“ถ้าคุณยังเลือกที่จะปิดบังความจริง กลิ่นคาวเลือดในความทรงจำของคุณก็จะไม่มีวันจางหายไปหรอกค่ะ เจ้าสัวธนินทร์”
รินรดาวางไพ่ ‘The Tower’ ลงบนโต๊ะไม้สักขัดมันจนเกิดเสียงดังสนั่น นัยน์ตาคมกริบของเธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยริ้วรอยของชายชราผู้กุมชะตาคนทั้งเมือง อัศวินที่นั่งอยู่ข้างกันขยับปืนพกคู่ใจในซองข้างเอวเบาๆ ท่าทีของเขาตึงเครียดจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ เขารู้ดีว่าคำพูดของรินรดาเปรียบเสมือนการจ่อปลายมีดเข้าที่หัวใจของปีศาจในคราบนักบุญ
เจ้าสัวธนินทร์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นเยียบราวกับลมที่พัดผ่านสุสาน “แม่หมอ... เธอเชื่อจริงๆ หรือว่ากระดาษแผ่นเดียวกับนิทานก่อนนอนของเด็กกำพร้า จะทำลายอาณาจักรที่ฉันสร้างขึ้นจากหยาดเหงื่อและเลือดมาหลายทศวรรษได้?”
“มันไม่ใช่แค่นิทานค่ะ” รินรดาแค่นยิ้ม มือเรียวบางของเธอสั่นเล็กน้อยก่อนจะกรีดไพ่ใบถัดไป ‘The Moon’ ปรากฏขึ้นพร้อมกับไอเย็นที่แผ่ซ่านไปทั่วห้องทำงานมืดสลัว “ในคืนนั้น... คืนที่คฤหาสน์สกุลศิรินทร์ไฟไหม้จนวอดวาย คุณไม่ได้อยู่แค่ในเหตุการณ์ แต่คุณคือคนถือตะเกียงที่จุดไฟนั้นด้วยมือตัวเอง เพื่อแลกกับอำนาจมืดที่คุณโหยหา”
อัศวินขมวดคิ้ว “รินรดา คุณหมายความว่ายังไง?”
“คืนนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ อัศวิน” รินรดาหันไปหาชายหนุ่ม แววตาของเธอสั่นระริกด้วยความเจ็บปวดที่ถูกขุดคุ้ย “ที่ดินผืนนี้เคยมี ‘อาถรรพ์’ ที่ตระกูลของฉันพยายามจะปิดตายไว้ แต่คนตรงหน้าฉันคนนี้... เขาเลือกที่จะทำลายผนึก เพื่อให้ได้ครอบครอง ‘ไพ่ตาย’ ที่จะทำให้เขาอยู่เหนือชะตาชีวิตคนทั้งมวล”
เจ้าสัวลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายที่ดูสูงวัยกลับดูน่าเกรงขามอย่างประหลาด เขาเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดตรงหน้ารินรดา กลิ่นกำยานราคาแพงลอยฟุ้งกลบกลิ่นความตายที่รินรดาสัมผัสได้ชัดเจน “เธอรู้มากเกินไปแล้วนะ รินรดา เธอไม่ได้เก่งกาจเพราะญาณทิพย์หรอก แต่เธอเก่งเพราะเธอคือ ‘เลือด’ ที่เหลืออยู่เพียงหยดเดียวของคนที่ฉันต้องกำจัดทิ้งให้สิ้นซากในตอนนั้น”
อัศวินถลาเข้าไปขวางทันที มือหนากดลงบนบ่าของเจ้าสัว “ถอยห่างจากเธอ!”
“ตำรวจอย่างคุณน่ะหรือจะทำอะไรผมได้?” เจ้าสัวกระซิบข้างหูอัศวิน ก่อนจะหันไปยิ้มให้รินรดาที่พยายามข่มอารมณ์ “อยากรู้ไหมว่าใครเป็นคนส่งจดหมายฉบับแรกให้เธอในวันนี้? ไม่ใช่ฉันหรอกนะ... แต่เป็นคนที่เธอเชื่อใจที่สุดต่างหาก”
รินรดาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ความทรงจำที่เลือนรางในวัยเด็กเริ่มปะติดปะต่อ ภาพคนในชุดคลุมสีดำที่ยืนถือตะเกียงในคืนนั้นไม่ได้มีเพียงคนเดียว... และหนึ่งในนั้น คือคนที่มีแหวนประจำตระกูลแบบเดียวกับที่อัศวินสวมอยู่บนนิ้วก้อยในขณะนี้
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานจนได้ยินเสียงหัวใจของรินรดาที่เต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ เธอค่อยๆ หันไปมองที่มือของอัศวินอย่างช้าๆ แหวนวงนั้น... แหวนที่เขาบอกว่าเป็นมรดกตกทอดจากปู่ที่เขาไม่เคยรู้จัก
“อัศวิน...” เสียงของรินรดาสั่นพร่า “ถอดมันออก”
อัศวินมองตามสายตาของเธอ เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ถอดแหวนวงนั้นออกมา มือของเขาไม่ได้สั่นเหมือนเธอ แต่สายตาที่เขามองเธอนั้นเปลี่ยนไป... มันไม่ใช่ความเห็นอกเห็นใจที่เขาเคยมี แต่มันคือความเฉยชาที่น่าหวาดหวั่นที่สุด
เขาวางแหวนลงบนไพ่ ‘The Tower’ ด้วยท่าทางเย็นชา “ผมเตือนคุณแล้วรินรดา ว่าความจริงมันอาจจะทำให้คุณเจ็บปวดเกินกว่าที่จะรับได้ และตอนนี้... ไพ่ใบสุดท้ายก็ถูกหงายขึ้นแล้ว”
ทันใดนั้น ไฟในห้องทั้งห้องก็ดับวูบลง พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังออกมาจากทุกทิศทาง เสียงที่รินรดาจำได้ดีว่าเป็นเสียงแม่ของเธอที่กรีดร้องในคืนนั้น... และเสียงหัวเราะของชายที่สวมแหวนวงนั้นร่วมกับเจ้าสัวธนินทร์!
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาสีดำปรากฏขึ้นที่มุมห้อง มันไม่ได้มีแค่เงาเดียว แต่มันคือวิญญาณของผู้คนที่ถูกสังเวยในคดีไสยดำเมื่อยี่สิบปีก่อน ทั้งหมดกำลังคืบคลานเข้าหาเธอ ขณะที่อัศวินเดินถอยหลังไปรวมกลุ่มกับเจ้าสัวธนินทร์ รอยยิ้มที่มุมปากของตำรวจหนุ่มทำให้รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมาตรงหน้า
ทุกอย่างที่ผ่านมาเป็นเพียงละครฉากใหญ่... และเธอก็คือตัวหมากที่เดินมาติดกับดักจนถึงวินาทีสุดท้าย!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามปริศนาอันเข้มข้นนี้ไปพร้อมกับขวัญเนตรทายใจนะคะ
ไพ่ตายซ่อนอาถรรพ์: พลิกชะตาคดีเศรษฐีเลือด•ตอนที่ 35
ปมที่ค่อยๆ คลาย
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไพ่ตายซ่อนอาถรรพ์: พลิกชะตาคดีเศรษฐีเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!