที่ถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงสีชาดคละคลุ้งไปทั่วห้องโถงใต้ดินของเขตมลทินที่เจ็ด พื้นหินปูนแกร่งแตกร้าวเป็นทางยาวราวกับใยแมงมุม เศษซากของสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ระดับสูงนอนแน่นิ่งอยู่เบื้องล่าง แต่บรรยากาศภายในห้องกลับไม่ได้ให้ความรู้สึกถึงชัยชนะแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความเงียบงันที่ปกคลุมอยู่กลับหนักอึ้งจนแทบทำให้ลมหายใจสะดุด
เรย์ทรุดตัวลงพิงกับเสาหินขนาดใหญ่ ลมหายใจของเขากระชั้นถี่และขาดช่วง เสื้อผ้าคลุมไหล่สีเข้มขาดวิ่นจนเผยให้เห็นรอยแผลฉีกขาดพาดผ่านตั้งแต่หัวไหล่ลามลงมาถึงแผ่นหลัง เลือดสีแดงสดซึมทะลุผ้าพันแผลเนื้อหยาบหยดลงกระทบพื้นหินทีละหยด เสียงหยดของของเหลวสีชาดนั้นดังสะท้อนก้องในโสตประสาท ราวกับเครื่องจับเวลาถอยหลังที่กำลังนับถอยสู่จุดวิกฤต
ดวงตาสีเทาเข้มของวิศวกรหนุ่มหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความอ่อนล้า เขากำลังประเมินสถานการณ์ด้วยตรรกะอันเย็นชาตามนิสัย ถึงแม้ร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนภัยขั้นวิกฤตจากระบบประสาท แต่สมองของเขายังคงคำนวณอัตราการสูญเสียเลือดและพลังงานสำรองในระบบอย่างไร้อารมณ์
"คำนวณความเสียหายผิดพลาดไปสามเปอร์เซ็นต์... บั๊กของเกราะป้องกันวิญญาณในจุดอับสายตา ทำให้แรงกระแทกส่งตรงถึงเนื้อเยื่อชั้นใน" เรย์พึมพำกับตัวเองเบาๆ พยายามยกมือขึ้นเพื่อเรียกหน้าต่างสถานะของระบบขึ้นมาตรวจสอบ แต่ปลายนิ้วกลับสั่นเทาเกินกว่าจะควบคุมได้
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่หนักหน่วงและเย็นเยียบจนน่าขนลุกก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ
เซธก้าวเข้ามาใกล้ร่างที่กำลังทรุดลงของเรย์ ฝ่ายหลังเงยหน้าขึ้นมองคู่หูผู้มาจากแดนเบื้องสูงด้วยแววตาอ่อนแรง แต่สิ่งที่สะท้อนอยู่ในดวงตาคู่นั้นของยมทูตชั้นสูง กลับไม่ใช่ความเยือกเย็นหรือความสุขุมเช่นเคย
รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างจำลองของเซธในยามนี้เข้มข้นเสียจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว รัศมีสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นจากพื้นดินราวกับเปลวเพลิงที่ไร้ความร้อน แต่มันกลับแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางทางให้กลายเป็นจุล ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองรอยแผลบนร่างของเรย์นิ่งสนิท ราวกับกำลังใช้สายตานั้นเฉือนเนื้อหนังของศัตรูที่บังaniอาจสร้างบาดแผลนี้ขึ้นมาซ้ำเป็นร้อยๆ ครั้ง
"นายประเมินมันต่ำเกินไป เรย์" เสียงของเซธต่ำทุ้มและแหบพร่า มันไม่ใช่เสียงพูดคุยปกติ แต่เป็นเสียงที่ดังมาจากห้วงลึกของความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับเอาไว้จนถึงขีดจำกัด
"มันเป็นกลยุทธ์ที่คุ้มค่าที่สุดในสถานการณ์นั้น เซธ... ถ้าผมไม่เปิดช่องว่างให้มันโจมตี เราก็ไม่มีทางหาจุดอ่อนของแกนพลังงานหลักเจอ" เรย์พยายามแย้มยิ้มบางๆ เพื่อคลายบรรยากาศที่ตึงเครียด แต่นั่นกลับยิ่งเติมเชื้อเพลิงลงในกองเพลิงแห่งความพิโรธของเซธเข้าไปอีก
เซธไม่ได้ตอบคำถามนั้น ยมทูตหนุ่มย่อตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้นหินที่เปรอะเปื้อนเลือด มือเรียวยาวเอื้อมออกไปสัมผัสรอยแผลบนหัวไหล่ของเรย์อย่างแผ่วเบา ทว่าทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสโดนผิวเนื้อ แสงสีดำสนิทก็วาบขึ้น พร้อมกับระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าเรย์โดยไม่ต้องเอ่ยปากเรียก
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงพลังงานระดับสูงจากผู้คุม 'เซธ']
[คำเตือน: ขีดจำกัดความเสถียรของร่างจำลองทะลุเพดาน 100%]
[สถานะ: เซธกำลังปลดผนึกพลังที่แท้จริง...]
"เซธ... เดี๋ยว..." เรย์ขมวดคิ้วแน่น เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงมาบน
"ฉันบอกนายแล้วใช่ไหม ว่าอย่าทำอะไรเกินตัว" เซธเงยหน้าขึ้นสบตา เรย์สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านมาจากนัยน์ตาคู่นั้น แต่มันกลับซ่อนเร้นความเดือดดาลที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งให้มอดไหม้ "หน้าที่ของนายคือการมีชีวิตอยู่ตามสัญญา ไม่ใช่เอาตัวเองมาเป็นเครื่องมือแลกกับชัยชนะที่ไร้สาระแบบนี้"
"ผมคือนักวาง1แผน... ความเสี่ยงคือสิ่งที่ต้องคำนวณ ไม่ใช่สิ่งที่ต้องกลัว" เรย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แม้ลมหายใจจะเริ่มติดขัด
"งั้นก็จำใส่สมองเอาไว้ให้ดี ว่าความเสี่ยงครั้งต่อไปของนาย จะไม่มีวันเกิดขึ้นอีก"
สิ้นเสียงนั้น อุณหภูมิภายในห้องโถงก็ลดฮวบลงจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งสีดำเกาะตามผนังหิน พลังงานวิญญาณรอบตัวเซธหมุนวนเป็นพายุหมุนขนาดเล็ก บรรยากาศรอบตัวของยมทูตผู้เยือกเย็นแปรเปลี่ยนเป็นปีศาจแห่งความตายอย่างแท้จริง ความโกรธที่อัดแน่นไม่ใช่เพราะความอ่อนแอของเรย์ แต่เป็นเพราะความห่วงใยที่ถูกบิดMั่นจนกลายเป็นความดุดันที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เรย์เคยพบมา
ก่อนที่เรย์จะได้เอ่ยท้วงสิ่งใด เสียงเตือนภัยจากระบบหลักของหอคอยมลทินก็ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับรอยแยกมิติขนาดมหึมาที่เปิดออกตรงกลางห้องโถง และเงาร่างปริศนาของสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิมก้าวออกมาจากความมืดมิด
[แจ้งเตือนฉุกเฉิน: บอสลับแห่งชั้นที่ 7 'ผู้กลืนกินวิญญาณโบราณ' ตื่นจากการหลับใหลแล้ว!]
เซธลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชายผ้าคลุมปลิวไสวไปตามแรงพายุวิญญาณที่เขากำลังปลดปล่อย เขาสะบัดมือเพียงครั้งเดียว คลื่นดาบสีดำสนิทก็พุ่งแหวกอากาศออกไปตัดผ่านร่างของบอสลับที่เพิ่งก้าวออกมาขาดเป็นสองท่อนในพริบตาเดียว โดยไม่มีแม้แต่จังหวะให้สัตว์ประหลาดตนนั้นได้ส่งเสียงร้อง
พลังที่เหนือสามัญสำนึกนี้ทำให้เรย์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย นี่ไม่ใช่พลังของร่างจำลองปกติ แต่มันคือขุมพลังที่แท้จริงของยมทูตชั้นสูงที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นเพราะความโกรธ
เซธหันกลับมามองเรย์ที่นั่งพิงเสาอยู่ ชายหนุ่มย่อตัวลงอีกครั้ง วางแขนโอบประคองร่างที่บาดเจ็บของวิศวกรหนุ่มขึ้นมาอย่างระมัดระวัง แม้การกระทำจะนุ่มนวล แต่แววตายังคงแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยประกาศิตที่ไม่อาจขัดขืน
"เราจะกลับกันเดี๋ยวนี้... และหลังจากนี้ นายจะต้องถูกลงโทษฐานดื้อรั้นจนกว่าแผลพวกนี้จะหายดี" เซธเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาด
ทว่า ในวินาทีที่เซธกำลังจะพาเรย์ก้าวผ่านรอยแยกมิติกลับสู่เขตปลอดภัย จู่ๆ เสียงกระซิบที่คุ้นเคยและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความตายก็ดังขึ้นมาจากความว่างเปล่าเบื้องหลังพวกเขา
*"คิดว่าจะหนีพ้นจากกรงข่ายนี้ได้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ ท่านยมทูตผู้เลอโฉม..."*
เงาดำสนิทร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติที่ควรจะปิดตายไปแล้ว ร่างนั้นสวมหน้ากากอนاتกาลสีทองอร่าม และในมือถือเคียวโบราณที่อาบไปด้วยเลือดสีดำสนิท ซึ่งเป็น1ในผู้บริหารระดับสูงขององค์การมิติที่เรย์ตามหามาตลอด!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนากับลิฟต์แก้วชั้นลบมา ณ ที่นี้นะครับ
ระบบสยองขวัญ สั่งให้ผมเป็นเด็กดื้อของคุณอายมทูต•ตอนที่ 21
ความอดทนของเซธ
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสยองขวัญ สั่งให้ผมเป็นเด็กดื้อของคุณอายมทูต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!