"มือของท่านกำลังสั่น... ไม่ใช่เพราะความชรา แต่มันสั่นเพราะความกลัวที่ฝังรากลึกอยู่ในกระดูก"
ฉันเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องทำงานส่วนตัวของเจ้าสัวธนินทร์ กลิ่นกำยานราคาแพงที่อบอวลอยู่รอบตัวไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศดูผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับทำให้กลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ฉันสัมผัสได้ผ่านญาณทิพย์รุนแรงขึ้นจนแทบอาเจียน
เจ้าสัวธนินทร์ไม่ได้ตอบโต้ในทันที เขานั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะไม้ประดู่แกะสลัก ดวงตาที่เคยคมกริบดุจพญาเหยี่ยวบัดนี้กลับพร่ามัวมองจ้องมาที่ไพ่ 'The Moon' ที่ฉันวางคว่ำไว้บนโต๊ะ
"คุณรินรดา... ในฐานะหมอดู คุณควรจะรู้ว่าการขุดคุ้ยรากเหง้าของต้นไม้ที่เน่าเปื่อย อาจทำให้ทั้งสวนถล่มลงมาทับคนขุดได้นะ" เสียงแหบพร่าของเขาเต็มไปด้วยคำเตือนที่ฟังดูเหมือนการข่มขู่
"ถ้าต้นไม้นั้นรากมันเน่าจนกำลังจะล้มลงมาทับชีวิตผู้บริสุทธิ์... ดิฉันก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจะต้องเป็นคนโค่นมันทิ้งเองค่ะ" ฉันหยิบไพ่ขึ้นมา พลิกด้านภาพวาดสีหม่นที่ดูราวกับมีเงาดำเคลื่อนไหวอยู่ภายใน "ท่านไม่ได้สร้างเนื้อสร้างตัวจากศูนย์ด้วยน้ำพักน้ำแรงอย่างที่เขียนไว้ในชีวประวัติหรอกนะคะ ท่านสร้างมันขึ้นมาจาก 'พันธสัญญา' ที่บรรพบุรุษของท่านทำไว้กับบางสิ่ง... บางสิ่งที่หิวโหยมานานกว่าร้อยปี"
อัศวินที่ยืนพิงกรอบประตูอยู่ด้านหลังก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว มือของเขาแตะอยู่ที่ซองปืนข้างเอวโดยสัญชาตญาณ แม้เขาจะไม่ชอบความงมงาย แต่ความผิดปกติของคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำซากในตระกูลนี้ทำให้เขาเริ่มยอมรับในสิ่งที่มองไม่เห็น
"รินรดา... เลิกอ้อมค้อมเสียที" อัศวินเอ่ยแทรก เสียงของเขาหนักแน่น "ถ้าคุณเห็นอะไรในนิมิต ก็พูดออกมาให้ชัดเจนว่า 'ต้นตระกูล' ของเขาไปทำอะไรไว้ในห้องใต้ดินของคฤหาสน์หลังเก่าที่ถูกสั่งปิดตายหลังนั้น"
เจ้าสัวแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูคล้ายเสียงกระดูกบดกัน "อยากรู้รึ? งั้นก็นั่งลง... แล้วเตรียมตัวรับฟังความจริงที่จะเปลี่ยนภาพจำของพวกคุณไปตลอดกาล"
ฉันหลับตาลง ภาพนิมิตเริ่มหมุนวนเหมือนพายุหมุน บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไป กลิ่นอายของความตายและความเย็นยะเยือกเข้าแทนที่ห้องทำงานหรูหรา ฉันเห็นภาพผู้ชายคนหนึ่ง—ต้นตระกูลธนินทร์—เขากำลังคุกเข่าอยู่หน้าแท่นบูชาหินดำที่โชกไปด้วยเลือด สัมผัสถึงความปรารถนาอันแรงกล้าที่มืดบอด เขาไม่ได้ขอเพียงแค่ความมั่งคั่ง แต่เขากำลัง 'เซ่นสังเวย' สายเลือดของตัวเองเพื่อแลกกับอำนาจที่อยู่เหนือความตาย
"เขาไม่ได้ขายวิญญาณตัวเอง..." ฉันลืมตาขึ้น พลางจ้องมองไปที่เจ้าสัวธนินทร์ "เขาขายวิญญาณของคนทั้งตระกูล... ทุกคนที่เกิดมาในสายเลือดนี้ จะต้องเป็นภาชนะรองรับอาถรรพ์ และเมื่อถึงคราวที่วิญญาณบรรพบุรุษหิวโหย ท่านก็ต้องเลือกคนในตระกูลมาเป็นเหยื่อสังเวย... นั่นคือเหตุผลที่ลูกหลานของท่านต้องตายอย่างไร้สาเหตุคนแล้วคนเล่า ใช่ไหมคะ?"
เจ้าสัวธนินทร์นิ่งอึ้ง มือที่สั่นเทาหยิบซิการ์ขึ้นมาจุด แต่มือเขาสั่นเกินกว่าจะทำได้
"คุณมองเห็นมากเกินไปแล้ว..." เขาพึมพำ
"ยังค่ะ ยังไม่หมด..." ฉันขยับไพ่ในมือเป็นรูปวงกลม ราวกับจะกักขังสิ่งที่มองไม่เห็นไว้ในวงล้อม "ในนิมิตล่าสุดของฉัน... ฉันเห็นคนอีกคน คนที่ไม่ได้มีสายเลือดเดียวกัน แต่กลับมีกุญแจสำคัญในการปลดล็อกคำสาปนี้ และเขากำลังยืนอยู่ใกล้กว่าที่เราคิด"
ในจังหวะนั้นเอง อัศวินกระชากปืนออกมาเล็งไปที่เงาสลัวมุมห้อง เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นกังวานไปทั่วคฤหาสน์
"ใครอยู่ตรงนั้น! ออกมา!"
ร่างเงาสูงโปร่งก้าวออกมาจากเงามืดของผ้าม่านกำมะหยี่สีแดงฉาน ใบหน้าของเขาที่เผยออกมาภายใต้แสงไฟสลัวทำให้ฉันถึงกับต้องกลั้นหายใจ... เขาคือคนที่ฉันไม่เคยคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวที่นี่ ในเวลาที่คำสาปกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่ดุร้ายที่สุด
เขาคนนั้นคือ 'ทนายความส่วนตัว' ของเจ้าสัว... ผู้ที่เป็นคนเดียวที่ถือครองพินัยกรรมลับที่ระบุชื่อผู้ที่จะต้องเป็น 'เหยื่อสังเวย' คนต่อไป!
"สายไปแล้วครับคุณรินรดา..." ทนายความผู้นั้นเอ่ยด้วยรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว "พิธีกรรมเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่คุณก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้แล้ว"
สิ้นเสียงของเขา พื้นห้องใต้เท้าของพวกเราก็เริ่มสั่นสะเทือน เสียงกรีดร้องนับพันชีวิตดังขึ้นจากใต้พื้นไม้ที่ดูราวกับกำลังจะแยกออกจากกัน!
ขวัญเนตรทายใจขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดในบทนี้ไปพร้อมกับรินรดานะคะ
ไพ่ตายซ่อนอาถรรพ์: พลิกชะตาคดีเศรษฐีเลือด•ตอนที่ 22
คำสาปตระกูลเก่าแก่
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไพ่ตายซ่อนอาถรรพ์: พลิกชะตาคดีเศรษฐีเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!