“หมอบลง!”
เสียงตะคอกของอัศวินดังก้องประสานกับเสียงกระจกข้างรถที่แตกกระจายกลายเป็นเศษเสี้ยวละเอียดยิบ รินรดาไม่จำเป็นต้องรอให้เขาสั่งซ้ำ เธอกดศีรษะลงต่ำแนบกับเบาะหนังอย่างรวดเร็ว กลิ่นดินปืนฉุนกึกอบอวลปะปนกับกลิ่นสาบสางที่ลอยมาตามลม—กลิ่นที่ไม่ใช่น้ำมันดินหรือยางไหม้ แต่มันคือกลิ่นของธูปเก่าและซากศพที่เธอมักจะได้กลิ่นก่อนที่นิมิตมรณะจะปรากฏ
“พวกมันไม่ได้ใช้แค่ปืนธรรมดา” รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ขณะที่มือสั่นเทาหยิบไพ่ ‘The Tower’ ขึ้นมาแน่นจนขอบไพ่บาดฝ่ามือ “อัศวิน... กระสุนพวกนั้นมีอาคมกำกับอยู่ ถ้าโดนตัว เราตายทั้งวิญญาณแน่”
อัศวินหักพวงมาลัยรถสปอร์ตคันหรูเลี้ยวโค้งหักศอกบนถนนเปลี่ยวรอบนอกคฤหาสน์เจ้าสัวธนินทร์ ยางรถส่งเสียงร้องแหลมสูงขณะบดกับพื้นถนนจนเกิดควันโขมง เขาสบถเบาๆ ก่อนจะคว้าปืนพกคู่ใจขึ้นมาตรวจสอบ เข็มขัดนิรภัยของเขายังคงรัดแน่น แต่ดวงตาของเขาในตอนนี้ไม่ได้มองแค่เส้นทางข้างหน้า เขามองเห็นเงาร่างสีดำทะมึนที่เคลื่อนไหวรวดเร็วผิดมนุษย์อยู่บนราวสะพานเหนือหัว
“ผมไม่สนว่ามันจะเป็นผีหรือคน แต่ถ้ามันพยายามจะฆ่าคุณ มันก็ต้องข้ามศพผมไปก่อน” อัศวินเหยียบคันเร่งจนมิด รถพุ่งทะยานผ่านความมืดมิดของทางหลวงสายเก่าที่ไร้ซึ่งแสงไฟจากเสาไฟฟ้า มีเพียงแสงจันทร์เสี้ยวที่ส่องให้เห็นภาพเงาตะคุ่มของกลุ่มชายชุดดำห้าคนยืนขวางทางอยู่เบื้องหน้า
พวกมันไม่ได้ถือปืนธรรมดา ในมือของหนึ่งในนั้นถือคันศรไม้แกะสลักที่มีลวดลายอักขระสีเลือดเรืองแสงวาบ รินรดาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากพลังงานลบที่ถาโถมเข้าใส่อย่างรุนแรงจนเธอแทบอาเจียน
“หักหลบไปทางขวา!” เธอร้องสั่งด้วยญาณหยั่งรู้
อัศวินตอบสนองทันทีโดยไม่ตั้งคำถาม รถหักเลี้ยววูบหลบลูกดอกไม้ที่พุ่งผ่านกระจกหน้าไปเพียงเสี้ยววินาที เสียง ‘ฉึก’ ที่ดังกระทบตัวถังรถฟังดูเหมือนเสียงมีดบาดเนื้อคน มันไม่ใช่โลหะธรรมดา แต่มันมีพลังงานบางอย่างที่กัดกินผิวรถจนขึ้นสนิมเขรอะในพริบตา
“นั่นมันอาคม ‘ศรผีพราย’...” รินรดาพึมพำ ดวงตาเบิกโพลง ภาพนิมิตในหัวของเธอหมุนวนจนปวดร้าว เธอเห็นภาพเจ้าสัวธนินทร์นั่งอยู่ในห้องลับ ล้อมรอบด้วยกะโหลกมนุษย์และแสงเทียนสีดำ มือที่เหี่ยวย่นของเขากำลังขยับนิ้วสั่งการหุ่นเชิดเหล่านั้นผ่านกระแสจิต
“อัศวิน! หยุดรถไม่ได้เด็ดขาด ถ้าหยุด พวกมันจะขังเราไว้ในม่านอาคม!”
ทว่าในวินาทีที่อัศวินกำลังจะเร่งเครื่องผ่านกลุ่มคนเหล่านั้น ล้อรถก็เกิดอาการล็อคกะทันหันราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกระชากมันไว้ แรงเฉื่อยทำให้รถหมุนเคว้งกลางถนน ก่อนจะกระแทกเข้ากับเสาไฟข้างทางจนไฟหน้ารถดับวูบ ทิ้งให้พวกเขาทั้งสองจมลงสู่ความมืดมิดที่แท้จริง
ความเงียบเข้าครอบงำชั่วขณะ ก่อนที่เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มมือปืนจะค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ อัศวินถีบประตูรถที่ยุบตัวจนเปิดออกได้ยากออกไป เขาประคองรินรดาออกมาอย่างทุลักทุเล ทั้งคู่ถอยไปพิงกำแพงหินเก่าริมถนน
“คุณริน... พกอะไรติดตัวมาบ้างไหม” อัศวินกระซิบถามพลางกราดสายตามองหาทางหนี
รินรดาควานหาสำรับไพ่ในกระเป๋าเสื้อโค้ท เธอรู้ดีว่าในสถานการณ์เช่นนี้ ไพ่ทาโรต์ไม่ใช่แค่กระดาษเขียนภาพ แต่คือสื่อกลางที่เชื่อมต่อเธอกับพลังงานศักดิ์สิทธิ์ที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด “มีแค่ ‘The Hermit’... แต่ถ้าจะใช้มัน ฉันต้องแลกด้วยบางอย่าง”
“แลกอะไร?”
“เลือดของคนที่มีใจเป็นธรรม...” เธอจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยว “คุณกล้าพอจะเดิมพันชีวิตกับความเชื่อที่เคยปฏิเสธไหม?”
อัศวินไม่ตอบ เขายกปืนขึ้นเล็งไปยังเงาร่างที่ใกล้ที่สุดที่ค่อยๆ ก้าวพ้นจากมุมมืดออกมา ชายชุดดำคนนั้นใบหน้าไม่มีดวงตา มีเพียงรอยเย็บรูปปากที่ยิ้มกว้างผิดธรรมชาติ มันชูคันศรขึ้นเหนือหัว ก่อให้เกิดกลุ่มหมอกสีเทาที่เริ่มบิดตัวเป็นรูปร่างของอสูรกาย
“ทำในสิ่งที่ต้องทำเถอะรินรดา” อัศวินกล่าวเสียงเรียบ “ชีวิตผม... ผมยกให้คุณตัดสิน”
รินรดาหยิบไพ่ใบนั้นออกมาวางบนฝ่ามือ เลือดจากบาดแผลที่แขนของเธอไหลลงอาบไพ่จนอักขระบนใบหน้าฤาษีเริ่มเปล่งแสงสีทองสว่างวาบ แต่มันไม่ใช่แสงที่อบอุ่น มันเป็นแสงที่คมกริบราวกับใบมีดผ่ามิติ
ทันใดนั้น เงาร่างสีดำที่ควรจะพุ่งเข้ามาทำร้ายพวกเขากลับชะงักงัน ทุกอย่างรอบข้างหยุดนิ่งราวกับเวลาถูกแช่แข็ง เสียงนกร้องยามค่ำคืนเงียบหาย เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่สั่นสะท้านของรินรดา
ทว่า ในความเงียบสงัดนั้นเอง เสียงฝีเท้าของใครบางคนกลับเดินเข้ามาจากด้านหลังของกลุ่มมือปืน เป็นเสียงรองเท้าหนังราคาแพงกระทบพื้นถนนอย่างจังหวะมั่นคง สุขุม และเยือกเย็น
“น่าประทับใจจริงๆ ที่หนูรินรดามาไกลถึงเพียงนี้”
น้ำเสียงคุ้นหูที่แฝงไปด้วยความเมตตาจอมปลอมดังขึ้น รินรดาตัวแข็งทื่อ เธอจำเสียงนี้ได้ดี... เสียงของคนที่เธอคิดว่าตายไปแล้วในกองเพลิงเมื่อสิบปีก่อน
เจ้าสัวธนินทร์ก้าวออกมาจากเงามืด แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของรินรดาแทบหยุดเต้นไม่ใช่การปรากฏตัวของศัตรูหมายเลขหนึ่ง หากแต่เป็นบุคคลที่เดินเคียงข้างเขามาด้วย ใบหน้าภายใต้หน้ากากสีเงินที่คุ้นเคยในนิมิตร้าย... อัศวินหันไปมองข้างตัว แล้วมือของเขาก็สั่นเทาจนปืนร่วงหล่นลงพื้น เมื่อเขาเห็นว่าชายที่อยู่เบื้องหลังเจ้าสัวธนินทร์ คือ 'ร้อยตำรวจเอกวิชัย' หัวหน้าทีมสอบสวนและพ่อบุญธรรมที่เขานับถือที่สุด
ขวัญเนตรทายใจหวังว่าความลับที่เพิ่งเปิดเผยนี้จะทำให้นักอ่านทุกท่านตื่นเต้นและพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่ความมืดมิดในบทถัดไปร่วมกันนะคะ
ไพ่ตายซ่อนอาถรรพ์: พลิกชะตาคดีเศรษฐีเลือด•ตอนที่ 28
การไล่ล่าในความมืด
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไพ่ตายซ่อนอาถรรพ์: พลิกชะตาคดีเศรษฐีเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!