เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ตำราที่ลืมเลือน•ตอนที่ 9

ในหอคอยบรรณารักษ์

ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและไอเย็นยะเยือกที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างมหึมาของ "อสูรพิทักษ์ไร้หน้า" ทำให้เรย์ต้องก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ปลายเท้าของเด็กหนุ่มชนเข้ากับชั้นหนังสือโบราณจนเกิดเสียงครูดเบาๆ ทว่าในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขบวนเช่นนี้ เขากลับสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว สมองอันฉับไวประเมินสถานการณ์ตรงหน้าอย่างเป็นระบบ—ประตูเหล็กกล้าถูกทำลาย พลังเวทธาตุโลหะรอบตัวแปรปรวน และที่สำคัญที่สุด... ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นไม่ได้กำลังมองมาที่พละกำลังกายของพวกเขา แต่มันกำลังสั่นไหวราวกับถูกรบกวนด้วยคลื่นความถี่บางอย่างที่เรย์กำลังแผ่ออกมาจากปลายนิ้ว "อย่าเพิ่งใช้วิธีปะทะตรงๆ ค่ะ เรย์!" เสียงกระซิบของอาจารย์เซเลน่าดังลอดผ่านความตึงเครียดมาอย่างสุขุม ร่างเพรียวระหงในชุดคลุมสีครามเข้มก้าวขึ้นมาขนาบข้าง มือเรียวยาวตวัดวาดกลางอากาศเป็นวงกลม ม่านพลังเวทธาตุแสงสีทองจางๆ ถูกกางออกเพื่อสกัดกั้นแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ้ำลงมาจากเพดานหอคอยบรรณารักษ์ "อสูรตนนี้ถูกสร้างขึ้นจากอักขระเวทโบราณชั้นสูง โครงสร้างกายภาพของมันไร้จุดอ่อนภายนอก... ยกเว้นเสียแต่ว่าเราจะหา 'หัวใจ' ที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากไร้หน้านั้นให้พบ" เรย์พยักหน้ารับอย่างรู้ใจ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วร่างของอสูรพิทักษ์ที่กำลังคำรามก้องจนฝุ่นละอองจากชั้นหนังสือร่วงหล่นลงมาดั่งหิมะ ในฐานะผู้มีความสามารถพิเศษในการสื่อสารกับอักขระเวทมนตร์โบราณ เขาสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานสีแดงที่ไหลเวียนเป็นวงจรราวกับเส้นเลือด แต่มันไม่ใช่พลังเวททำลายล้างธรรมดา หากแต่เป็นภาษาอักขระที่ถูกเขียนทับซ้อนกันนับร้อยชั้นเพื่อควบคุมกลไกของหอคอยต้องห้ามแห่งนี้ "อาจารย์เซเลน่า... ช่วยซื้อเวลาให้อผมสิบวินาทีนะครับ... เอ๊ด ไม่สิ... สิบวินาทีนะคะ!" เรย์เกือบเผลอหลุดปากพูดสำนวนคุ้นชิน แต่ด้วยสติที่ไวกว่าทำให้เขาแก้คำลงท้ายได้อย่างทันท่วงที พร้อมกับพุ่งตัวหลบกรงเล็บเหล็กที่ฟาดเฉียดหัวไปอย่างฉิวเฉียด เศษไม้จากชั้นหนังสือกระเด็นว่อน อากาศรอบตัวสั่นระริกด้วยแรงปะทะ อาจารย์สาวแย้มยิ้มบางๆ ที่มุมปาก แม้ในสถานการณ์คับขัน ดวงตาคู่สวยของเธอกลับฉายแววภาคภูมิใจ ร่างบางขยับกายอย่างงดงามราวกับร่ายรำ ฝ่ามือเรียวโปรยละอองแสงสีขาวนวลเข้าใส่ดวงตาสีแดงฉานของอสูรพิทักษ์ ทำให้มันชะงักงอนและสะบัดหัวคำรามด้วยความขัดแย้งทางเวทมนตร์ ชั่วพริบตานั้นเอง เรย์ก็อาศัยจังหวะที่อสูรไร้หน้าสูญเสียการทรงตัว พุ่งทะยานขึ้นไปเหยียบیบไหล่เหล็กหนาหนัก ก่อนจะเอื้อมมือขวาออกไปสัมผัสเข้ากับรอยต่อบริเวณลำคอที่อักขระเวทกำลังเปล่งแสงเรืองรอง *ติ๊ง! ตรวจพบรหัสผ่านโบราณ: [อัคนีแห่งดาราคราม]* *ระบบความปลอดภัยของหอคอยบรรณารักษ์กำลังตรวจสอบสิทธิ์...* เสียงแจ้งเตือนที่ดังก้องอยู่ในห้วงความคิดของเรย์ไม่ได้มาจากระบบภารกิจทั่วไป แต่มันคือเสียงสะท้อนจากตำราเวทเล่มประหลาดที่เขาเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อมาโดยตลอด อักขระสีครามเข้มลุกลามจากปลายนิ้วของเด็กหนุ่มราวกับสายอัคคีที่ไหลริน มันซึมซาบเข้าสู่เกราะเหล็กหนาอย่างนุ่มนวล ท่ามกลางความตกตะลึงของอสูรพิทักษ์ที่หยุดชะงักการเคลื่อนไหวลงทีละน้อย เสียงกลไกเฟืองเหล็กที่เคยส่งเสียงคำรามก้องค่อยๆ เงียบเสียงลง เหลือไว้เพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบาของเรย์ที่ยืนอยู่บนร่างของมัน "สำเร็จ... หรือเปล่าคะ?" เรย์พึมพำกับตัวเองขณะดึงมือกลับ ทว่า บรรยากาศภายในห้องสมุดโบราณกลับไม่ได้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ความเงียบงันที่เข้ามาแทนที่กลับน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงคำรามของอสูรเสียอีก เมื่ออักขระบนตัวอสูรพิทักษ์แปรเปลี่ยนจากสีแดงฉานกลายเป็นสีครามบริสุทธิ์ ผนังห้องด้านหลังชั้นหนังสือที่เคยทึบตันก็ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกด้วยแรงขับเคลื่อนของกลไกเวทมนตร์ที่หลับใหลมานานนับร้อยปี กลิ่นอายโบราณที่เก่าแก่และทรงพลังกว่าเดิมนับร้อยเท่าพรั่งพรูออกมา พร้อมกับแสงสว่างสีฟ้าครามที่สาดส่องลงมาจากใจกลางหอคอยลับ อาจารย์เซเลน่าก้าวเข้าไปใกล้เรย์ ชายผ้าคลุมของเธอพลิ้วไหวตามกระแสลมเวทที่เปลี่ยนทิศทาง ดวงตาคู่คมจ้องมองเข้าไปในความมืดมิดเบื้องหลังประตูบานใหม่ที่เพิ่งเปิดออก สีหน้าของอาจารย์สาวที่มักจะสุขุมและเดาใจได้ยากเสมอ กลับปรากฏร่องรอยของความตกใจและความกังวลใจอย่างปิดไม่มิด "ไม่น่าเชื่อ..." อาจารย์เซเลน่าพึมพำเสียงแผ่วเบา ราวกับกำลังพูดกับตัวเอง "ที่นี่ไม่ใช่แค่หอคอยเก็บตำราธรรมดา... แต่มันคือห้องทดลองต้องห้ามที่ถูกผนึกไว้ตั้งแต่ยุคสงครามมหาวิเวท และกุญแจที่เปิดประตูนี้ได้... ก็มีเพียงทายาทสายเลือดสุดท้ายแห่งตระกูลผู้พิทักษ์ที่สูญหายไปเท่านั้น" เรย์หันกลับมามองอาจารย์สาวด้วยความรู้สึกที่สับสนระคนสงสัย คำว่า 'ทายาทสายเลือดสุดท้าย' วิ่งวนอยู่ในหัวของเขาพร้อมกับภาพความทรงจำสีจางๆ ที่มักจะปวดแปลบขึ้นมาทุกครั้งพยายามนึกถึงอดีต ก่อนที่เด็กหนุ่มจะทันได้เอ่ยปากถามคำถามใดๆ ออกไป พื้นเบื้องล่างที่พวกเขายืนอยู่ก็เกิดอาการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงอีกครั้ง พร้อมกับเสียงกนกกลไกของหนังสือโบราณเล่มหนึ่งที่ลอยเคว้งคว้างขึ้นมาจากใจกลางห้องลับ เล่มหนังสือปกหนังสีครามเข้มที่มีลวดลายอักขระขยับได้ราวกับมีชีวิต มันพุ่งตรงมาหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าของเรย์ พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานที่สว่างวาบขึ้นมาในห้วงความคิดจนแสบตา *[คำเตือนระดับ SSS: ตรวจพบการปลุก "พันธสัญญาแห่งเงาโลหิต" — ผู้บุกรุกรายใหม่กำลังก้าวเข้าสู่เขตหวงห้ามชั้นที่สาม และเป้าหมายของพวกเขา... คือชีวิตของเด็กหนุ่มผู้ถือครองอักขระเวทแห่งปฐพีเบื้องหน้า!]* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปพร้อมกับเรย์และอาจารย์เซเลเทียเสมอนะคะ!
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ตำราที่ลืมเลือน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%