“คุณกำลังดึงดันจะเปิดโลงศพที่ปิดตายด้วยยันต์อาคมนั่นจริงๆ หรือคะ ร้อยตำรวจเอก?”
รินรดาวางไพ่ ‘The Tower’ ลงบนโต๊ะไม้สักเก่าแก่ในห้องลับใต้คฤหาสน์ธนินทร์ เสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าแฝงด้วยแรงสั่นสะเทือนที่สื่อถึงความหวาดหวั่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีสุขุม เธอไม่มองหน้าคู่สนทนา หากแต่จ้องเขม็งไปยังไอหมอกสีเทาจางๆ ที่เกาะตัวเป็นก้อนอยู่เหนือหีบเหล็กโบราณใจกลางห้อง
อัศวินหยุดมือที่กำลังจะใช้คีมตัดเหล็กงัดแผ่นยันต์สีเลือดที่แปะอยู่อย่างแน่นหนา เขาหันมามองหญิงสาว สายตาของเขาเต็มไปด้วยความกังขาที่ปนกับความเหนื่อยล้า “ผมไม่ได้ต้องการทำลายสิ่งที่คุณเชื่อ รินรดา แต่ในฐานะตำรวจ หลักฐานทั้งหมดที่พุ่งเป้าไปหาเจ้าสัวธนินทร์ มันสรุปจบที่คฤหาสน์หลังนี้ ถ้าข้างในนี้คือหลักฐานการฆาตกรรมที่เขาพยายามซ่อนไว้ ผมก็ไม่มีทางถอย”
“นั่นไม่ใช่ศพคนตายธรรมดาค่ะ” รินรดาก้าวเข้าไปใกล้ กลิ่นสาปสางเหมือนซากสัตว์เน่าเปื่อยผสมกับกลิ่นธูปหอมฉุนกึกโชยเข้าจมูกจนเธอต้องกลั้นหายใจ “คุณไม่ได้กลิ่นหรือคะ? กลิ่นไอความตายที่มันไม่ได้หอมหวานเหมือนลาเวนเดอร์ แต่เป็นกลิ่นของวิญญาณที่ถูกรวบรวม... ถูกกักขัง... และถูกรีดเค้นจนหยดสุดท้าย”
อัศวินชะงัก ลมหายใจของเขาสะดุดไปครู่หนึ่งเมื่อได้กลิ่นนั้นจริงๆ มันไม่ใช่กลิ่นอับของห้องใต้ดิน แต่มันคือกลิ่นของความเจ็บปวดที่จับต้องได้ เขากัดฟันแน่นก่อนจะตัดสินใจกระชากแผ่นยันต์นั้นออกด้วยแรงทั้งหมดที่มี
*แกร๊ก!*
เสียงเหมือนกระดูกหักดังลั่นไปทั่วห้อง อากาศโดยรอบพลันหนักอึ้งราวกับมีแรงกดดันมหาศาลกดทับร่างของทั้งคู่ไว้ รินรดารีบคว้าข้อมืออัศวินดึงถอยหลังออกมาทันที
“นั่นไงคะ...” เธอกระซิบ เสียงสั่น “คุณเห็นไหม สิ่งที่อยู่ตรงนั้นไม่ได้มีแค่ความว่างเปล่า”
ภายในหีบที่ถูกเปิดแง้มออก ไม่ใช่ร่างมนุษย์ที่ไร้วิญญาณอย่างที่อัศวินคาดหวัง แต่มันคือกระจุกเส้นผมยาวเหยียดที่พันกันยุ่งเหยิงราวกับรังนก ล้อมรอบด้วยตุ๊กตาไม้แกะสลักนับสิบตัวที่ถูกตอกด้วยตะปูทองเหลือง ทุกตัวมีดวงตาที่ทำจากนิลดำวาววับ และที่น่าขนลุกที่สุดคือ... ทุกใบหน้าของตุ๊กตาเหล่านั้น มีเค้าโครงคล้ายกับบุคคลที่เคยหายตัวไปในคดีที่เขากำลังตามสืบอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
อัศวินก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ มือขวาเอื้อมไปจับด้ามปืนที่เอวโดยไม่รู้ตัว “นี่มันอะไรกัน... คนเราจะเก็บสิ่งนี้ไว้เพื่ออะไร? เพื่อเก็บสะสมความแค้นเหรอ?”
“ไม่ใช่แค่เก็บค่ะ” รินรดาหยิบไพ่ ‘Death’ ขึ้นมาถือไว้ในมือ ไพ่นั้นร้อนผ่าวจนเธอรู้สึกเจ็บที่ปลายนิ้ว “นี่คือ ‘กับดักวิญญาณ’ เจ้าสัวธนินทร์ไม่ได้แค่ฆ่าพวกเขาทิ้ง แต่เขาใช้ความตายของคนเหล่านี้เป็นเสาเข็มทางไสยศาสตร์ค้ำจุนอำนาจและทรัพย์สินของตระกูล... วิญญาณพวกนี้ไม่ได้ไปเกิด พวกเขาถูกกักขังเพื่อเป็นบริวารคอยส่งเสริมดวงชะตาให้เขามั่งคั่งขึ้นทุกวันโดยแลกกับอายุขัยของคนรอบข้าง!”
ทันใดนั้น แสงไฟในห้องใต้ดินก็ริบหรี่ลงจนเกือบมืดสนิท เสียงหวีดหวิวคล้ายคนร้องไห้ระงมดังขึ้นมาจากทุกทิศทาง มันไม่ใช่เสียงคน แต่เป็นเสียงของจิตวิญญาณหลายร้อยดวงที่กำลังโหยหาความเป็นอิสระ รินรดาหลับตาลง ภาพนิมิตในหัวของเธอพุ่งวาบเข้ามาราวกับเข็มทิ่มแทง—เธอเห็นภาพเจ้าสัวธนินทร์ยืนหัวเราะอยู่เหนือร่างของเหยื่อ ในขณะที่เขากำลังร่ายเวทมนตร์ภาษาโบราณที่ฟังแล้วชวนคลื่นไส้
“อัศวิน! อย่าขยับ!” รินรดาร้องเตือนเมื่อเห็นเงาดำทะมึนก่อตัวขึ้นหลังแผ่นหลังของตำรวจหนุ่ม มันเป็นเงามนุษย์ที่บิดเบี้ยว ดวงตาของมันแดงก่ำราวกับถ่านไฟที่กำลังลุกโชน
“อะไร... มีอะไรอยู่ข้างหลังผม?” อัศวินพยายามหันไปมอง ทว่าความรู้สึกเย็นยะเยือกแล่นปราดไปทั่วกระดูกสันหลัง เขาขยับตัวไม่ได้ ราวกับมีโซ่ที่มองไม่เห็นรัดตรึงร่างเขาไว้กับพื้น
รินรดาตัดสินใจก้าวไปข้างหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว เธอหยิบเกลืออาคมที่พกติดตัวไว้เสมอโปรยลงบนพื้นเป็นวงกลมล้อมรอบร่างของอัศวินและตัวเธอเอง “ในนามของทายาทผู้ถือไพ่แห่งโชคชะตา ข้าขอประกาศว่าพันธนาการนี้จะสิ้นสุดลง ณ บัดนี้!”
เธอสะบัดไพ่ ‘The Judgment’ ไปที่เงาดำนั้น เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสนั่นหวั่นไหวจนพื้นห้องสั่นสะเทือน เงาดำนั้นพยายามจะพุ่งเข้ามาฉีกกระชากร่างของรินรดา แต่มันกลับถูกแรงสะท้อนจากไพ่ดีดกลับไปปะทะกับหีบเหล็กจนแหลกสลายเป็นธุลี
ความเงียบงันกลับคืนสู่ห้องใต้ดินอีกครั้ง อัศวินหอบหายใจหนักหน่วง เหงื่อกาฬไหลท่วมใบหน้า เขาจ้องมองไปยังซากตุ๊กตาไม้ที่บัดนี้กลายเป็นเพียงเศษไม้ผุพัง “เรา... เราทำสำเร็จแล้วใช่ไหม?”
รินรดาไม่ได้ตอบ เธอทรุดลงนั่งกับพื้น ใบหน้าซีดเผือดขณะจ้องมองไปที่ประตูห้องใต้ดินที่ค่อยๆ แง้มเปิดออกช้าๆ พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่เดินลงบันไดมาอย่างไม่รีบร้อน
“สำเร็จงั้นรึ? ช่างเป็นความคิดที่ไร้เดียงสาเสียจริง คุณตำรวจ” เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยอำนาจและรอยยิ้มเย็นชาของเจ้าสัวธนินทร์ดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิด
เขาก้าวพ้นความมืดออกมา ในมือถือไม้เท้าหัวกะโหลกที่ส่องประกายสีม่วงเข้ม ราวกับกำลังถือครองอำนาจเหนือชีวิตของทุกคนในที่แห่งนี้ “การที่พวกคุณรุกล้ำเข้ามาในนี้ ไม่ได้ทำให้วิญญาณเหล่านั้นหลุดพ้นหรอก แต่มันกลับทำให้พวกเขากลายเป็น ‘ทาสผู้หิวโหย’ ที่กำลังมองหาภาชนะใหม่... และดูเหมือนว่าร่างของพวกคุณ สองคนนี้ จะเหมาะสมกับการเป็นที่สิงสู่ชิ้นใหม่ของพวกเขายิ่งนัก”
ทันทีที่พูดจบ เจ้าสัวธนินทร์ก็กระแทกไม้เท้าลงกับพื้นดิน เสียงหัวเราะแหลมสูงของวิญญาณจำนวนมหาศาลดังกึกก้องไปทั่วห้อง รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเธอมองเห็นเส้นใยสีดำนับร้อยเส้นพุ่งทะลุออกมาจากพื้นดิน พุ่งตรงเข้ามารัดพันร่างของเธอและอัศวินจนขยับไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้ว!
ขวัญเนตรทายใจหวังว่าความลับที่เพิ่งเปิดเผยนี้จะทำให้นักอ่านทุกท่านตื่นเต้นและพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่ความมืดมิดในบทถัดไปร่วมกันนะคะ
ไพ่ตายซ่อนอาถรรพ์: พลิกชะตาคดีเศรษฐีเลือด•ตอนที่ 27
กลิ่นไอความตาย
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไพ่ตายซ่อนอาถรรพ์: พลิกชะตาคดีเศรษฐีเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!