กลิ่นคาวสนิมเหล็กและคราบเขม่าสีดำที่เกรอะกรังตามผนังทางเดินของหอพักร้างชั้นเจ็ด ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนสถานที่พัก Aศัยของมนุษย์แม้แต่น้อย มันคล้ายกระเพาะอาหารของสัตว์ประหลาดโบราณที่ย่อยสลายร่างของเหยื่อจนกลายเป็นเถ้าถ่าน เรย์ก้าวเท้าอย่างระมัดระวังบนพื้นไม้ปาร์เกต์ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่น้ำหนักกดทับ ดวงตาคู่คมกวาดตามองร่องรอยการต่อสู้ที่ยังคงสดใหม่ รอยขีดข่วนลึกบนวงกบประตูและคราบของเหลวสีดำคล้ายน้ำมันเครื่องที่หยดเป็นทางยาวบ่งบอกว่ามี "แขกที่ไม่ได้รับเชิญ" เพิ่งเคลื่อนผ่านไปเมื่อไม่นานมานี้
"ระวังตัวด้วยนะครับ เซธ" เรย์เอ่ยกระซิบเบาๆ พลางยกมือขึ้นแตะขมับเพื่อเรียกดูหน้าต่างสถานะโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นภายในครรภ์ตา
[ติ๊ง! ตรวจพบความผิดปกติของสนามพลังวิญญาณระดับ D ในรัศมี 15 เมตร]
[คำเตือน: อัตราการปนเปื้อนของความตายกำลังเพิ่มสูงขึ้น โปรดระActive ระบบกลยุทธ์เด็กดื้อเพื่อรับสิทธิ์การคุ้มครองฉุกเฉิน]
เรย์อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อยกับชื่อสกิลที่ระบบตั้งขึ้นอย่างจงใจจะกวนประสาทเขา ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นด้าย ระบบอัจฉริยะตัวนี้ยังคงมีอารมณ์ขันในแบบที่ชวนให้ปวดหัวเสียจริง
เซธที่เดินตามหลังมาในระยะกระชั้นชิดปรายตามองหน้าต่างระบบนั้นด้วยแววตาราบเรียบ ไหล่กว้างภายใต้เสื้อโค้ตสีเข้มขยับไหวเล็กน้อยขณะที่มือเรียวยาวดึงถุงมือหนังสีดำให้กระชับเข้ากับเรียวนิ้ว "เลิกสนใจข้อความไร้สาระพวกนั้น แล้วโฟกัสกับรอยเลือดที่พื้นดีกว่าเรย์... มันไม่ได้มาจากมนุษย์ และดูเหมือนว่ามันกำลังนำทางเราไปสู่บางสิ่งที่ตั้งใจรอต้อนรับ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของยมทูตหนุ่มช่วยดึงสติของเรย์ให้กลับมาสู่ความเป็นจริง วิศวกรหนุ่มพยักหน้ารับช้าๆ เขาใช้หลักตรรกะและการคำนวณระยะทางประเมินทิศทางของคราบของเหลวสีดำนั้น มันมุ่งตรงไปยังห้องพักหมายเลข 714 ซึ่งเป็นห้องสุดท้ายสุดทางเดินที่ประตูถูกอัดกระแทกจนยุบตัวลงไปด้านในราวกับถูกค้อนยักษ์ทุบทำลาย
เมื่อมาถึงหน้าประตูห้อง 714 กลิ่นอับชื้นและกลิ่นไอความตายก็พวยพุ่งออกมาเตะจมูกจนเรย์ต้องกลั้นหายใจ เซธส่งสัญญาณมือห้ามปรามก่อนที่เรย์จะก้าวล้ำเข้าไป ยมทูตหนุ่มก้าวขึ้นมาบังหน้าให้อย่างเงียบเชียบ มือข้างหนึ่งเอื้อมไปผลักบานประตูไม้ที่ผุกร่อนให้เปิดออกด้วยความระมัดระวัง
เอี๊ยดย้าด...
เสียงบานพับขึ้นสนิมกรีดร้องแหลมเล็กในความเงียบ ภายในห้องพักขนาดกะทัดรัดที่ควรจะมีเพียงเตียงนอนและตู้เสื้อผ้า กลับกลายเป็นลานประลองขนาดย่อม ข้าวของกระจัดกระจายเกลื่อนกลาด ผนังด้านหนึ่งถูกเจาะทะลุเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ เผยให้เห็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กที่บิดเบี้ยว
และที่กลางห้องนั้นเอง ร่างของใครคนหนึ่งกำลังนั่งพิงผนังหอบหายใจสะท้าน
"อย่าขยับ!" เสียงทุ้มห้าวแต่เจือความแหบพร่าดังขึ้นทันที พร้อมๆ กับกระบอกปืนพกสั้นที่ถูกยกขึ้นเล็งตรงมาที่ศีรษะของเซธอย่างแม่นยำ ปลายกระบอกปืนสั่นเทาเล็กน้อยจากอาการบาดเจ็บ แต่สายตาของเจ้าของร่างนั้นกลับคมกริบราวกับใบมีดโกนที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกเมื่อที่เผลอ
เรย์หรี่ตาลง ประเมินสถานการณ์ในเสี้ยววินาที บุคคลตรงหน้าคือชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับเขา สวมชุดแจ็คเก็ตยีนส์เซอร์ๆ ที่ขาดวิ่นจนเห็นบาดแผลฉกรรจ์บริเวณหัวไหล่ เลือดสีสดไหลซึมย้อมผ้าสีเข้มจนชุ่ม บนใบหน้ามีรอยฟกช้ำและคราบเขม่าดำ แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของเรย์ไม่ใช่บาดแผลเหล่านั้น หากแต่เป็น "ออร่า" สีเทาหม่นที่ล้อมรอบตัวเขา ซึ่งเต็มไปด้วยร่องรอยการใช้งานพลังจิตวิญญาณที่เกินขีดจำกัด
"พวกแก... เป็นสมุนของพวกมันรึเปล่า" ชายหนุ่มแปลกหน้าเค้นเสียงถาม รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก แม้เนื้อตัวจะสะินสะเทือนด้วยความเจ็บปวด แต่แววตากลับไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
เซธไม่แม้แต่จะกะพริบตาต่อปากกระบอกปืนที่จ่ออยู่ตรงหน้า ยมทูตหนุ่มเพียงแค่ก้าวเท้าเข้าไปอีกก้าวหนึ่งอย่างไม่เกรงกลัว สร้างความตื่นตระหนกให้ชายหนุ่มแปลกหน้าจนต้องนิ้วเหนี่ยวไกแน่นขึ้น
"ถ้าพวกเราเป็นสมุนของพวกมัน นายคงไม่ต้องมานั่งเสียเวลาเล็งปืนใส่คนที่ช่วยชีวิตนายไว้หรอกนะ" เซธเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่กดดันจนอีกฝ่ายหายใจติดขัด "เก็บอาวุธซะ ก่อนที่เสียงปืนของนายจะลากฝูงหมาล่าเนื้อชั้นหกขึ้นมาบนนี้"
เรย์ก้าวออกมาจากด้านหลังของเซธ ชายหนุ่มยกมือขึ้นทั้งสองข้างในระดับอกเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ดวงตาสองข้างฉายแวววิเคราะห์อย่างใจเย็น "ผมชื่อเรย์ ส่วนนี่เซธ... เราบังเอิญผ่านมาเห็นร่องรอยการต่อสู้ ดูเหมือนว่าคุณเพิ่งจะรอดพ้นจากการปะทะกับ 'ผู้กลืนกินวิญญาณ' มาสินะครับ... นายกองร้อยที่สามของกลุ่มเถ้าถ่าน"
คำพูดของเรย์ทำให้ชายหนุ่มชะงักไป ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ปืนในมือลดระดับลงอย่างช้าๆ เมื่อตระหนักว่าอีกฝ่ายรู้สถานะของตนและรู้ว่าศัตรูที่เขาเพิ่งเผชิญหน้าคืออะไร
"แก... รู้จักพวกมัน?" ชายหนุ่มถามเสียงเครือ กวาดสายตามองเรย์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเคลือบแคลง "ฉันชื่อ 'กรณ์' ...เป็นหน่วยลาดตระเวนอิสระที่ติดอยู่ในหอพักบ้าๆ นี่มาสามวันแล้ว และบอกไว้ก่อนเลยว่า ฉันไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือจากใคร"
เรย์ลอบถอนหายใจเบาๆ กับความอวดดีที่ปิดไม่มิดของอีกฝ่าย แต่นั่นก็เป็นธรรมชาติของคนที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดในเขตแดนวิญญาณคนเดียวมาตลอด Корณ์ มีทักษะการต่อสู้ที่ดี สัญชาตญาณดิบยอดเยี่ยม และที่สำคัญคือเขามี "เนตรวิญญาณ" ที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากการเผชิญหน้ากับความตาย ซึ่งเป็นสิ่งที่เรย์กำลังต้องการตัวเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ทีม
"เราไม่ได้มาเพื่อช่วยคุณ กรณ์" เรย์ย่อตัวลงนั่งยองๆ ให้ระดับสายตาเสมอกับอีกฝ่ายที่นั่งพิงผนังอยู่ มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและเล่ห์กลในแบบฉบับของวิศวกรผู้มองเห็นช่องโหว่ของทุกระบบ "แต่เรามาเพื่อ 'แลกเปลี่ยน' ข้อมูล... คุณอยากออกไปจากที่นี่พร้อมกับมีลมหายใจอยู่ หรืออยากจะนั่งรอให้พวกมันกลับมาเก็บกวาดซากที่เหลือล่ะครับ?"
กรณ์จ้องมองเรย์นิ่งนาน ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักคำพูดของเด็กหนุ่มผู้มีท่าทีสุขุมเกินวัยคนนี้ บาดแผลที่หัวไหล่ยังคงส่งความเจ็บปวดร้าวราลไปทั่วร่าง แต่ความจริงที่ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ท่ามกลางดงมรณะนี้ก็เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่า สองคนตรงหน้าไม่ใช่คนธรรมดา
ก่อนที่กรณ์จะทันได้เอ่ยปากตอบตรรกะใดๆ ออกมา บรรยากาศภายในห้องก็พลันเย็นเยียบลงฉับพลัน อุณห็ภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว
[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน!]
[ตรวจพบการเคลื่อนไหวของ 'บอสประจำชั้น 7' : ผู้ปกครองแห่งกองเถ้าถ่าน กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้พิกัดปัจจุบันในระยะ 5 เมตร!]
[เงื่อนไขพิเศษถูกกระตุ้น: พันธมิตรใหม่ได้เข้าร่วมปาร์ตี้ - กรณ์ (สถานะ: บาดเจ็บ/ปลดล็อกพลังจิตระดับ 2)]
หน้าต่างระบบสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นในครรภ์ตาของเรย์ พร้อมๆ กับที่ผนังปูนด้านหลังของกรณ์เริ่มปริแตกออก เสียงคำรามต่ำทุ้มราวกับเสียงสะท้อนจากขุมนรกดังลอดออกมาจากรอยแยกนั้น เงาสีดำทมิฬขนาดมหึมาค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากเศษฝุ่นและเถ้าถ่าน บดบังแสงไฟริบหรี่จนห้องทั้งห้องตกอยู่ในความมืดมิด
เซธขยับตัวเข้ามาประชิดเรย์ในเสี้ยววินาที ดาบเรפิียร์สีเงินยวงปรากฏขึ้นในมือราวกับกลยาณวิเศษ ประกายแสงสีฟ้าอ่อนสะท้อนเข้ากับนัยน์ตาสีรัตติกาลของยมทูตหนุ่ม
"ดูเหมือนว่าแขกไม่ได้รับเชิญตัวจริง จะมาเร็วกว่าที่คิดไว้นะครับเรย์" เซธเอ่ยเสียงเรียบ แต่กล้ามเนื้อทุกส่วนเตรียมพร้อมรับมือกับการปะทะขั้นแตกหัก
เรย์เหลือบมองกรณ์ที่กำลังพยายามฝืนพยุงร่างตัวเองลุกขึ้นยืนโดยมีปืนในมือสั่นระริก วิศวกรหนุ่มยิ้มมุมปากเล็กน้อยในความมืด ก่อนจะหันไปสบตากับเซธแล้วกล่าวคำที่ทำให้เกมนี้พลิกผันไปตลอดกาล
"ถ้าอย่างนั้น... ก็ได้เวลาทดสอบประสิทธิภาพของพันธมิตรใหม่คนนี้กันหน่อยแล้วล่ะครับ"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนากับลิฟต์แก้วชั้นลบมา ณ ที่นี้นะครับ
ระบบสยองขวัญ สั่งให้ผมเป็นเด็กดื้อของคุณอายมทูต•ตอนที่ 18
เพื่อนใหม่ในกลุ่มก้อนเถ้าถ่าน
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสยองขวัญ สั่งให้ผมเป็นเด็กดื้อของคุณอายมทูต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!