“ถ้าคุณจะโกหก ก็ช่วยทำสีหน้าให้มันเนียนกว่านี้หน่อยเถอะค่ะ ผู้กอง”
รินรดาวางรูปถ่ายใบเก่าลงบนโต๊ะไม้ขัดมัน เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวแข็งดังสั้นๆ แต่มันกลับดังก้องในความเงียบงันที่แสนอึดอัด อัศวินชะงักมือที่กำลังหยิบแฟ้มคดีขึ้นมา เขามองหญิงสาวตรงหน้าที่นิ่งสนิท ราวกับรูปปั้นที่ซ่อนเปลวไฟเอาไว้ภายใต้ดวงตาคู่สวยที่ฉายแววเย็นเยียบ
“ผมไม่ได้โกหก รินรดา แต่ข้อมูลนี้มัน... มันเกินกว่าที่ตำรวจอย่างผมจะยอมรับได้โดยไม่มีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์รองรับ” อัศวินตอบเสียงต่ำ นัยน์ตาคมกริบของเขาวูบไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวตามสัญชาตญาณผู้พิทักษ์สันติราษฎร์
รินรดาแค่นยิ้มที่มุมปาก มือเรียวบางหยิบสำรับไพ่ทาโรต์ขึ้นมาสับอย่างเชื่องช้า เสียงไพ่กระทบกันดั่งเสียงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ “หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์งั้นหรือคะ? งั้นลองดูนี่สิคะ”
เธอคลี่ไพ่สามใบลงบนโต๊ะ ไพ่ใบแรกคือ *The High Priestess* ใบที่สองคือ *The Tower* และใบสุดท้ายที่เธอจงใจหงายขึ้นคือ *The Death*
“นิมิตของฉันไม่เคยโกหก รูปถ่ายใบนี้ไม่ใช่แค่หลักฐานของการหายตัวไปของเด็กหนุ่มที่อยู่ในรูป แต่มันคือ ‘ใบเสร็จ’ ของการต่ออายุขัย” รินรดาชี้ไปที่สัญลักษณ์ประหลาดที่วาดด้วยเลือดแห้งกรังหลังรูปถ่าย “เจ้าสัวธนินทร์ไม่ได้ต้องการแค่เงินทอง ท่านต้องการ ‘เวลา’... เวลาที่ถูกพรากไปจากคนบริสุทธิ์เพื่อต่อลมหายใจให้ตัวเอง”
อัศวินโน้มตัวลงมามอง สิ่งที่ปรากฏไม่ใช่แค่คราบเลือดธรรมดา แต่มันคือเส้นใยของอาคมที่ร้อยเรียงเป็นอักขระโบราณซึ่งเขาไม่เคยเข้าใจ แต่เมื่อมองนานเข้า เขากลับรู้สึกเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นมากระชากวิญญาณให้ออกจากร่าง ความหนาวเย็นเยือกพุ่งทะลุผ่านไขสันหลังจนเขาต้องเผลอถอยกรูด
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน...” เขาพึมพำ
“ไม่ใช่เรื่องบ้าค่ะ แต่มันคือ ‘พิธีกรรมสังเวย’ ที่ตระกูลนี้ทำมาหลายชั่วอายุคน” รินรดาลดเสียงลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ “และที่น่ากลัวกว่านั้น... รอยสักรูปดวงตาที่ปรากฏบนข้อมือของเหยื่อในรูปถ่าย มันเป็นสัญลักษณ์เดียวกับที่ฉันเห็นในความทรงจำที่หายไปของฉันเอง”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานของอัศวินอีกครั้ง คราวนี้มันหนักอึ้งราวกับภูเขาทั้งลูกกดทับ รินรดารู้สึกถึงความสั่นเทาในมือตัวเอง เธอไม่ได้เป็นแค่นักสืบอิสระที่บังเอิญก้าวเข้ามาในคดีนี้ แต่ทุกย่างก้าวที่เธอเดิน คือการเดินกลับเข้าสู่กรงขังที่ครอบครัวเธอเคยถูกฝังไว้เมื่อยี่สิบปีก่อน
“ถ้าคุณพูดถูก...” อัศวินเงยหน้าขึ้น แววตาของเขาเปลี่ยนไป “นั่นหมายความว่าเจ้าสัวไม่ได้ต้องการฆ่าปิดปากคนในคดีนี้เพียงอย่างเดียว แต่เขาต้องการใครสักคนที่มี ‘สายเลือด’ เฉพาะเจาะจงเพื่อทำพิธีใหญ่ในคืนจันทร์ดับที่กำลังจะถึงนี้”
“ใช่ค่ะ” รินรดาสบตากับเขาตรงๆ “และฉันเกรงว่า... คนคนนั้น ไม่ใช่ใครที่ไหนไกล”
เธอยังไม่ทันขาดคำ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้ง—จังหวะที่ฟังดูผิดธรรมชาติและเปี่ยมด้วยอาถรรพ์ ประตูห้องทำงานถูกเปิดออกช้าๆ ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงระยับของเจ้าสัวธนินทร์ก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นกำยานจางๆ ลอยมาพร้อมกับตัวเขา ราวกับว่าเขาพกพากลิ่นอายของสุสานติดตัวมาด้วย
“คุณรินรดา... ช่างบังเอิญจริงๆ ที่ผมมาเจอคุณที่นี่” เจ้าสัวแย้มยิ้ม แต่ดวงตานั้นกลับว่างเปล่าราวกับหลุมดำ “ผมมาเพื่อจะบอกว่า ข้อมูลที่คุณกำลังตามหา... มันไม่ใช่สิ่งที่คนเป็นควรจะรู้หรอกนะ”
มือของเจ้าสัวขยับเบาๆ เกิดเสียงดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว ไฟในห้องก็ดับพรึบลงพร้อมกับเสียงกรีดร้องที่ดังมาจากความว่างเปล่า อัศวินชักปืนออกมาทันทีแต่เขากลับพบว่าปืนในมือกลายเป็นงูสีดำมะเมื่อมที่กำลังเลื้อยรัดแขนเขาไว้จนแน่น
รินรดาสัมผัสได้ถึงพลังงานมืดที่โถมเข้าใส่ เธอคว้าไพ่ *The Fool* ขึ้นมาเพียงใบเดียวในความมืดมิด ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นข้างหลังเจ้าสัว—มันคือเงามืดที่สวมชุดโบราณ ใบหน้าไร้ดวงตาและมีรอยเย็บเต็มลำคอ!
“ท่านเจ้าสัว... ท่านลืมไปแล้วหรือคะว่าไพ่ใบสุดท้ายที่ข้าพเจ้าถืออยู่ คือไพ่ที่ท่านหวาดกลัวที่สุด” รินรดาส่งเสียงท้าทายในความมืด ขณะที่เงามืดนั้นเริ่มขยับปากที่ถูกเย็บไว้เพื่อเอ่ยชื่อของเธอออกมา
ขวัญเนตรทายใจขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาสุดระทึกไปกับรินรดานะคะ
ไพ่ตายซ่อนอาถรรพ์: พลิกชะตาคดีเศรษฐีเลือด•ตอนที่ 13
พิธีกรรมสังเวย
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไพ่ตายซ่อนอาถรรพ์: พลิกชะตาคดีเศรษฐีเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!