เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ตำราที่ลืมเลือน•ตอนที่ 7

บททดสอบเวทมนตร์ธาตุแสง

ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
"ถ้าการคำนวณวงแหวนเวทมนตร์ระดับสามของคุณเรย์ยังผิดพลาดในจุดเชื่อมต่อของธาตุแสงบริสุทธิ์แบบนี้ล่ะก็... ต่อให้เรามีเวลาอีกสามวันก่อนการสอบจริง ผลลัพธ์ที่ได้ก็คงมีเพียงแค่เศษซากของห้องทดลองที่ระเบิดเป็นจุลล่ะนะคะ" เสียงถอนหายใจเบาๆ พร้อมกับปลายปากกาขนนกที่แตะลงบนตำราหนังแท้เล่มหนา ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องสมุดโบราณ อาจารย์เซเลน่าไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองลูกศิษย์ทันที เธอยังคงจดจ่ออยู่กับการตรวจสอบโครงสร้างอักขระเวทบนกระดานชนวนเวทมนตร์ แสงสีครามจางๆ จากปลายนิ้วเรียวยาวของเธอสะท้อนลงบนกรอบแว่นใส เผยให้เห็นร่องรอยความกังวลที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีสุขุมนุ่มลึก เรย์เม้มริมฝีปากแน่น นัยน์ตาสีเทาเข้มจ้องมองกลุ่มละอองแสงสีทองที่ลอยวนเวียนอยู่เหนือฝ่ามือของตนเองอย่างพินิจพิเคราะห์ เด็กหนุ่มไม่ได้แก้ตัว เขาเข้าใจดีว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ปริมาณมานาในร่างกายที่มีอยู่เหลือเฟือ หากแต่เป็น ‘ความสมดุล’ ระหว่างกฎเกณฑ์ทางเวทมนตร์โบราณที่เขาถนัด กับระบบการสอบภาคปฏิบัติของโรงเรียนเวทมนตร์เซทเธอเรียที่เต็มไปด้วยกรอบอันเข้มงวด ในโลกแฟนตาซีที่ขับเคลื่อนด้วยระบบเวทมนตร์ธาตุแสงและกฎฟิสิกส์เวทอันซับซ้อน การควบคุมธาตุแสงไม่ใช่แค่การสร้างความสว่างหรือการโจมตีด้วยความร้อน แต่เป็นการทำความเข้าใจถึง ‘ความถี่’ และ ‘โครงสร้างผลึก’ ของแสงที่ตกกระทบลงบนสสาร เรย์มักจะใช้สัญชาตญาณในการสื่อสารกับอักขระโบราณที่หลงเหลืออยู่ในความทรงจำที่ขาดหาย แต่ในบททดสอบภาคปฏิบัติครั้งนี้ อาจารย์เซเลน่าต้องการมากกว่าสัญชาตญาณ—เธอกำลังสอนให้เขารู้จักสร้าง ‘เหตุผล’ รองรับทุกการร่ายเวท "ผมเข้าใจแล้วครับ... เอ๊ย ผะ... ผมเข้าใจแล้วค่ะ" เรย์เผลออุทานแก้คำพูดแทบไม่ทัน เมื่อนึกขึ้นได้ถึงระเบียบการสนทนากับอาจารย์สาวที่มักจะแอบอมยิ้มทุกครั้งที่เขาเผลอหลุดสำนวนบุรุษเพศออกมา อาจารย์เซเลน่าเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีไพลินคู่นั้นพราวระยับด้วยความขบขันระคนเอ็นดู เธอปิดตำราลงเบื้องหน้า ส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ "ไม่ต้องรีบร้อนขนาดนั้นก็ได้ค่ะ เรย์ การเปลี่ยนความคุ้นชินต้องใช้เวลา เช่นเดียวกับการปรับอุณหภูมิของแสงในวงแหวนเวทมนตร์... ลองใหม่อีกครั้งสิคะ คราวนี้ลองจินตนาการถึงกระจกเงา แทนที่จะพยายามผลักดันพลังงานออกไปข้างหน้า" เด็กหนุ่มพยักหน้ารับช้าๆ เขาหลับตาลง ดึงสติกลับมาสู่ศูนย์กลางของจิตใจ สูดลมหายใจเข้าลึก and ปล่อยให้ความทรงจำเกี่ยวกับอักขระเวทบทที่เจ็ดไหลผ่านเข้ามาในหัวสมอง แทนที่จะบังคับให้มานาพุ่งออกไปตามตำรา เรย์กลับพลิกแพลงโดยการสร้าง ‘ชั้นสะท้อน’ ซ้อนกันสามชั้นตามหลักการหักเหของแสงที่เขาเพิ่งค้นพบในห้องสมุดเมื่อคืนนี้ เปรี้ยะ! เสียงประหลาดดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับแสงสีครามอมทองที่สว่างวาบขึ้น ทว่ามันไม่ได้ระเบิดออกเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา กลับกลายเป็นม่านพลังงานรูปทรงเรขาคณิตที่หมุนวนอย่างเป็นระเบียบ เรียบเนียน และมั่นคงราวกับงานศิลปะชั้น อาจารย์เซเลน่าถึงกับชะงัก ดวงตาสีไพลินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ การประยุกต์ใช้กฎการหักเหแสงขั้นสูงมารวมกับอักขระโบราณระดับกลาง เป็นสิ่งที่แม้แต่นักเรียนปีสามหลายคนยังทำไม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบเช่นนี้ "นี่คุณ... ใช้หลักการสะท้อนกลับของคลื่นแสงมาหักล้างแรงดันมานาเหรอคะ?" อาจารย์สาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เจือความทึ่งอย่างปิดไม่มิด "ครับ... เอ่อ ค่ะ!" เรย์ลืมตาขึ้น ยิ้มบางๆ ที่มุมปาก "ในเมื่อกฎของสถาบันบอกว่าห้ามใช้มานาเกินโควตาต่อวินาที ผมก็เลยคิดว่า ถ้าเราไม่เพิ่มมานา แต่ใช้การสะท้อนพลังงานเดิมซ้ำๆ ให้เกิดความหนาแน่นเท่ากัน น่าจะผ่านเกณฑ์การประเมินของเซ็นเซอร์เวทมนตร์ได้พอดี โดยที่ไม่ผิดกฎข้อบังคับครับ... ค่ะ!" ประโยคหลังเกือบจะหลุดสำนวนเดิมอีกรอบจนเด็กหนุ่มต้องรีบกะพริบตาปริบๆ เรียกสติ อาจารย์เซเลน่าหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างไม่อาจกั้น รอยยิ้มพิมพ์ใจบนใบหน้าของอาจารย์สาวทำให้บรรยากาศเคร่งเครียดในห้องสมุดละลายหายไปในพริบตา "ไหวพริบเป็นเลิศ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้ายอดเยี่ยม และมีความเข้าใจในระบบโครงสร้างเวทมนตร์ลึกซึ้งกว่าที่ฉันคาดไว้มากค่ะ... เรย์" อาจารย์เซเลنائลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาใกล้เด็กหนุ่มทีละน้อย กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไวโอเล็ตและกระดาษเก่าลอยมาแตะจมูก "แบบนี้ ฉันชักจะเริ่มคาดหวังกับบททดสอบภาคปฏิบัติในวันพรุ่งนี้ขึ้นมาจริงๆ แล้วสิคะว่า เธอจะสร้างความปั่นป่วนอะไรให้กับคณะกรรมการคุมสอบกันแน่" ก่อนที่เรย์จะได้เอաբาจารย์สาวตอบอะไร เสียงสัญญาณเตือนภัยเวทมนตร์โทนต่ำก็ดังขึ้นก้องไปทั่วหอคอยฝั่งตะวันออก แสงไฟสีครามที่เคยสว่างนิ่งภายในห้องสมุดพลันเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานกะทันหัน อักขระโบราณบนผนังหินเริ่มสั่นไหวและลอยหลุดออกมาจากพื้นผิวราวกับมีชีวิต "เกิดอะไรขึ้นครับ... เอ๊ย!" เรย์ผุดลุกขึ้นยืน สัญชาตญาณการต่อสู้ถูกปลุกให้ตื่นตัวในเสี้ยววินาที อาจารย์เซเลน่าหุบยิ้มทันที แววตาเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมและเฉียบคม ร่างเพรียวบางขยับมาบังร่างของลูกศิษย์ไว้โดยสัญชาตญาณ ปลายนิ้วเรียววาดวงแหวนเวทป้องกันสีทองขึ้นกลางอากาศอย่างไร้ที่ติ "ไม่ใช่การซ้อม..." เสียงของอาจารย์สาวกระซิบแผ่วเบาแต่ชัดเจนท่ามกลางเสียงสัญญาณที่แผดเผา "ระบบป้องกันชั้นที่เจ็ดของมหาวิทยาลัยลอยฟ้าถูกบุกรุก... และที่สำคัญที่สุด มานาที่ใช้โจมตีเข้ามาเมื่อครู่ ไม่ใช่เวทมนตร์จากยุคปัจจุบันค่ะ เรย์" ในวินาทีนั้นเอง หน้าต่างกระจกสีบานใหญ่ของห้องสมุดก็แตกร้าวเป็นทางยาว ละอองหมอกสีดำทมิฬที่เจือปนด้วยกลิ่นอายโบราณอันน่าสะพรึงกลัวค่อยๆ ไหลทะลักผ่านรอยแตกเข้ามาภายในห้อง พร้อมกับเสียงกระซิบกระซาบที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในหัวของเรย์ราวกับเสียงเรียกจากขุมนรก—เสียงที่เอ่ยชื่อจริงของเขาที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังจำไม่ได้! [แจ้งเตือนระบบภารกิจพิเศษ: ตรวจพบตัวตนระดับภัยคุกคาม 'ผู้พิทักษ์แห่งสนธิสัญญาที่ถูกลืม' กำลังเข้าสู่พื้นที่เขตหวงห้าม] [เงื่อนไขบังคับ: รอดชีวิตจากการเผชิญหน้า และไขปริศนาอักขระเวทบทที่ศูนย์ภายใน 180 วินาที มิฉะนั้นความทรงจำทั้งหมดจะถูกรีเซ็ตถาวร!] — เซเลสเทียละอองเวท
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ตำราที่ลืมเลือน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%