เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ตำราที่ลืมเลือน•ตอนที่ 8

มิตรภาพที่ก่อตัวท่ามกลางความสงสัย

ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
"กระดาษแผ่นนี้ไม่ได้ถูกเขียนด้วยหมึกเวทมนตร์ทั่วไป... แต่มันใช้ 'โลหิต' ของอักขระยุคปฐมกาลเป็นตัวเชื่อมโครงสร้างโครงข่ายมานาค่ะ" ปลายนิ้วเรียวยาวของเรย์แตะลงบนรอยหมึกสีครามจางๆ บนแผ่นกระดาษม้วนเก่าคร่ำคร่า กลิ่นอายของความชื้นและฝุ่นผงโบราณคละคลุ้งอยู่ในห้องสมุดลับใต้ดินชั้นที่สาม แสงไฟจากคบเพลิงเวทมนตร์สีฟ้าอ่อนวับแวมกระทบกับกรอบแว่นสายตาของเด็กหนุ่ม สะท้อนประกายความระแวดระวังผสมความใคร่รู้ในแววตาคู่คม รอบกายของเขาในเวลานี้ไม่ใช่ความเงียบงันเหงาหงอยเช่นเคย... "นายหมายความว่า ตำราเล่มนี้ไม่ได้บันทึกแค่ประวัติศาสตร์เวทมนตร์ธาตุแสงอย่างที่หอสมุดกลางอ้างอย่างนั้นเหรอ เรย์?" เสียงกระซิบเจือความตื่นเต้นดังมาจาก "คาริน" เด็กสาวผมเปียสีน้ำตาลสหายร่วมชั้นผู้ขึ้นชื่อเรื่องการสืบเสาะข้อมูล เธอขยับตัวเข้ามาใกล้จนไหล่แทบชิดกัน ดวงตากลมโตสีอำพันกวาดมองไปทั่วหน้ากระดาษที่มีร่องรอยการร่ายเวทซ้อนทับกันถึงสามชั้น ในขณะที่ "เลียม" เด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งผู้เชี่ยวชาญด้านเวทมนตร์ป้องกัน ยืนกอดอกพิงชั้นหนังสือเหล็กกล้าคอยระวังภัยอยู่ไม่ห่าง ดวงตาสสีเทาเข้มของเขาคอยกวาดตามองสำรวจทางเดินมืดทึบเบื้องหน้าเป็นระยะ บรรยากาศความตึงเครียดจากการทดสอบภาคปฏิบัติเมื่อสัปดาห์ก่อนค่อยๆ เจือจางลง แทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกใหม่—ความรู้สึกของการ "มีพวกพ้อง" ที่พร้อมจะก้าวข้ามขีดจำกัดไปด้วยกัน "ใช่ค่ะ... หรือถ้าจะพูดให้ถูกคือ มันคือบันทึกการทดลองที่ถูกสั่งให้ลบเลือนออกไปจากสารบบของสถาบัน" เรย์เงยหน้าขึ้นสบตากับสหายทั้งสอง น้ำเสียงของเขาเบาหวิวแต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้ความเงียบสงบในห้องสมุดใต้ดินดูหนักอึ้งขึ้นมาทันตา ย้อนกลับไปเมื่อสองวันก่อน เรย์เกือบจะต้องแบกรับความลับและภาระอันหนักอึ้งจากอักขระเวทมนตร์โบราณที่สกิดเตือนความทรงจำที่หายไปเกี่ยวกับครอบครัวของตนเองเพียงลำพัง การต้องหลบซ่อนสายตาจากอาจารย์และเพื่อนร่วมชั้นทำให้เขาเหนื่อยล้า ทั้งยังเสี่ยงต่อการถูกระบบปริศนาลงโทษหากเปิดเผยข้อมูลชั้นความลับระดับสูงก่อนเวลาอันควร แต่ทว่า... เหตุการณ์เมื่อวานนี้ตอนที่คารินช่วยเขาบังหน้าจากการตรวจสอบของสภาวะเวทมนตร์รวนเรในห้องเรียนคาถาประยุกต์ และเลียมที่ยอมใช้เวทมนตร์เกราะคุ้มกันช่วยรับแรงกระแทกแทนเขาตอนที่หุ่นยนต์ฝึกซ้อมเกิดคลุ้มคลั่ง ทำให้เรย์ตระหนักได้ว่า บางครั้ง "การแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว" อาจไม่ใช่หนทางที่ถูกต้องที่สุดในโลกเวทมนตร์อันกว้างใหญ่นี้ เด็กหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เขายื่นแผ่นกระดาษม้วนนั้นไปตรงกลางโต๊ะไม้โอ๊กเก่าๆ ให้เพื่อนทั้งสองได้เห็นสัญลักษณ์รูปวงแหวนเวทมนตร์ห้าแฉกที่ซ่อนอยู่ใต้ลายเส้นอักษร "ดูตรงนี้สคะ..." เรย์ชี้ปลายนิ้วไปยังจุดรอยต่อของเส้นมานา "โครงสร้างวงแหวนนี้ไม่ได้ใช้มานาจากธรรมชาติทั่วไป แต่มันดึงพลังงานมาจาก 'แกนกลางของมหาวิทยาลัยลอยฟ้า' โดยตรง... ซึ่งนั่นหมายความว่า ผู้ที่เขียนบันทึกนี้ต้องเป็นบุคคลระดับผู้ก่อตั้ง หรือไม่ก็... อาจารย์เซเลน่า" เมื่อได้ยินชื่อของอาจารย์สาวลึกลับประจำวิชาประวัติศาสตร์เวทมนตร์ คารินก็สะดุ้งเล็กน้อย เธอเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงลังเล "อาจารย์เซเลน่าเหรอคะ? แต่ท่านอาจารย์ดูใจดีและคอยปกป้องพวกเรามาตลอดนะ... อีกอย่าง ท่านเป็นคนเตือนพวกเธอเรื่องเขตหวงห้ามใต้ดินนี้ด้วยซ้ำ ทำไมถึง..." "ความใจดีกับการเก็บงำความลับ เป็นคนละเรื่องกันนะคะ คาริน" เลียมแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงสุขุม เขาเดินเข้ามาใกล้โต๊ะแล้วใช้ปลายนิ้วแตะเบาๆ ที่ขอบกระดาษ "ฉันเห็นด้วยกับเรย์ ตั้งแต่ที่เราสังเกตเห็นร่องรอยการใช้เวทมนตร์ธาตุแสงบริสุทธิ์ในห้องทำงานของเธอเมื่อวันจันทร์ บรรยากาศรอบตัวอาจารย์ก็เปลี่ยนไป... เธอกำลังตามหาอะไรบางอย่าง หรือใครบางคน ที่หายสาบสูญไปพร้อมกับหอคอยทิศเหนือ" เรย์พยักหน้ารับช้าๆ หัวใจเต้นระส่ำด้วยความตื่นเต้นผสมความหวาดหวั่น ระบบภายในจิตสำนึกของเขาเริ่มส่งเสียงเตือนเบาๆ เป็นสัญญาณว่าข้อมูลที่พวกเขากำลังแบ่งปันกันอยู่นี้ เริ่มเข้าใกล้ "เงื่อนไขปลดล็อกความทรงจำ" เข้าไปทุกที [ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบการแลกเปลี่ยนข้อมูลระดับความลับขั้นที่ 2 (ความร่วมมือของกลุ่มผู้พิทักษ์)] [สถานะมิตรภาพ: คาริน (ระดับ 3 - ไว้ใจได้), เลียม (ระดับ 3 - ไว้ใจได้)] [โบนัสพิเศษ: ปลดล็อกทักษะเสริม "การประสานมานาร่วม" (Collaborative Mana Synchronization)] ความอุ่นวาบแผ่ซ่านขึ้นมาจากกลางอก เรย์สัมผัสได้ถึงกระแสมานาสีครามที่เชื่อมโยงระหว่างตัวเขากับเพื่อนทั้งสองคนโดยไม่ต้องเอ่ยคำใดๆ มันเป็นความรู้สึกที่มหัศจรรย์และทรงพลังยิ่งกว่าการร่ายเวทมนตร์ด้วยตัวคนเดียวเป็นไหนๆ "ถ้าอย่างนั้น..." เรย์เงยหน้าขึ้นมองสหายทั้งสองด้วยแววตาที่แน่วแน่ขึ้น "ถ้าพวกเราอยากรู้ความจริงเบื้องหลังรอยแตกร้าวของมิติที่กำลังคุกคามโรงเรียนแห่งนี้ และตามหาเบาะแสเกี่ยวกับครอบครัวของฉัน เราต้องเข้าไปสำรวจ 'หอคอยทิศเหนือ' ในคืนนี้... ตอนที่อาจารย์เซเลน่าติดภารกิจประชุมสภาเวทมนตร์" คารินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ แต่ในขณะเดียวกัน แววตากลมโตคู่นั้นก็ฉายประกายความท้าทายและความกล้าหาญออกมา เธอหัวเราะเบาๆ ในลำคอราวกับพบว่านี่คือการผจญภัยที่น่าตื่นเต้นที่สุดในชีวิตนักเรียนเวทมนตร์ "ให้ตายสิ เรย์... นายเนี่ยพาสมองฉันไปเสี่ยงอันตรายอยู่เรื่อยเลยนะคะ" คารินบ่นอุบอิบบนใบหน้าที่มีรอยยิ้มบางๆ "แต่ก็นั่นแหละ... ถ้าไม่มีฉัน คอยช่วยแกะรหัสอักขระพวกนี้ นายคงหลงทางอยู่ในหอคอยนั้นไม่เกินสิบนาทีแน่ๆ ฉันเอาด้วยค่ะ!" เลียมพยักหน้ารับอย่างเงียบๆ แต่หนักแน่น พร้อมกับชักดาบเวทมนตร์คู่ใจออกจากฝักเบาๆ เพื่อตรวจสอบความพร้อมของคมดาบ "ฉันจะคอยคุ้มกันแนวหลังให้เอง ไม่ว่าข้างบนนั่นจะมีอุปสรรคอะไรขวางอยู่ก็ตาม" รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเด็กหนุ่มผู้เงียบขรึมเป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ ความโดดเดี่ยวที่เคยเกาะกินจิตใจค่อยๆ ถูกชะล้างด้วยความอบอุ่นของมิตรภาพที่กำลังผลิบานท่ามกลางเงาปริศนาของสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ พวกเขาทั้งสามคนประสานมือกันเหนือแผ่นกระดาษโบราณ มานาสีครามและสีทองอ่อนหลอมรวมกันเป็นประกายแสงเรืองรอง สัญญาใจถูกผูกมัดขึ้นภายใต้ความมืดมิดของห้องสมุดใต้ดิน โดยไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า... ...ทุกคำพูดและการเคลื่อนไหวของพวกเขา ตลอดจนกระแสมานาที่ถูกปลดปล่อยออกมาเมื่อครู่ กำลังสะท้อนก้องอยู่บนกระจกเงาโบราณในห้องทำงานส่วนตัวของอาจารย์เซเลน่า ร่างระหงของอาจารย์สาวหยุดชะงักจากการเขียนบันทึก ปลายนิ้วเรียวสวยวางปากกาขนนกลงบนโต๊ะอย่างช้าๆ ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อยในความเงียบงัน ดวงตาสีฟ้าครามคมกริบสะท้อนภาพเหตุการณ์ในห้องสมุดใต้ดินผ่านกระจกเวทมนตร์ราวกับเฝ้ามองอยู่ตลอดเวลา ก่อนที่มุมปากของเธอจะยกยิ้มขึ้นบางเบา—รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งเกินกว่าที่เด็กปีหนึ่งคนใดจะคาดเดา "เติบโตขึ้นเรื่อยๆ แล้วสินะคะ... เรย์" เสียงหวานนุ่มเอמהพึมพำกับความว่างเปล่า ทว่า ในวินาทีถัดมา เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานระดับวิกฤตก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งอาคารเรียน พร้อมกับแรงสั่นสะเทือนมหาศาลที่พุ่งตรงมาจากใต้พื้นห้องสมุด! และก่อนที่เรย์จะทันได้ตั้งตัว ประตูเหล็กกล้าหนาหนักเบื้องหน้าก็พังทลายลงมาพร้อมกับเงาร่างมหึมาของ "อสูรพิทักษ์ไร้หน้า" ที่ก้าวทะลักเข้ามาในห้องด้วยกรงเล็บอันแหลมคมและดวงตาสีแดงฉานที่จ้องตรงมายังพวกเขาทั้งสามคน! (โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ) ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาสัมผัสความอบอุ่นและร่วมผจญภัยไปกับเวทมนตร์สีครามด้วยกันนะคะ — เซเลสเทียละอองเวท
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ตำราที่ลืมเลือน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%