หน้าจอโฮโลแกรมสีครามโปร่งแสงที่ลอยเคว้งคว้างอยู่เบื้องหน้าเรย์ ไม่ได้กำลังแสดงกราฟฟังก์ชันการปรับแต่งพลังงานวิญญาณอย่างที่มันควรจะเป็น แต่มันกลับกำลังฉายภาพกราฟฟิกรูปแมวเด็กหน้าตากวนประสาท กำลังกระดิกหูและแลบลิ้นใส่เขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานที่กระพริบถี่รัวจนน่าปวดหัว
[ ติ๊ง! ระบบตรวจพบความไม่สมดุลของปริมาณงาน (Workload Imbalance) ]
[ เนื่องจากท่าน ‘เรย์’ ผู้ถือครองสิทธิ์ชั้นต้น ได้รับคะแนนความประพฤติจากท่านยมทูต ‘เซธ’ สูงเกินค่ามาตรฐานความปลอดภัย (Safe Threshold) ระบบจึงจำเป็นต้องปรับสมดุลภารกิจประจำวัน เพื่อรักษาเสถียรภาพของมิติความตาย ]
[ ภารกิจเร่งด่วนระดับ D ถูกเพิ่มเข้าสู่คิวอัตโนมัติ: “การคัดแยกเศษเสี้ยววิญญาณตกค้างในเขตสุสานร้างชั้นที่ 7 จำนวน 3,500 ดวง” ภายในเวลา 3 ชั่วโมง ]
[ เวลาที่เหลือ: 02:59:45 ชั่วโมง… ]
เรย์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ดวงตาคู่คมหลังเลนส์แว่นกรองแสงกวาดตามองตัวเลขถอยหลังที่วิ่งลดลงอย่างรวดเร็วด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งเหนื่อยหน่าย ขบขัน และหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน เขาวางปากกาเวทมนตร์ในมือลงบนโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งที่เต็มไปด้วยตำราศาสตร์มืดหนาเตอะ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองบุคคลต้นเรื่องที่นั่งไขว่ห้างเอกเขนกอยู่บนโซฟาหนังสีดำมุมห้อง
เซธในร่างจำลองมนุษย์สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นผิวขาวซีดและปลายนิ้วเรียวยาวที่กำลังหมุนแก้วคริสตัลบรรจุของเหลวสีอำพันเล่นอย่างสบายอารมณ์ ดวงตาสีเพลิงคู่นั้นชำเลืองมองกลับมาที่เขา พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความเจ้าเล่ห์อย่างปิดไม่มิด
“มองผมด้วยสายตาแบบนั้น หมายความว่าอย่างไรกันครับ คุณวิศวกรคนเก่ง” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความรื่นรมย์ เจือแววเย้าแหย่ที่เด่นชัดเสียจนเรย์อยากจะหยิบกระดาษรายงานสิบรีมปาใส่หน้าอีกฝ่ายสักที
“ท่านอาเซธครับ” เรย์เอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น้ำหนักเสียงในแต่ละคำนั้นชัดถ้อยชัดคำ “ถ้าผมจำไม่ผิด เมื่อวานนี้เราเพิ่งตกลงกันว่า โควต้างานคัดแยกวิญญาณของเขตเจ็ด ถูกเลื่อนออกไปเป็นสัปดาห์หน้าไม่ใช่หรือครับ แล้วจู่ๆ ทำไมระบบถึงเพิ่งแจ้งเตือนการปรับสมดุลบ้าๆ นี่ขึ้นมาล่ะครับ หรือว่า… ระบบมันรวนเพราะมีใครบางคนไปแอบแก้โค้ดหลังบ้านเล่นตอนตีสาม”
เซธยกแก้วขึ้นจิบช้าๆ รอยยิ้มบนใบหน้าคมคายยิ่งกว้างขึ้นไปอีกเมื่อถูกจับไตได้โดยไม่ต้องพยายาม
“ผมเปล่าแก้โค้ดนะครับ เรย์” ยมทูตหนุ่มปฏิเสธหน้าตาย วางแก้วลงบนโต๊ะกระจกเกิดเสียงกระทบเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเท้าช้าๆ เข้ามาหาเรย์ที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน “ผมแค่… ทำหน้าที่ในฐานะผู้ควบคุมระบบที่ ‘ใส่ใจ’ ต่อประสิทธิภาพการทำงานของคุณก็เท่านั้นเอง คุณนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานเกินไปจนกล้ามเนื้ออาจจะยึดได้ การออกไปเดินรับลมเย็นๆ ที่สุสานร้างชั้นเจ็ด พร้อมกับออกกำลังกายเบาๆ ด้วยการเก็บกวาดวิญญาณเร่ร่อนสักสามพันกว่าดวง น่าจะเป็นการพักผ่อนหย่อนใจที่ดีไม่น้อยเลยไม่ใช่หรือครับ”
“เป็นการพักผ่อนที่ต่อให้รวมเวลาตายเกิดใหม่สามชาติก็คงใช้ไม่หมดนะครับ” เรย์สวนกลับทันควัน นัยน์ตาสีเข้มหรี่ลงเล็กน้อยอย่างรู้ทัน “ท่านแค่อยارแกล้งผม เพราะผมแก้รหัสผ่านห้องเก็บสมบัติมิติที่สี่ได้เร็วกว่าที่ท่านคาดไว้เมื่อวานนี้ใช่ไหมครับ”
เซธชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอที่ฟังดูมีเสน่ห์ร้ายกาจอย่างยิ่ง มือเรียวยื่นออกไปจัดปกเสื้อเชิ้ตให้เรย์อย่างถือวิสาสะ ปลายนิ้วเย็นเฉียบเฉียดผ่านลำคอของมนุษย์หนุ่มจนเกิดกระแสไฟฟ้าวูบวาบเบาๆ ในอากาศ
“ฉลาดเป็นกรดเลยนี่ครับ… เด็กดื้อ” เซธโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจเจือกลิ่นไอความเย็นของยมทูตปะทะเข้ากับพวงแก้ม “การลงโทษเด็กที่ชอบอวดฉลาดเกินหน้าเกินตาผู้ดูแล ก็ต้องได้รับบทเรียนที่สมน้ำสมเนื้อกันหน่อยสิครับ หรือว่าคุณกลัว? สุสานร้างชั้นเจ็ดแค่นั้นเอง สำหรับคุณวิศวกรผู้พลิกบั๊กมิติความตายมาแล้ว คงใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหรอกมั้งครับ”
เรย์ไม่ถอยหนี เขากลับเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาสีเพลิงคู่นั้นตรงๆ ความใกล้ชิดนี้ไม่ได้ทำให้เขาสั่นกลัว มีแต่จะกระตุ้นความท้าทายในสายเลือดวิศวกรของเขาให้พลุ่งพล่านขึ้นมาต่างหาก ในโลกแห่งกฎเกณฑ์ที่เคร่งครัดและน่าเบื่อหน่ายนี้ การมีเซธคอยหาเรื่องแกล้งและสร้างตัวแปรป่วนๆ เข้ามาในสมการชีวิต ก็ถือเป็นรสชาติที่แปลกใหม่และน่าสนใจไม่น้อย
“สามชั่วโมงเหรอครับ…” เรย์ยิ้มมุมปากบ้าง รอยยิ้มที่ทำให้เซธต้องหรี่ตาลงด้วยความฉงน “ถ้าผมจัดการวิญญาณสามพันห้าร้อยดวงนั้นเสร็จภายในเวลาแค่หนึ่งชั่วโมงครึ่งล่ะครับ ท่านอาจะมีรางวัลอะไรให้ผมเป็นกรณีพิเศษไหมครับ”
เซธเลิกคิ้วขึ้นอย่างนึกสนุก “โอho… มั่นใจเสียด้วยนะครับ ถ้าคุณทำได้จริง… ผมจะยอมยกสิทธิ์การเข้าถึง ‘คลังอาวุธโบราณชั้นสิบ’ ให้คุณเลือกหยิบอะไรก็ได้ตามใจชอบหนึ่งอย่าง เป็นอย่างไรครับ ข้อเสนอนี้พอกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของคุณไหม”
“ตกลงตามนี้ครับ” เรย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หยิบแว่นตาขึ้นมาเช็ดด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ช้าๆ ก่อนจะสวมกลับเข้าไปอย่างมั่นใจ “อย่าลืมเตรียมกุญแจคลังอาวุธไว้รอผมก็แล้วกันนะครับ ท่านอาเซธ”
ร่างโปร่งของเรย์หมุนตัวเดินมุ่งหน้าไปยังประตูมิติที่ถูกเปิดรอไว้ด้วยคำสั่งของระบบ ความมืดมิดและกลิ่นอายความหนาวเย็นของสุสานร้างชั้นที่ 7 แผ่ซ่านลอดออกมาทักทาย แต่ทว่า ก่อนที่เท้าก้าวแรกจะข้ามพ้นขอบประตู เซธกลับเอื้อมมือมาคว้าข้อมือของเขาไว้เบาๆ แรงดึงเพียงเล็กน้อยทำให้เรย์ต้องหันกลับไปมอง
ใบหน้าที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มเย้าแหย่เมื่อครู่ กลับเรียบตึงขึ้นชั่วขณะ แววตาสีเพลิงฉายประกายความกังวลลึกล้ำที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเล่นสนุกอย่างแนบเนียน
“ระวังตัวด้วยนะครับ… เรย์” เสียงกระซิบแผ่วเบาลอยมาตามสายลมมิติที่พัดวน “อย่าฝืนใช้พลังงานแกนกลางมากเกินไปเหมือนคราวก่อน… ผมไม่ได้ล้อเล่นเรื่องนี้นะครับ”
เรย์มองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น พลันหัวใจก็กระตุกวูบอย่างประหลาด ความอบอุ่นสายหนึ่งแผ่ซ่านผ่านข้อมือที่ถูกกุมไว้ แม้ปลายนิ้วของอีกฝ่ายจะเย็นเยือกเพียงใดก็ตาม
“วางใจเถอะครับ” เรย์คลี่ยิ้มบางๆ เป็นคำสัญญา “ผมยังไม่อยากตาย… ตอนนี้ยังไม่มีแผนจะไปเป็นยมทูตฝึกหัดใต้สังกัดของใครหรอกนะครับ”
พูดจบ เรย์ก็สะบัดข้อมือเบาๆ แล้วก้าวเดินหายลับเข้าไปในความมืดของสุสานร้างทันที ทิ้งให้เซธยืนนิ่งอยู่ลำพังท่ามกลางห้องทำงานที่เงียบสงบ
ยมทูตหนุ่มมองตามแผ่นหลังที่หายลับไป พลางถอนหายใจออกมาเบาๆ มือข้างที่เพิ่งปล่อยจากการกุมข้อมืออีกฝ่าย ยกขึ้นมาสัมผัสริมฝีปากตัวเองช้าๆ
“เจ้าเด็กนี่… นับวันยิ่งต่อปากต่อคำเก่งขึ้นเรื่อยๆ แล้วสิ”
เซธพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นหน้าจอโฮโลแกรมระบบที่ถูกทิ้งค้างไว้ หน้าจอไม่ได้แสดงผลภารกิจของสุสานชั้นเจ็ดอีกต่อไปแล้ว แต่มันกำลังรันข้อความชุดใหม่ที่หลุดรอดจากระบบควบคุมหลัก ซึ่งถูกเข้ารหัสลับระดับสูงเอาไว้
[ คำเตือนจากระบบส่วนกลาง: ตรวจพบการแทรกแซงจากมิติภายนอกในเขตสุสานร้างชั้นที่ 7 ]
[ เป้าหมายที่แท้จริงของฝูงวิญญาณ 3,500 ดวง ไม่ใช่การคัดแยก… แต่เป็นการ ‘ปลุกผนึก’ ]
[ ผู้บงการ: บันทึกปริศนาหน้า 00 ]
เซธเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ความเย็นยะเยือกพุ่งวาบเข้าสู่ขั้วหัวใจ ความสนุกสนานเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความตื่นตระหนกที่ไม่ได้สัมผัสมานานนับร้อยปี
“แย่แล้ว…”
ร่างสูงโปร่งของเซธหายวับไปจากห้องทำงานในเสี้ยววินาที ทิ้งไว้เพียงอากาศที่เย็นจัดและระลอกคลื่นพลังงานสีดำที่กำลังสั่นกระเพื่อมอย่างรุนแรง
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนากับลิฟต์แก้วชั้นลบมา ณ ที่นี้นะครับ
ระบบสยองขวัญ สั่งให้ผมเป็นเด็กดื้อของคุณอายมทูต•ตอนที่ 17
การแกล้งกันของท่านอา
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสยองขวัญ สั่งให้ผมเป็นเด็กดื้อของคุณอายมทูต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!